เพลินเดินชม"น้ำตก-คลอง-ทะเล"

"อะเมซิ่ง เกาะกูด" สูดอากาศบริสุทธิ์ ปลายทางสุดขอบฟ้าบูรพา "เมืองตราด"
ที่นี่...รายการตะวันหรรษา

ยามที่ฝนตกพร่ำๆฉ่ำเย็น เม็ดฝนเป็นสายเว้นช่วงเวลาโปรยปราย ก็จะได้เห็นหยาดน้ำใส อยู่บนกลีบดอกไม้และใบไม้นานาพรรณ "มหัศจรรย์ธรรมชาติ" ที่มอบความสุขเล็กๆให้เราได้เสมอ หลายคนจึงหลงรักความเรียบง่ายและห่างไกลความวุ่นวาย เมื่อได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ แมกไม้ และสายน้ำ

" ตราด" อาจดูเป็นเมืองเล็กๆชายฝั่งทะเล สุดปลายทางบูรพา ต้องตั้งใจจึงจะได้มา เพราะที่นี่ไม่ใช่เมืองทางผ่าน เต็มเปี่ยมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ พืชผลการเกษตร แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติทั้งบนฝั่งเมืองตราดและหมู่เกาะทะเลตราด ความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครอง จุดยุทธศาสตร์ของน่านน้ำสากล ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล เรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านที่บันทึกไว้ด้วยรอยยิ้มและน้ำตา

ชายฝั่งทะเลจังหวัดตราดยาวไกลถึง 165 กิโลเมตร มีเขตน่านน้ำสากลในอ่าวไทย (ฝั่งตะวันออก) สองจุดคือจังหวัดตราดและอีกจุดไม่มีจังหวัดตราด เมื่อลากเส้นตรงซึ่งอยู่ห่างกัน 165 กิโลเมตร ขนานกันเข้าไปในอ่าวไทย ตามหลักเกณฑ์วิธีการหรือกฎหมายที่กำหนดไว้เกี่ยวกับเขตน่านน้ำสากล จนจรดเส้นน่านน้ำสากลจุดสุดท้ายซึ่งลากมาจากภาคใต้ระหว่างชายแดนไทยกับมาเลเซีย

เราจะพบว่า พื้นที่ส่วนหนึ่งที่อยู่ระหว่างเส้นทั้งสอง มีเนื้อที่หลายหมื่นหรือเป็นแสนตารางกิโลเมตร นั่นก็หมายความว่าการมีตัวจังหวัดตราด ทำให้ประเทศไทยเป็นเจ้าของพื้นที่ส่วนนี้สมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทางทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา สัตว์น้ำนานาชนิด น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติใต้แผ่นดินใต้ทะเลอีกมหาศาล บ่อก๊าซหรือน้ำมันดิบจากแหล่งปลาทอง แหล่งบงกช แหล่งเอราวัณ ที่สำคัญยิ่งคือ หากขาดจังหวัดตราด อาจไม่มีคำว่า อ่าวไทย หรือ Gulf of Thailand ในแผนที่โลกก็ได้

ดิฉันและสื่อมวลชนได้รับเชิญจาก แมนดี้-ศุภอาภา อิทธิไกวัล ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัทบีสโปก ฮอสพิทัลลิตี้ เมเนจเมนท์ เอเชีย จำกัด (Bespoke Hospitality Management Asia) หรือ BHMAsia บริษัทบริหารแบรนด์ Away (อะเวย์) ฯลฯ ให้เดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ "อะเมซิ่ง เกาะกูด" (Amazing Koh Kood) แพ็คเกจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของเกาะกูดในช่วงฤดูฝน หรือ Green Season 3 วัน 2 คืนค่ะ

แพ็คเกจ Amazing Koh Kood และ แพ็คเกจ Buy One get One Free เป็นโปรโมชั่นพิเศษ ราคาเบาๆ สบายๆ นำเสนอสู่นักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ รวมห้องพัก อาหาร เรือรับ-ส่งระหว่างตราดและเกาะกูด มีกิจกรรมที่ต้องไม่พลาด คือ การพายเรือคายัค ชมวิถีชีวิตชาวเกาะกูดไปตามคลองเจ้า เป็นเส้นทางเข้าสู่น้ำตกคลองเจ้าที่สวยงาม ผู้สนใจจองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2557 ดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.AwayResorts.com อี-เมลbook.akk@AwayResorts.comโทรศัพท์ 08-7136-4036 08-1835-4517

