หน้าใหม่ น้องใหม่ ดาราหน้าใสของช่อง 3 "สถานี บานฉ่ำ"

บันทึกรายปักษ์

บันทึกรายปักษ์วันนี้ ขอแวะเข้ามาบันทึกเรื่องบันเทิงสักนิด เพราะเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ มีโอกาสตามไปดูการเปิดกล้อง ของ เซ็กซี่ คอมเมดี้ ซีรี่ส์ เรื่อง สถานีบานฉ่ำ ที่จะมาออกอากาศแทนรายการ รู้จริงป่ะ ทุกวันศุกร์ ตอนดึกๆทางไทยทีวีสีช่อง 3 เลยมีเรื่องราวของนักแสดงสาวหน้าใหม่ น้องใหม่ ดาราหน้าใสของช่อง 3 มาแนะนำให้คุณได้รู้จักกัน

สถานีบานฉ่ำ เป็นซีรี่ส์ล่าสุด ที่พูดถึงเรื่องความรักของหนุ่มสาวสมัยใหม่ ถ่ายทอดผ่านตัวละคร ที่อยู่ในแวดวงบันเทิง อย่างสถานีบานฉ่ำ ซีรี่ส์นี้ กำกับการแสดง ซ้ง-ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ โดยมี แป๊ป-ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ ผู้บริหารหนุ่ม บริษัทมายน์แอทเวิร์คส์ จำกัด ลูกชายคนเก่งของ คุณยาจิตร ยุวบูรณ์ เป็นผู้ดูแลการสร้าง 

ความฮือฮาของ "สถานีบานฉ่ำ" มาจากการที่แกรมมี่ฯยอมปล่อย ชิน-ชินวุฒ อินทรคูสิน นักร้องชื่อดัง มารับบทที่ดาราชาย หลายคนไม่กล้ารับแสดง ชินนั้นได้แต่ไปเล่นซีรี่ส์ที่เกาหลีให้คนเกาหลีดู ครั้งนี้เป็นครั้งแรก กับการมารับงานแสดงทางโทรทัศน์ของเขา โดยประกบการแสดงกับนักแสดงหน้าใหม่อย่าง ฐา-กิตติ์ลภัส วรสุทธิ์ไรวรรณ ที่มารับงานซีรี่ส์เรื่องแรก ตีน่า-พิมพ์รดาภา ไรท์ แย้-นนทพร ธีระวัฒนสุข แนนซี่-นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์ เต๊าะ- วรัตตา วัชราธร ลูกตาล-ทิพย์รัตน์ อมาตยกุล มาเรีย จูเลียตต้า คอนเซนติโน ดูจะมี ไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา ที่ผ่านงานมามากกว่าคนอื่น ร่วมด้วยพระเอกหนุ่มหล่อ เมาส์ บีโอวาย-ณัฐชา จันทพันธ์ น้องเจมส์- จิรายุ ขุนรักษ์ 

ที่ต้องมาบันทึกไว้ เพราะผู้เขียนได้รับการเชื้อเชิญจากทีมงานให้ตามกองถ่ายทำเรื่องนี้ ไปที่เบสท์ โอเชี่ยน แอร์พาร์ค ย่านสมุทรสาคร ใช้เวลาเดินทางไปนานทีเดียว ซึ่งเป็นวันเปิดกล้องวันแรก ในการถ่ายทำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสถานีบานฉ่ำ (แอบกระซิบไว้ตรงนี้แบบรู้กันนะคะว่า ความจริงเรื่องตามกองถ่ายนี่เป็นเรื่องรอง ความจริงคือผู้เขียนอยากไปเห็นสนามบินเล็กมากกว่า เพราะทราบมาว่าพวกเศรษฐีบ้านเราช่วงนี้นิยมเล่นเครื่องบินเล็กกันที่นี่ ก็คือที่ที่มีข่าวว่านักร้องสาวไปซื้อบ้านที่มีลานจอดเครื่องบินไง) มันก็มีที่มาเช่นนี้นี่เองค่ะ 

