อัญมณีเมืองจันท์ เลอค่าจากกะรัตสู่กะรัต

เรียนรู้เรื่องราว

จันทบุรี...จังหวัดชายฝั่งตะวันออก ของประเทศไทยเรา โดยมีสภาพทั้งที่ราบสูง ที่ราบลุ่ม และที่ราบชายฝั่งทะเล รวมไปถึงมีผืนป่าไม้ ภูเขาสูง และทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ ซึ่งยังไม่ได้รวมถึงประวัติศาสตร์ อันน่าศึกษาค้นคว้า หรือวัฒนธรรมประเพณี ควรค่าแก่การสืบสานตลอดไป และมีหลากสวนผลไม้ ที่ผลผลิตมีคุณภาพเป็นเลิศ

ทว่า...ด้านอัญมณีของเมืองจันท์ ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยที่จังหวัดจันทบุรี จัดเป็นทั้งแหล่งผลิตและตลาดซื้อขาย ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เฉพาะที่บริเวณถนนศรีจันท์ หรือแถวๆตรอกกระจ่าง เป็นที่ตั้งบรรดาร้านเจียระไน และร้านค้าอัญมณี ที่มีความสำคัญที่สุดของจังหวัด ซึ่งเป็นร้านรับซื้อขาย ทั้งพลอยดิบและพลอยเจียระไน

ครั้นที่ผมจะไปชมให้ถ้วนทั่ว ก็คงจะมีเวลาไม่เพียงพอ จึงได้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง ที่ให้การสนับสนุนส่งเสริมทุกๆมิติ ภายในจังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี นำพาผมเบนเข็มมาที่ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 1/29 ถนนมหาราช ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี มีฐานะที่เป็นศูนย์กลางที่ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอัญมณี และเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งกำเนิด ขั้นตอนการผลิตอัญมณี อย่างการเผา การเจียระไน หรือการมาแปรรูปเป็นเครื่องประดับ

ที่สำคัญภายในศูนย์ส่งเสริมฯ จัดสรรพื้นที่เป็น พิพิธภัณฑ์อัญมณี โดยนำเสนอรูปแบบของ Live Museum ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน

ตั้งแต่แล่นรถผ่านประตูเข้ามา ก็แลเห็นภูมิทัศน์ที่สวยงาม โดยพื้นที่โดยรอบเป็นสวนพันธุ์ไม้ต่างๆ พร้อมประดับด้วยงานประติมากรรม ที่จัดวางไว้อย่างลงตัวและสวยงาม เพื่อให้เป็นการต้อนรับ หรือสถานที่หย่อนใจ แก่ผู้เข้ามาเยี่ยมชม

ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ แบ่งส่วนจัดแสดงออกเป็น 5 ห้อง ได้แก่ ห้องที่ 1 ห้องฉายภาพยนตร์ 3 มิติ ห้องที่ 2 จัดแสดงเรื่อง "อัญมณีคืออะไร" ห้องที่ 3 จัดแสดงเรื่อง "ทรัพย์ในดิน" ห้องที่ 4 จัดแสดงเรื่อง "โลกแห่งอัญมณี" และห้องที่ 5 จัดแสดงเรื่อง "พลอยเมืองจันท์" โดยในแต่ละห้องจัดแสดง มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ชวนให้น่าติดตาม

เจ้าหน้าที่สาวส่งยิ้มหวาน แล้วเชื้อเชิญเข้าสู่ห้องแรกก่อนชมภาพยนตร์ 3 มิติ ก็ต้องมีการแจกแว่นกันก่อน เพื่ออรรถรสสมจริงในการรับชม

เนื้อหาภายในภาพยนตร์ กล่าวถึงการกำเนิดอัญมณี ว่า อัญมณี หรือ รัตนชาติ เป็นวัตถุที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ นำมาตกแต่ง ขัดเกลา หรือเจียระไน ใช้เป็นเครื่องประดับ มีคุณสมบัติ คือ ความสวยงาม ความทนทาน และความหายาก แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ 1. อัญมณีจากสารอนินทรีย์ เป็นอัญมณีจากแร่หรือธาตุ ที่เกิดขึ้นใต้ผิวโลก มีโครงสร้างทางผลึกคงที่ 2. อัญมณีจากสารอินทรีย์ เป็นอัญมณีจากสิ่งมีชีวิต ไม่มีโครงสร้างทางผลึก เรียงตัวเป็นระเบียบ แข็งและทนทาน น้อยกว่าอัญมณีอนินทรีย์ ที่มีผลผลิตทั้งพืช และสัตว์