05:30 น. รวมพล Media Trip เพื่อนชวนเพื่อนเที่ยว พร้อมกันที่ Walk Street Garden ใกล้สถานีแอร์พอร์ตลิ้งค์พญาไท (และ BTS พญาไท) การเดินทาง ทริป Amazing Koh Kood ครั้งนี้ จัดขึ้นโดย อะเวย์ เกาะกูด รีสอร์ท และสนับสนุนการเดินทางโดย บุญศิริเฟอร์รี่ ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

เดินทางสบายๆ ด้วยรถบัสปรับอากาศแอร์เย็นฉ่ำใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ก็มาถึงจังหวัดตราด และ ท่าเรือแหลมศอก ที่นี่เราได้พบกับ บอย-ศิรราเมษฐ์ ธนกุลสกุลวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไปและการตลาด บุญศิริ เฟอร์รี่ ขึ้นรถรางไปลง เรือสปีดโบ๊ทคาตามารัน ซึ่งเป็นบริการใหม่ของบริษัทฯ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ก็ถึงเกาะกูด (โดยแวะที่เกาะหมากด้วย) และยังมีบริการ เรือเฟอร์รี่ ของบริษัท Koh Kood Express ด้วยค่ะ ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ http://www.boonsiriferry.com/th โทรศัพท์ 08-1639-0022

เกาะกูด มีความใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเกาะช้างในจังหวัดหวัดตราด และมีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศไทย เป็นเกาะสุดท้ายปลายทะเลตะวันออกของไทย ติดชายแดนทางทะเลของกัมพูชา ห่างจากชายฝั่งจังหวัดตราด 82 กิโลเมตร พื้นที่ยาวประมาณ 25 กิโลเมตร กว้าง 12 เมตร บางคนเรียกว่า มัลดีฟส์ของเมืองไทย เพราะมีภูมิทัศน์ทางธรรมชาติที่มีแนวชายหาดทรายขาวงดงามราวกับภาพถ่าย

เดิม เกาะกูด เป็นหมู่บ้านขึ้นกับตำบลเกาะหมาก อำเภอแหลมงอบ ยกฐานะเป็นตำบลเกาะกูด มีระยะทางห่างจากอำเภอคลองใหญ่ประมาณ 40 กิโลเมตร "เกาะกูด" อยู่ใกล้ดินแดนประเทศกัมพูชาด้าน"เกาะกง" มากกว่าฝั่งไทย ทางราชการมีนโยบายเพื่อความมั่นคง จึงยกฐานะเกาะกูดและเกาะข้างเคียงขึ้นเป็นกิ่งอำเภอเกาะกูด (พ.ศ.2533) และมีพระราชกฤษฎีกา ยกฐานะขึ้นเป็น อำเภอเกาะกูด (พ.ศ.2550)

คนพื้นถิ่น เป็นคนไทยที่อพยพมาจากเมืองปัจจันตคีรีเขตร์ (เกาะกง) ซึ่งตกเป็นของฝรั่งเศส ( พ.ศ.2447) มีหมู่บ้านหลองมาดที่เก่าแก่ ชาวเกาะดำรงชีพด้วยการทำเกษตรกรรม สวนยางพารา สวนมะพร้าว สวนผลไม้ ประมงชายฝั่ง มีพื้นที่เป็นภูเขา และที่ราบสันเขา เป็นต้นกำเนิดของลำห้วยและ น้ำตกเกิดขึ้นหลายแห่ง ชายหาดเนียนละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด ป่าชายเลนที่สมบูรณ์ แนวปะการังนานาชนิด

อำเภอเกาะกูด มี 24 เกาะ แบ่งเป็น 3 หมู่เกาะ หมู่เกาะกูด มี 3 เกาะ ได้แก่ เกาะกูด เกาะแรด และเกาะไม้ชี้ หมู่เกาะหมาก มี 9 เกาะ ได้แก่ เกาะหมาก เกาะระยั้งใน เกาะระยั้งนอก เกาะผี เกาะขาม เกาะกระดาด เกาะนก เกาะนอก และเกาะใน หมู่เกาะรัง มี 12 เกาะ ได้แก่ เกาะรังใหญ่ เกาะรังเล็ก เกาะตุ๊น เกาะกระ เกาะเทียน เกาะทองหลาง เกาะมะปริง เกาะยักษ์ เกาะกำปั่น เกาะใหญ่ เกาะกลาง และเกาะเล็ก