วันนั้นเราได้เจอกับพระเอกหนุ่มในเรื่อง คือ ชิน-ชินวุฒ ที่รับบทเป็นบอส เจ้าของสถานี ที่ติดจะเป็นเพลย์บอยเจ้าเสน่ห์ เราจะมีรูปเท่ๆของเขามาฝาก และอยากจะแนะนำดาราหน้าใหม่ให้รู้จักกันมากกว่า เพราะเชื่อขนมกินได้ว่าจะต้องแจ้งเกิดแน่นอนเลยค่ะ 

ไปคุยกับผู้กำกับฯของเขาหน่อย พี่ซ้ง-ธรธร ของน้องๆในกองถ่ายนี้ เขาฝากฝีมือไว้ในซีรี่ส์ ตัดหางปล่อยวัดมาแล้ว จากเรื่องธรรมะฉีกมากำกับหนังรักสมัยใหม่เลย เขาคุยกับเราด้วยอารมณ์ที่ดูเป็นห่วงงานมากกว่า 

"โดยรวมแล้วนักแสดงในเรื่องคาแร็คเตอร์ มันก็ตรงตามบทมากครับ เราค่อนข้างใช้เวลาในการคัดเลือกนักแสดงนานมาก เพื่อให้มันมีความหลากหลาย นักแสดงที่มาร่วมแสดง เราก็ค่อนข้างพอใจที่ได้นักแสดงกลุ่มนี้มาร่วมงาน แต่ละคนก็คือมีคาแร็คเตอร์ ที่บางคนดีกว่าที่เราคิดเอาไว้ ก็เลยทำให้เรารู้สึกว่า มันจะได้ทำให้รูปแบบในเรื่องนี้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น อย่างชินที่เราเคยเห็นในมิวสิควิดีโอ แล้วคาแร็คเตอร์เขาดูเท่ๆ จริงๆแล้ว เขาก็ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ แต่ขณะเดียวกันเขาก็มีความเป็นผู้ใหญ่ มีคาแร็คเตอร์ของความกวน ถ้าเรามองภาพมีคนอย่างนี้ มาเป็นบอส มาเป็นหัวหน้า แล้วมีพนักงานเป็นกลุ่มวัยรุ่นอะไรอย่างนี้ มันก็คงมีความสนุกสนาน คือเรามองภาพของเขาอย่างนั้น แต่นี่พอได้มาร่วมงาน ก็เลยค่อนข้างจะเหมือนที่เราอยากได้ เพราะว่าบทเราเขียน เพื่อเซิร์ฟกับคาแร็คเตอร์ของเขาโดยเฉพาะและสำหรับสิ่งที่คนดูจะได้รับ คือจะมีสิ่งที่เราได้เห็นว่า บางครั้งความรักมันมีหลายด้าน แต่เราจะให้มองว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันก็มีทางออก มีทั้งล้มเหลว มีผลกระทบต่างๆ แต่ในบั้นปลายเนี่ย แต่ทุกเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับเรามาแล้ว ทำให้เราได้ประสบการณ์และได้ประโยชน์จากมัน คือเรื่องที่มันส่งผลกระทบต่อชีวิต มันมีผลดีทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องของความรักเนี่ย ถ้าเราเอาความเสียใจ ความผิดหวัง หรืออะไรก็ตามแต่ มาเป็นแง่มุมให้กับการใช้ชีวิตผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่ดีทั้งนั้น เราก็เลยพยายามจะชี้ตรงนี้ว่า อย่าไปมองอะไรให้มันเป็นเรื่อง คือให้มองทุกเรื่องให้เป็นเรื่องที่สนุกสนาน มันมีสิ่งที่จะนำเอามาใช้ในการดำเนินชีวิตได้ ให้เราพยายามมองแบบเอ็นเตอร์เทนเข้าไว้นะครับ"

คุยกับผู้กำกับฯแล้ว เรามารู้จักกับนักแสดงสาวในเรื่องนี้หน่อย แต่ละคนมีที่มาต่างกัน และน่าจะแจ้งเกิดได้ไม่ยากค่ะ 

ฐา-กิตติ์ลภัส วรสุทธิ์ไรวรรณ ฐาผ่านงานโฆษณามาไม่น้อย ในเรื่องเธอรับบทเป็น มั้น คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ซิงเกิ้ลมัม ที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว 