กำลังสนุกสนานและเร้าใจอยู่เลย ก็ต้องย้ายตัวไปชมห้องต่อไป ซึ่งมีเนื้อหาที่ต่อเนื่องกันว่า มีการพบอัญมณีอนินทรีย์ ในหินที่ต่างชนิดกัน เช่น โทแพซ เบริล และทัวร์มาลีน จะพบในหินอัคนี ส่วนคอรันดัมพบในลานแร่ ซึ่งเป็นผลจากการผุกร่อน ของหินต้นกำเนิด และกระบวนการสะสมตะกอน อีกทั้งมีหินบางชนิด นำมาทำเป็นอัญมณีได้ เช่น ลาพิสลาซูลี่ ออบซีเดียน มอลดาไวต์ ยูนาไคต์ ส่วนอัญมณีอินทรีย์ ผลผลิตมาจากพืช เช่น อำพัน เจท ขณะที่ผลผลิตมาจากสัตว์ ได้แก่ ไข่มุก ปะการัง งาช้าง เปลือกหอย กระ เป็นต้น

เรามาอยู่กันที่ห้องที่ 3 แล้วครับ จัดแสดงความเชื่อเกี่ยวกับอัญมณี ว่า อัญมณีได้รับความนิยม ในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก ให้เป็นของที่สูงค่า นอกจากความหายาก หรือความสวยงามแล้ว ยังประกอบไปด้วยความเชื่อ ในการปกป้องคุ้มครอง ขจัดเภทภัย ปัดเป่า และฟื้นฟูสุขภาพอีกด้วย โดยประวัติศาสตร์ของมนุษย์ มีการใช้อัญมณีมานานนับพันปี ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ หรือเครื่องประดับ แต่ละภูมิภาคมีความนิยม ในคุณค่าอัญมณีแต่ละชนิดต่างกัน เช่น ชาวจีนให้ความสำคัญกับหยก ชาวอินเดียให้ความสำคัญกับเพชร ส่วนคนไทยให้ความสำคัญ กับนพรัตน์ หรือแก้ว 9 ประการ ว่าเป็นสุดยอดของมงคล ให้เกิดคุณแก่ผู้ประดับประดา

ศาสตร์แห่งการรักษาสุขภาพ หรือที่เรียกว่า อัญมณีบำบัด มีหลักฐานการใช้อัญมณีในการรักษา ในวัฒนธรรมชาวขอมโบราณ เช่น มีการใช้ทับทิมกับโกเมน มากระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต หรือนำมรกตมาอมไว้ใต้ลิ้น ในความเชื่อที่ว่า จะช่วยให้สติปัญญาเฉียบแหลม กระทั่งได้นำบุษราคัม มากระตุ้นการทำงาน ของไตและกระเพาะ

ส่วนห้องที่ 4 ห้องถัดมานั้น ทำให้ผมรับรู้ประวัติและตำนาน อาทิ เพชร...บันทึกในศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล ว่าเป็นหินแร่ที่คงทน ทำลายไม่ได้ นักปราชญ์ชาวโรมัน ได้กล่าวไว้ว่า "เพชรเป็นสิ่งล้ำค่าสูงสุด ไม่เพียงแต่เฉพาะกับบรรดาอัญมณีเลอค่าอื่นๆเท่านั้น แต่หมายรวมถึงสิ่งล้ำค่าทั้งมวลบนพื้นพิภพด้วย" ส่วนในหนังสือฮินดูโบราณ มีบันทึกมากมายเกี่ยวกับ ทับทิม รวมไปถึงในหนังสือชื่อ Historia Naturalis และในคัมภีร์ไบเบิลของศาสนาคริสต์ ว่าเป็นอัญมณีที่มีค่ามากที่สุด ในบรรดาอัญมณี 12 ชนิด ที่พระเจ้าสร้างขึ้น มีชื่อภาษาสันสกฤตโบราณว่า รัตนราช แปลว่าราชาแห่งอัญมณี ขณะที่ อะความารีน ที่มีสีเหมือนน้ำทะเล มีตำนานว่า พระสมุทรเนปจูน ที่เป็นราชาแห่งท้องทะเล ประทานเป็นของขวัญแก่นางเงือก

ขณะที่ประวัติและตำนาน มรกต มีหลักฐานประวัติศาสตร์บ่งบอกว่า มีเรื่องราวปรากฏในแผ่นดินฟาโรห์ ช่วง 1,900-1,500 ปี ก่อนคริสตกาล แล้วดำเนินมาถึงยุคพระนางคลีโอพัตรา ราชินีแห่งอียิปต์ เป็นนักสะสมมรกต ทรงสวมใส่มรกตตลอดยุคของพระนาง ภายหลังมีการค้นพบเหมืองมรกต ที่ตามตำนานเรียกว่า เหมืองคลีโอพัตรา และนับตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา พ่อค้าอัญมณีจากจีน อินเดีย และตูนิเซีย เป็นลูกค้าสำคัญ ที่ซื้อมรกตจากอียิปต์ ไปจำหน่ายในประเทศตน กระทั่งในสมัยกรีกและโรมัน ได้เข้ายึดครองอียิปต์ ก็เพื่อครอบครองมรกตนั่นเอง เพราะสมัยนั้นมรกตหายากกว่าเพชร และมีค่ามากกว่าทองคำ