คณะสื่อมวลชนมาถึง ท่าเรืออ่าวสลัด เกาะกูด ขึ้นรถสองแถว ชมบรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่เขียวชอุ่ม เพียง 20 นาทีก็ถึง อะเวย์เกาะกูด รีสอร์ท มี ธนากร แดนทอง ผู้จัดการรีสอร์ท ให้การต้อนรับ อิ่มอร่อยมื้อกลางวัน เช็คอินพักผ่อนตามอัธยาศัย พร้อมร่วมกิจกรรม"อะเมซิ่ง เกาะกูด"กันค่ะ

บ่าย 3 โมง แมนดี้-ศุอาภา นำเยี่ยมชมห้องพัก และส่วนบริการต่างๆของ อะเวย์ เกาะกูด รีสอร์ท

เริ่มกัน ห้องพัก 30 ห้อง ห้องพักแบบ Deluxe Ocean front Bungalow จำนวน 10 ห้อง ห้องพักแบบ Deluxe Ocean Facing Bungalow จำนวน 10 ห้อง และห้องพักแบบ Duplex Bungalow จำนวน 10 ห้อง เป็นรีสอร์ทที่เน้นความใกล้ชิดธรรมชาติ ห้องพักพร้อมเครื่องอำนวยความสะดวก มีระเบียงส่วนตัวและทุกห้องหันหน้าเข้าสู่ทะเล สามารถสูดอากาศบริสุทธิ์และรับลมทะเลได้ทุกเช้า

ห้องอาหารชื่อ Escape เป็น Sea view AI Fresco Dining เปิดโล่งรับลมและชมวิวทะเล บรรยากาศโรแมนติคอย่างนี้ ต้องมาสัมผัสด้วยตนเองค่ะ ให้บริการอาหารไทย-นานาชาติ มี Cast Away Pub สถานที่รับรองนักท่องเที่ยวผู้นิยมมาผ่อนคลาย จิบเครื่องดื่มก่อนรับประทานมื้อค่ำ และบริการ Karaoke Night ทุกคืนวันศุกร์ และเสาร์ ร้องเพลงประชันเสียงกับเพื่อนๆเป็นภาคบันเทิงยามคืน

จากนั้นไป พายเรือคายัคโต้คลื่นทะเล บริเวณด้านหน้าของรีสอร์ท เป็นที่สนุกสนาน ท้าทายความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ ชุ่มฉ่ำสัมผัสน้ำทะเลกันแล้วกลับเข้าห้องพักผ่อน แล้วมารับประทานมื้อค่ำที่ห้องอาหารเอสเคป (Escape Restaurant) ไปนั่งเรือดู พรายน้ำในคลองเจ้า

"พรายน้ำ" ที่พบเจอ มีแสงเรืองๆ ผู้รู้บอกว่าเป็นฟอสฟอรัส ที่เรืองแสงได้ มีให้เห็นในคืนเดือนมืดเท่านั้น จะไม่ส่องแสงในคืนเดือนหงาย ด้านวิทยาศาสตร์มีคำอธิบายว่า เกาะใดมีอุดมสมบูรณ์มากจะมีพรายน้ำปรากฏกระจายอยู่ตามลำน้ำ เป็นตัวชี้วัดระบบนิเวศน์ที่ยังมีอยู่ ชาวประมงเรียก แพลงตอน เรืองแสงสีเขียว หรือสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวนี้ว่า"พรายน้ำ"เช่นกัน ตื่นตาตื่นใจกับการชมพรายน้ำแล้วกลับเข้าที่พักตามอัธยาศัย กิจกรรมนี้จะได้ชมหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วยนะคะ

วันที่สอง เติมพลังมื้อเช้า พร้อมออกเดินทางไปชมความงามของ "น้ำตกคลองเจ้า" ด้วยการนั่งรถสองแถวแล้วเดินเท้าต่อประมาณ 400 เมตร สองข้างทางชุ่มฉ่ำเย็นสบาย เป็นมหัศจรรย์ธรรมชาติของผืนป่าหน้าฝนใบไม้เขียวขจี ดอกไม้ป่าเล็กจิ๋ว กล้วยไม้ดินแทรกขึ้นมาให้ชมเพลิน เพื่อนร่วมทางช่วยเหลือกันทั้งผลักทั้งดัน ชวนคุยหยอกล้อตลอดทาง จนมาถึงตัวน้ำตกคลองเจ้าที่งดงามและมีแอ่งน้ำที่เล่นน้ำได้