"พอรู้ว่าต้องมารับบทที่มีลูกก็รู้สึกเครียดนิดหน่อย เพราะอาจเล่นไม่ถึงบทแม่ แต่จะพยายามทำให้ดี เพราะในสังคมปัจจุบันเป็นซิงเกิ้ลมัม มีเยอะมาก ถ้าเราเล่นไม่สมบทบาทจริงๆ ไม่รักลูกจริงๆ ไม่รู้สึกว่าเป็นลูกจริงๆ มันจะรู้สึกเลยว่าไม่ใช่ เลยพยายามเตรียมตัวเพื่อถ่ายทอดการเป็นซิงเกิ้ลมัม" 

ปัจจุบันในวงการบันเทิงมีซิงเกิ้ลมัมไม่น้อย ซึ่งฐาบอกว่า "คนสมัยนี้ ความอดทนในการใช้ชิวิตคู่ของแต่ละคนน้อยลง ไม่เหมือนผู้ใหญ่สมัยก่อน อาจเพราะผู้หญิงสามารถทำงานนอกบ้านเองได้ พึ่งตัวเองได้มากขึ้นด้วย เวลาไม่ถูกใจอะไร แล้วทนไม่ได้จริงๆ ก็เลยพึ่งตนเองดีกว่า ซิงเกิ้ลมัม ก็เลยเยอะขึ้น และอาจเพราะผู้ชายที่ไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยด้วย หากทนได้ก็ทน แต่เป็นฐาเองก็ไม่ทน ยอมเป็นซิงเกิ้ลมัมดีกว่า ขอพึ่งตนเองก่อน"

หากไม่มีงานแสดงเรื่องนี้เข้ามา ฐาบอกว่า "ตอนแรกคิดว่า ถ้าไม่มีงานก็จะไปเรียนต่อบริหาร หรือไม่ก็ที่แคบลงมาหน่อยพวกโลจิสติกส์ การขนส่ง เพราะบ้านฐาทำขนมส่งออกไปเมืองจีน เวียดนาม ซึ่งมันเกี่ยวกับเราด้วย ก็กำลังคิดๆอยู่ อาจจะไม่ใช่ที่อังกฤษอย่างเดียว"

กดดันไหมเล่นคู่กับชิน เราถามน้องฐา "กดดันค่ะ ไม่เคยร่วมงานกันมาก่อน เห็นแต่ในทีวี ในเอ็มวี เขาน่ารักดี มองเขาเป็นดาราไปแล้ว แล้วเขาจะเล่นคู่กับเราเหรอ จะได้เล่นคู่กับชินหรอ คิดว่าเขาคงนิสัยดี ไม่หยิ่ง"

น้องฐาน่ารักดี ความสามารถเยอะด้วย เล่นเรือใบได้ ตีขิมได้อีกด้วย 

มาอีกหนึ่งสาวสวย ตีน่า-พิมพ์รดาภา ไรท์ นักร้องสาว สังกัดค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ ผู้รับบท น้ำเย็น ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอโดดมารับงานแสดง

"ซีรี่ส์เรื่องนี้เป็นซีรี่ส์เรื่องแรก ดีใจค่ะที่เราได้มาลองงานแบบนี้ ยิ่งได้มาเจอเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน ได้สนุกที่มาทำงานตรงนี้ และเป็นตอนยาวด้วย"

"การร้องเพลงกับการเป็นนักแสดงมีความแตกต่างกันค่ะ มันมีทั้งความยากง่ายต่างกันไป อย่างเช่นร้องเพลงเราเป็นตัวของเราเองมากๆ แล้วเราก็แค่อยู่กับตัวเอง ฝึกร้องเอง ทำอะไรเอง ไม่ต้องจำบทหรือพยายามอยู่กับคนอื่น อยู่บนเวทีเราก็แค่คุมคนดูให้อยู่แค่นั้น นักร้องจะยากตรงที่ ต้องคอยเอ็นเตอร์เทนตลอด ต้องคอยซ้อมฝึกเสียง พัฒนาตัวเองตลอดให้ตัวเองคุมคนดูให้ได้ แต่ละครหรือการแสดง ณ ช่วงเวลานั้น เราต้องอยู่กับบท จำบท คือเราไม่ต้องคุมคนดูให้อยู่ตรงนั้น แค่ทำหน้าที่ของเราให้ดี มันก็ง่ายตรงนี้ แต่ก็ยากตรงที่ต้องจำบทเหมือนกัน"