ยังมีในสาระประวัติและตำนานของหลากหลายอัญมณี แต่ต้องเร่งตามคณะมาห้องที่ 5 ที่ให้ความรู้การทำเหมืองพลอยจันทบุรี ว่าอดีตเป็นการขุดหารายย่อย จากชาวบ้านในพื้นที่ โดยใช้วิธีการขุดหลุม ร่อนหาบริเวณลำธาร หรือที่ราบลุ่มทั่วไป ต่อมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงขึ้น ในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงมีการก่อตั้งกรมราชโลหกิจและภูมิวิทยา เพื่อกำกับดูแลการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสินแร่ใต้ผืนดิน ทำให้ในการขุดหาพลอยนั้น ต้องขอประทานบัตรสำรวจและทำเหมืองกันก่อน ซึ่งต่อมามีการเปิดทำเหมืองขนาดใหญ่ ด้วยเครื่องมือและเครื่องจักรขนาดใหญ่ รวมทั้งมีการนำเทคโนโลยีทันสมัย มาใช้สำรวจและทำเหมือง

ต่อเมื่อทำเหมืองได้ก้อนอัญมณีแล้ว เรามารับรู้การเจียระไนพลอยกันต่อ โดยการเจียระไนพลอยในประเทศไทย มีต้นกำเนิดมาจากชาวไทยใหญ่ ที่ได้รับการถ่ายทอดทักษะจากชาวพม่าอีกทอดหนึ่ง ในอดีตของการเจียระไนพลอย ยังไม่สามารถทำให้เกิดประกายได้มากนัก แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาปรับปรุงวิธีการเจียระไน จนทำให้เปล่งประกายออกมาได้มากกว่าอดีต ว่ากันว่า...ช่างเจียระไนพลอย จากเมืองจันทบุรี นับเป็นช่างฝีมือที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ก็เพราะด้วยความประณีต ละเอียด และคอยใส่ใจในชิ้นงาน

การเจียระไนพลอย คือ การนำเอาก้อนอัญมณี มาตัดแต่งให้เป็นรูปร่าง ตามรูปแบบที่ต้องการ โดยการตัดเหลี่ยม และขัดเงาทุกเหลี่ยม ถือเป็นงานศิลปะชั้นสูง ที่ต้องใช้ความประณีต ความรอบคอบ และความชำนาญ สิ่งสำคัญในการเจียระไน จะรักษาเนื้อพลอยไว้ให้มากที่สุด หรือให้ได้สัดส่วน สีสัน ประกายหน้าพลอย สะดุดตาผู้พบเห็น ด้วยพลอยแต่ละชนิด มีความแตกต่างกัน จึงต้องนำมาเจียระไน ด้วยรูปแบบที่แตกต่าง

ในวงการอุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับทั่วไปนั้น นิยมเจียระไนพลอยเป็นรูปทรงหลักๆ ได้แก่ รูปทรงกลม รูปไข่ รูปรวงข้าว รูปหยดน้ำ รูปหัวใจ รูปเหลี่ยมมรกต รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และรูปหมอน โดยรูปทรงการเจียระไน จะขึ้นอยู่กับรูปร่างเดิมของผลึกอัญมณี วัฒนธรรมประจำท้องถิ่นแต่ละประเทศ และความต้องการในตลาด

ก้าวเดินออกมาจากพิพิธภัณฑ์ ก็เข้าสู่ศูนย์กลางจำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงและจำหน่าย มีทั้งสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับต่างๆ อาทิ พลอยสำเร็จรูป แหวน สร้อย กำไรข้อมือ ซึ่งผ่านการรังสรรค์มาอย่างประณีต เพื่อให้บรรดานักท่องเที่ยว ได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในราคาที่สุดแสนประทับใจ

และตามร้านจำหน่ายสินค้าอัญมณี และเครื่องประดับนี่แหละครับ ที่ให้ข้อมูลที่น่าสนใจกับผมอีกด้วย อย่างเรื่องของการสวมอัญมณี หากใส่ที่นิ้วนางข้างซ้าย ความรักมั่นคง และซื่อตรง ส่วนที่สวมนิ้วก้อยข้างซ้าย จะมีโชคในเรื่องความรัก ขณะที่ใส่ที่นิ้วชี้ข้างซ้าย คนรักให้ความสนใจ แต่ที่สวมไว้นิ้วนางข้างขวา ทำให้เกิดความโชคดี หรือมีความราบรื่น แล้วใส่ไว้ที่นิ้วหัวแม่มือซ้ายและขวานั้น ทำให้มีเสน่ห์ มีคนรักคนชอบ หรือสวมไว้ที่นิ้วกลางซ้าย จะปลอดภัยจากความชั่วร้าย และใส่ไว้นิ้วกลางข้างขวา มีโชคลาภเรื่องการเงิน

อยากเสริมทั้งหมด ผมกะใส่ทั้งสิบนิ้วเลย

นับเป็นการ "เรียนรู้เรื่องราว" ภายใต้แสงระยิบระยับ ที่เลอค่าจากกะรัตสู่กะรัต ซึ่งสามารถสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-3930-3118 ได้เลยครับ