น้ำตกคลองเจ้า มี 3 ชั้น น้ำไหลแรงตลอดปี ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนจะงดงามที่สุด ชั้นบนมีลักษณะคล้ายลำธาร หลังม่านน้ำตก มีทางเดินได้ ถัดมาเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ชมน้ำตก กระโดดน้ำ ว่ายน้ำ ชั้นล่างมีลานหินสไลเดอร์ หลายคนนอนบนลานหินให้ธารน้ำไหลผ่านลำตัว คล้ายการนวดตัวด้วยน้ำ

ปี 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จประพาสน้ำตกคลองเจ้า และพระราชทานนามน้ำตกคลองเจ้าว่า น้ำตกอนัมก๊ก เพื่อระลึกถึง องเชียงสือ เจ้าเมืองญวนที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หนีออกจากกรุงเทพฯ มาลงเรือที่เกาะสีชัง แล้วแล่นเรือชักใบในอ่าวไทยมา 7 วัน จึงถึงเกาะกูดแห่งนี้

จากบันทึกเขียนไว้ว่า องเชียงสือได้รับความช่วยเหลือจากพ่อค้าจีนเจ้าของเรือสินค้าเมืองจันทบุรี เมื่อทางกรุงเทพฯ ทราบเรื่องจึงทรงพระราชทานความช่วยเหลือ องเชียงสือช่วยปราบโจรสลัดที่มีอยู่จำนวนมากในน่านน้ำทะเลตราดเป็นการตอบแทน ชาวบ้านเรียกน้ำตกบริเวณที่องเชียงสือกับพรรคพวกมาพำนักอยู่ว่า น้ำตกคลองเจ้า คำว่า "เจ้า"ในที่นี้หมายถึง องเชียงสือ เจ้าแห่งอานามประเทศคือ เมืองญวน นั่นเอง

เดินทางกลับมาที่ อะเวย์ เกาะกูด รีสอร์ท เพื่อรับประทานมื้อกลางวัน และเตรียมพร้อม พายเรือคายัคไปตาม "คลองเจ้า" เพลินชม วิถีชีวิตชาวเกาะริมสองฝั่งคลอง ป่าชายเลน อุดมสมบูรณ์ มีปลา และสัตว์น้ำตัวเล็กๆว่ายเวียนมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง เส้นทางนี้พายเรือไปถึงน้ำตกคลองเจ้าได้ ออกกำลังกายด้วยการพายเรือคายัคแล้วก็พักผ่อนตามอัธยาศัย มื้อค่ำมี เมนูซีฟู้ด ประชันกับ คาราโอเกะ คึกครื้นก่อนเข้านอน ผู้ชื่นชอบบรรยากาศ ชมจันทร์ นับดาวจะสังสรรค์อยู่บนลานสะพานไม้ ลมพัดเย็นสบายดีค่ะ

วันที่สาม รับประทานมื้อเช้าแล้ว เช็คเอ๊าท์เตรียมพร้อมออกเดินทางจาก อะเวย์ เกาะกูด รีสอร์ท เก็บความประทับใจที่มีต่อสถานที่และผู้คนบนเกาะสวรรค์หรรษาแห่งนี้ ไปยังท่าเรืออ่าวสลัด เพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามทะเลสีฟ้าครามและฟ้าใส กลับคืนสู่ฝั่งท่าเรือแหลมศอก จังหวัดตราด รับประทานมื้อกลางวันก่อนจึงขึ้นรถบัส V.I.P. เดินทางกลับกรุงเทพฯ และไม่พลาดแวะซื้อของฝากของดีเด่นผลไม้สด เงาะ มังคุด สละ ทุเรียน ที่ชาวสวนนำมาจำหน่ายโดยตรง

แมนดี้-ศุภอาภา อิทธิไกวัล เล่าให้ฟังว่า ปรัชญาและการวางตำแหน่งทางการตลาดของรีสอร์ทฯ อาจไม่เด่นชัดสำหรับบางคน แต่เป็นโอกาสที่สามารถไขว่คว้าไว้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการแสวงหาความสมดุลของชีวิต หลีกหนีชีวิตอันแสนวุ่นวายในเมืองใหญ่ ผู้มาเยือนได้ใช้ชีวิตสบายและเพลิดเพลินกันในวันหยุดอยู่บนเกาะ ท่ามกลางธรรมชาติที่สงบ แต่จะไม่เหงา เราจัดกิจกรรมที่เหมาะสมไว้ให้ผ่อนคลายตามไลฟ์สไตล์