"ตอนนี้ตีน่าเรียนแฟชั่นดีไซน์อยู่ปี 2 ค่ะ ตีน่าเป็นคนชอบวาดรูป ชอบวาดรูปคน ร่างกายคน แล้วก็ได้ทำอะไรที่มันอิสระ ตอนทำอัลบั้มแรกทุกอย่างมันตีกันมาก เรียนแฟชั่น มันต้องปฏิบัติตลอด มันตีกับงานจนทำให้ช่วงนั้นตีน่าต้องดร็อปเรียนไปเลย"

ติน่ามีความสามารถพิเศษไม่น้อย เพราะเธอบอกว่า "ตีน่าทำได้ทุกอย่างเลย จริงๆนะ คือพอมาทำเพลงเราก็จริงจังอยู่กับเพลง ตีน่าเคยเรียนเปียโน ไวโอลิน กีตาร์ เรียนบัลเล่ต์ แจ๊ซซ์ ทุกอย่างครบหมด เพราะแม่ชอบให้เรียน ตีน่าก็เป็นคนชอบไขว่คว้าอยากเรียนด้วย แต่พอมันไม่ได้ใช้ มันเลยไม่ถึงขนาดเป็นมืออาชีพ"

ความฝันในชีวิต  "ตอนนี้ตีน่ามีที่อยู่ที่ลำปาง เป็นของยาย ยายให้แม่ แล้วแม่ก็ให้ตีน่า ตีน่าอยากเปิดสถานปฏิบัติธรรมหรือเป็นสถานที่เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ เพราะถ้าตีน่าว่าง ก็จะเข้าไปปฏิบัติธรรมในป่า อย่างตอนกลับบ้านที่เชียงใหม่ ตีน่าก็จะไปบวชชีพราหมณ์ ที่วัดถ้ำตองที่อยู่ในป่าในเขา แล้วก็วัดลำเกิง มีสองวัดที่ไปบ่อยๆ"

หน้าตาออกฝรั่งเชียว แต่สนใจการปฏิบัติธรรม เราถามเธอว่า ปฏิบัติธรรมให้อะไรกับชีวิต  "ให้ผลทางใจค่ะ ทุกวันนี้ถ้าตื่นมาแล้วไม่มีอะไรทำ จะรู้สึกว่าชีวิตตัวเองไม่มีค่า รู้สึกว่าต้องทำอะไรเพื่อให้ชีวิตตัวเองดูมีประโยชน์ ถ้าเราได้ไปปฏิบัติ มันให้ประโยชน์ทางศาสนากับตัวเราเอง ครอบครัว กับจิตใจ ช่วยฟื้นฟูเรา อย่างน้อยตีน่าปฏิบัติ 1 อาทิตย์ 7 วันที่ไปนอนในป่า ตีน่าได้ทำประโยชน์แน่นอน ในหนึ่งปีอย่างน้อย 7 วันนี้มีค่า มันก็รู้สึกดีแล้ว เราไม่ได้ไปอยู่วัดเฉยๆ เราไปสถานปฏิบัติธรรม ตีสี่ก็ตื่นแล้ว แล้วก็นั่งปฏิบัติธรรมทั้งวัน นอนอีกทีก็สี่ทุ่ม เวลากลับมาบ้านก็จะเป็นตัวของเราเอง ตีน่ามีหิ้งพระ ชอบบูชาพระ ชอบเอาดอกไม้ไปถวายพระ หรือนั่งสมาธิ สวดมนต์เป็นเรื่องปกติ อาทิตย์หนึ่งจะทำสัก 5 วัน ถ้ามีงานก็ไม่ได้ทำ" 

มิน่า หน้าตาเธอเลยอิ่มบุญ และน่ารักจริงๆ 

ลูกตาล-ทิพย์รัตน์ อมาตยกุล รับบทแบมบู สาวน้อยคนนี้กำลังจะมีผลงานเพลงกับค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ ในแบบเกิร์ล กรุ๊ป

"ซีรี่ส์นี้ เป็นการแสดงเรื่องแรกของตาลด้วย ได้ไป Work Shop สนุกดีค่ะ เหมือนเขาปูพื้นฐานตั้งแต่แรกเลย เพราะตาลไม่ค่อยมีพื้นฐานด้านการแสดงสักเท่าไร ก็เคยเรียนมาบ้าง แต่เป็นแบบเร่งรัดแล้วก็ยาก เพราะเรื่องของอารมณ์การแสดง มันต้องสร้างมาจากข้างในตัวเรา"

"ตอนที่ทราบว่า ได้รับเล่นเรื่องนี้ ก็เตรียมตัวเลยค่ะ ตอนแรกก็ต้องเริ่มจากแบ่งเวลาก่อน เพราะตอนนี้ตาลเรียนด้วย ทำงานด้วย ตาลเรียนอยู่ชั้น ม.6 และตั้งใจจะเรียนต่อที่ ม.รังสิตในคณะนิเทศฯค่ะ อาจจะเป็นประชาสัมพันธ์ หรือไม่ก็สื่อสารการแสดง ความสามารถพิเศษของตาลก็มีค่ะ ในเรื่องของการเต้น ตาลเรียนมาตั้งแต่เด็กๆ แจ๊ซซ์ นาฏศิลป์ แล้วก็เพิ่งมาหัดร้องเพลง เล่นทรัมเป็ตได้ แล้วก็กล่าวสุนทรพจน์ได้ด้วย ซึ่งส่วนมากอาจารย์จะฝึกไว้ประกวดเป็นตัวแทนของโรงเรียน ตัวแทนภาค"

"แบมบูเหมือนตัวตาลค่อนข้างมาก หมายถึงเรื่องลักษณะนิสัยของแบมบูเองด้วย แบมบูจะมีลักษณะนิสัยเอาแต่ใจ เป็นคุณหนู แต่ตาลไม่ใช่คุณหนู ขี้อ้อน ขี้งอแง ซึ่งเหมือนกับตาล"

"ดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับพี่ชิน เคยเจอกันหลายรอบแล้ว พี่ชินก็อยู่ที่แกรมมี่ฯเหมือนกัน เคยเข้ามานั่งคุยอยู่ในกรู๊ปของตาล เพราะพี่ชินรู้เรื่องเต้น แต่ตอนนั้นตาลไม่ได้ไป พี่ชินก็คงไม่รู้จักตาล โดยส่วนตัวชอบพี่ชินมาก ชอบในเรื่องร้อง เรื่องเต้น ค่อนข้างเป็นไอดอลของตาล"

เราถามตาลว่า คาดหวังอะไรกับซีรี่ส์เรื่องนี้บ้าง "คิดว่าเรตติ้งต้องดีมากๆ เพราะดูจากโครงเรื่องแล้ว ทุกคนน่าจะต้องติดแน่ๆ เพราะคล้ายๆผสมคอมเมดี้ด้วย"

เธอน่ารัก สดใส และเป็นธรรมชาติมาก เชื่อว่า อนาคตไกลแน่นอน

แย้-นนทพร ธีระวัฒนสุข รับบท นุ่มนิ่ม แย้เข้าวงการบันเทิงด้วยการเป็นนางแบบโฆษณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า และเป็นพริตตี้ รถยนต์ที่ค่าตัวสูงมากในวันนี้ 