"เราตระหนักดีว่า ทุกวันนี้ยังมีคนที่กำลังมองหาโอกาสใช้ชีวิตให้ช้าลง เพื่อให้ได้มีเวลาพักผ่อนและให้รางวัลกับชีวิตมากขึ้น อะเวย์เกาะกูด จึงขอรับอาสาสร้างความสมดุลเหล่านั้นให้กับนักท่องเที่ยวผู้แสวงหาการดำเนินชีวิตในรูปแบบท่องเที่ยวแบบสไลว์ ทราเวล (Slow Travel) สำหรับผู้มาเยือนที่นิยมกิจกรรมกลางแจ้ง ก็มี Diving Centre ให้บริการสอน จัดทริปดำน้ำไปตามเกาะและสถานที่ใกล้เคียง"

อะเวย์ เกาะกูด รีสอร์ท บริหารงานโดย Bespoke Hospitality Management Asia (BHMAsia) หรือบริษัท BHMAsia รับบริหารโรงแรม/รีสอร์ท/วิลล่าภายใต้แบรนด์ Away (อะเวย์) , X2 (ครอสทู) , Le Bayburi (เลอเบย์บุรี) ในประเทศและต่างประเทศ มีแฟรนไชส์ Yan Spa ทำตลาดประเทศจีน ดูข้อมูลได้จากเว็บไซต์ www.BHMAsia.com www.X2LOBBY.com www.LeBayburi.com และ www.AwayResorts.com

มีเกร็ดประวัติศาสตร์ในรัชสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช บันทึกว่า เมืองตราดในขณะนั้นมีชื่อว่า "บ้านบางพระ" หรือเมืองทุ่งใหญ่ ปรากกฏชื่อว่าเป็นหัวเมืองชายฝั่งทะเล สังกัดฝ่ายการต่างประเทศ มีชัยภูมิเหมาะกับการแวะจอดเรือ เพื่อขนถ่ายซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า เติมเสบียงอาหารและน้ำจืด เป็นแหล่งที่ตั้งของชุมชนพ่อค้าชาวจีนที่เข้าทำการค้าขาย เมื่อครั้งสงครามกู้เอกราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเลือกตราดเป็นเมืองหน้าด่านกันชน ทำหน้าที่ส่งเสบียงอาหารก่อนเคลื่อนกองทัพเรือออกจากจันทบุรี

ในสมัยรัชกาลที่ 5 ฝรั่งเศสได้ส่งกองทัพเรือเข้ามายึดเมืองจันทบุรี รศ.112 (พ.ศ.2436) และคืนให้ไทยใน พ.ศ. 2447 โดยแลกกับเมืองตราด ตั้งแต่แหลมสิงห์ไปจนถึงเกาะกูด รวมทั้งเมืองปัจจันตคีรีเขตร์ (เกาะกง) ต่อมารัฐบาลไทยเห็นว่าตราดมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ และพลเมืองส่วนใหญ่เป็นคนไทย

ด้วยพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฝรั่งเศสจึงยินยอมทำสัญญายกเมืองตราด กับเมืองด่านซ้ายฝั่งขวาของแม่น้ำโขง (เมื่อหันหน้าไปทางปากแม่น้ำ) คืนให้กับไทยโดยแลกกับพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2449 ได้กระทำพิธีส่งและรับมอบกัน ณ ศาลากลางจังหวัด ฝรั่งเศสจึงยอมถอนทหารออกไป เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2450

หมู่เกาะสุดแดนบูรพา หรือ "หมู่เกาะทะเลตราด" หนึ่งใน Dream Destination กาลครั้งหนึ่ง...ต้องไป ของ ททท. ทะเลภาคตะวันออกมีสีเขียวมรกตใส ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า ปุยเมฆเป็นสายและก้อนกลมประดับ งดงามไม่แพ้ฝั่งอันดามัน เกาะน่าเที่ยว อาทิ เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก เกาะขามกระดาน ฝูงปลาน่ารักตามแนวปะการัง เกลียวคลื่นลื่นพลิ้วไปตามเม็ดทราย สายลมหยอกล้อดอกไม้ไหว บรรยากาศดี มีอาหารทะเลหลากรสให้ได้ชิมและลิ้มลอง เป็น ความประทับใจ ที่ต้องสัมผัสด้วยตนเองค่ะ