"ก็รู้สึกตื่นเต้น เพราะเป็นภาพยนตร์ซีรี่ส์เรื่องแรกในชีวิต แย้รู้สึกติดตรงที่เสียงของแย้จะเหมือนกะเทย แล้วบางทีควบคุม เสียงตัวเองยาก ดังนั้น พอมาเจอบทนุ่มนิ่ม ซึ่งเป็นคนที่คอยประสานงาน มันก็ตรงกับบุคลิกของเรา เพราะเราสามารถดัดเสียง คะ ขาได้ ให้เป็นตัวเราเอง พูดเออเอง ก็ได้ ดีใจมาก แล้วก็ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่านที่ให้โอกาสแย้ ก่อนจะเริ่มงานแสดง ก็ได้ไปเวิร์คช็อป ซึ่งสนุกมากค่ะ ได้อะไรเยอะ อย่างแรกคือ รู้จักการ Open Mind เปิดรับว่าเราไม่ใช่แย้ เราคือนุ่มนิ่ม เราคือตัวละครในเรื่อง อีกอย่างคือทำให้เราได้มาเรียนรู้บท ได้ปรับตัวละครให้เข้ากับเราและตัวเราเองก็เข้ากับตัวละครด้วย ตามเรื่องนี้นุ่มนิ่มจะมีแฟนที่ง้องแง้ง แล้วในความคิดของเรา แฟนเราเคยขับแท็กซี่มาก่อน แล้วเราก็จะคอนโทรลแฟนได้ แล้วก็อาจจะกดขี่ข่มเหง เวลามีอะไรก็จะมาลงที่แฟน จะระบายใส่แฟนหมด เพราะว่าเราทำงานก็ค่อนข้างเครียด เป็นผู้หญิงที่เก่ง ประสานงานเก่ง ก็เลยมองแฟนเป็นคนใช้คนหนึ่ง แต่ก็รัก อันนี้คือในเรื่อง แต่ในชีวิตจริง มุมมองความรักของแย้คือก้าวไปด้วยกัน มันไม่ใช่เฉพาะความรักอย่างเดียว สมัยนี้จะมีเรื่องของการงาน ธุรกิจ หรืออะไรหลายๆอย่าง ความรักอย่างเดียวไม่ได้แล้ว เพราะโลกมันเปลี่ยน"

"การได้ร่วมงานกับ ชิน-ชินวุฒ ก็รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะว่าชีวิตจริงจะไม่ได้อยู่ใกล้ดารา คนดังที่หล่อขนาดนี้ ชินเก่ง มีความสามารถ ร้องเพลงเก่ง เต้นเก่ง แถมเป็นคุณครูสอนเต้นด้วย ก็รู้สึกประทับใจ ภูมิใจในตัวเอง ที่วันนี้เราได้มาเล่นกับชิน"

"ความสามารถพิเศษของแย้หรือคะ แย้เล่นขิมได้ แล้วก็เลียนเสียงกะเทย ทำอะไรที่น่าเกลียดได้ แย้ตีขิมสมัยเรียนมัธยม อยู่วงดนตรีไทยของโรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย จ.นครปฐม เล่นได้หลายเพลง แต่ถ้าจะให้เล่นตอนนี้คงต้องขอเวลารื้อฟื้นสัก 2 อาทิตย์ เพราะห่างกับมันไปมาก"

ถ้าใครเคยไปงาน มอเตอร์โชว์ บู๊ธไหนที่มีคน ไปมุงอยู่เยอะๆนั่นแหละ เดาได้เลยว่า น้องแย้เขาอยู่ตรงนั้น 

จูเลียต มาเรีย จูเลียตต้า คอนเซนติโน รับบท ริต้า สาวไฮเปอร์คนนี้ เข้าสู่วงการด้วยงานโฆษณาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ มาเป็นที่รู้จักของใครๆมากขึ้น เมื่อไปออกรายการตีสิบ เธอเป็นลูกครึ่ง ไทย-อิตาลีค่ะ พ่อเป็นคนอิตาลี ซิซีลี่ ภาคใต้ของอิตาลี แม่เป็นคนไทย ทั้งครอบครัวกลับมาอยู่เมืองไทยหมด แต่จูเลียตเกิดที่เมืองไทย 

จูเลียตก้าวเข้ามาสู่วงการ เพราะคุณแม่ส่งรูปไปนิตยสารรักลูก แล้วก็โฆษณาเล็กน้อยตอนอายุ 1-2 ขวบ แล้วก็ย้ายไปเมืองนอกตอนอายุ 4-5 ขวบ เธอมารับงานแสดงด้วยความบังเอิญโดยแท้

"ไม่ได้แคสต์ด้วยซ้ำค่ะพี่ทีมงาน สถานีบานฉ่ำ เขาไปเวิร์คช็อปที่เดียวกับตรงที่หนูอยู่พอดี ตอนนั้นเค้าเห็นน้องชายหนูตีกลองอยู่ แล้วก็ขอประวัติของน้องชายหนู แล้วก็ขอของหนูด้วย พออีกวันเค้าก็เรียกเข้าไปให้ลองเข้าเวิร์คช็อปดู ก็ได้รับเลือกให้มาเล่นเลย"

"ในเรื่องนี้รับบทเป็น ริต้าค่ะ คล้ายๆกับจะเป็นทอม แต่ไม่แมนมากเกินไป แต่ก็ไม่หวานเกินไป อารมณ์ติสต์ๆหน่อย "

แนนซี่-นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์ รับบทเอ็มมี่ เป็นนักแสดงจากทีมก่อนบ่ายคลายเครียด และงานโฆษณา ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการละคร ที่ธรรมศาสตร์

"เข้ามาสู่วงการด้วยการไปแคสต์ตามงานโฆษณาทั่วไป หน้าตาอย่างแนนจะไม่ค่อยได้โฆษณาไทย จะไปทางโฆษณาต่างประเทศมากกว่า เพราะในประเทศไทยก็จะเป็นแบบ ขาวๆ สวยๆ หมวยๆ อย่างแนนเลยไม่ค่อยได้ ส่วนใหญ่จะได้ไปแคสต์โฆษณาต่างประเทศ แต่ถ่ายประเทศไทยแต่ไปออนแอร์ที่จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินโดฯ เริ่มตั้งแต่อายุประมาณ 15-16 ปี เริ่มมาจริงจังตอนรู้จักกับผู้จัดการของเพื่อน ว่าก่อนบ่ายฯมีแคสต์นักแสดง ก็เลยลองไปดู เขาชอบเพราะบอกว่าเรากล้าดี ก็เลยไปเป็นนักแสดงก่อนบ่าย ช่วงแรกยากมาก เพราะไม่เคยเป็นนักแสดงตลก ไม่ค่อยรู้จังหวะ แต่แนนไม่ห่วงสวย เขาให้ทำอะไรก็กล้าทำก็เลยได้อยู่ในทีมมา"

"รู้สึกตื่นเต้น เพราะเป็นซีรี่ส์เรื่องแรก แล้วบทก็ท้าทายมาก เพราะต้องเซ็กซี่ เพราะไม่คิดว่าตัวเองเซ็กซี่ ตัวจริงเป็นคนที่ตลก โก๊ะๆ โวยวาย แต่ก็ชอบแต่งตัว เคยมีคนบอกว่าเซ็กซี่บ้างแต่ไม่ขนาดนี้ ตอนแรกก็ไม่รู้สึกกดดัน คิดว่าต้องทำได้อยู่แล้ว แต่พอมาจริงๆก็รู้สึกกดดัน เพราะสิ่งที่เราคิดว่าโอ.เค.ในระดับนี้ แต่มันยังไม่พอ รู้สึกกดดันหน้ากอง ก็กลับไปทำการบ้านค่ะ ไปศึกษาจาก Sex And The City มากกว่านี้ ในบทของซาแมนธา ต้องไปดูคาแร็คเตอร์เป็นอย่างไร บุคลิกท่าทางทั้งหมด เพราะผู้กำกับฯบอกว่า อยากให้เซ็กซี่ประมาณนี้ ก็รู้สึกชอบกับบทนี้นะคะ แนนก็เป็นคนที่หาเรื่องคนนิดหน่อย แรงในระดับหนึ่ง ก็ตรงบ้าง แต่เรื่องผู้ชายไม่ค่อยตรงเท่าไร"

 ก็มาแนะนำกันไว้กับน้องใหม่ ที่คุณคงได้เห็นการแสดงของพวกเธอกันแล้ว ในซีรี่ส์ สถานีบานฉ่ำ 

บันทึกรายปักษ์ครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทีมงานบริษัทมายน์แอทเวิร์คส์ ที่ทำให้ได้มีโอกาสไปเก็บเรื่องราวของนักแสดงน้องใหม่