โรคกลัวผิด

สายลม...แสงแดด

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในห้องบรรยายขนาดใหญ่ที่จุผู้ฟังได้สักพันคน ผู้บรรยายถามขึ้นมาว่า

"ใครใช้สบู่*****บ้าง"

คนยกมือยังไม่ถึงร้อยเลยมั้ง

"เฮ้ย มันหมดความนิยมไปแล้วเหรอ" ผู้บรรยายทำท่าตื่นเต้นเท่าที่นักวิชาการวัยเลยกลางคนมาดนิ่งท่านหนึ่งจะทำได้ ก่อนจะเอียงคอ เบิกตา สีหน้าเท่าทัน อันที่จริงเหมือนเกือบๆจะเจือแววยิ้มด้วยซ้ำ "เฮ้ย ไม่หรอกมั้ง ผมว่าจริงๆ ต้องมีเยอะกว่านั้น แต่ไม่กล้ายก"

เฮ้ย รู้ได้ไง

"...เพราะมันไม่เข้าเทรนด์ หรือไม่ก็เหลียวดูรอบตัวแล้วมีคนยกมือน้อยเกินไป"

ฟังแล้วก็ได้แต่แอบยิ้มเจื่อนๆอย่างจนใจ จริง...เด็กไทยไม่ได้ขี้เกียจกระทั่งจะยกมืออย่างที่ผู้สอนบางท่านค่อนแคะหรอก ส่วนใหญ่แล้วมันไม่กล้ามากกว่า แบบว่ากลัวผิดคิว

นั่นสินะ ทำไมเราต้องกลัวไม่เหมือนคนอื่นด้วยนะ?

บ้างก็บอกว่า กลัวฉลาดเกินหน้าคนอื่น ตามสำนวนที่สั่งสอนกันว่า "จงทำดีได้แต่อย่าเด่นจะเป็นภัย"

บ้างก็บอกว่า เป็นลักษณะของวัฒนธรรมที่ชอบการรวมกลุ่ม (Collectivist) ทำให้เราไม่อยากนอกลู่นอกทาง อยากจะทำอะไรเหมือนๆกันกับคนอื่น ถึงขนาดเห็นช้างขี้ก็ยังต้องขี้ตามช้าง ว่ากันไปนั่น

บ้างก็บอกว่า คนฉลาดจริงเขาไม่แสดงออก หรือบางทีก็บอกว่า "พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง" ส่งไปเลย

เฮ้อ แล้ววัฒนธรรม "ฉลาดนะ แต่ไม่แสดงออก" มันจะพาเราไปถึงไหนได้มั้ยเนี่ย

เชื่อไหม เกินครึ่งไม่ได้กลัวฉลาดหรอก

มันกลัวผิดกันต่างหาก

ย้อนกลับไปไกลกว่านั้นหน่อย...สมัยมัธยมสุดแสงดาวอยู่โรงเรียนที่สนับสนุนการกล้าแสดงออกอย่างสุดสุด ถึงขนาดที่ตอนเข้าไปแรกๆ วันรับน้องรุ่นพี่มอหกพูดเลยว่า

"น้อง อยู่ที่นี่นะ ด้านได้ อายอด"

ฟังแล้วให้กลุ้มใจเป็นกำลัง ชีวิตมันจะต้องด้านอะไรขนาดนั้น

แต่ยอมรับนะว่าอิจฉา เวลาเห็นคนอาสาออกไปเต้นไก่ย่างหน้าแถวอย่างไม่อายฟ้าดิน...อืมม์ ฟ้าก็ไม่ยักกะผ่าลงมาแฮะ เหมือนว่าการ "ด้าน" นี่มันจะไม่ผิดศีลธรรมจรรยาข้อไหนแต่อย่างใด

และแล้ววันหนึ่งตอนมอสอง เหตุการณ์ประทับใจฉากหนึ่งก็เกิดขึ้น

"ตอบผิด หักคะแนน!"

ตอนประถมยังมีโดนตีอยู่ แต่ขึ้นมัธยมโดยเฉพาะที่นี่เขาประกาศห้ามครูตีเด็กแล้ว กระนั้นอาจารย์สาวผู้สอนวิชาเศรษฐศาสตร์ท่านนี้ก็ยังลากไม้เรียวอันยาวเหยียดมา...ไม่ได้ตีหรอก เอาไว้ฟาดโต๊ะให้เกิดเสียงข่มขวัญเฉยๆ ยังไงซะก็ยังไม่ได้มีการประกาศห้ามพกไม้เรียวเหมือนอย่างห้ามพกพาอาวุธ ดังนั้น ถือว่าไม่ผิด

เมื่อตีไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีหักคะแนนกันละ เพื่อนนักเรียนบางคนขยาดวิธีนี้ยิ่งกว่าโดนตีเสียอีก ไม่รู้ทำไม

และเนื่องจากอาจารย์รู้ทันว่านักเรียนกลัวแสดงความฉลาดเกินหน้าเพื่อน (ยังงั้นหรือ?) กัน ดังนั้น จะไม่รออาสาสมัครให้เสียเวลา แต่เรียกชื่อตอบกันเลย

"ริน! ข้อนี้ตอบซิ ถ้าผิดหักห้าคะแนนนะ"

คนโดนเรียกปากคอสั่น นี่ไม่ได้กลัวผิดธรรมดา แต่กลัวผิดแล้วโดนหักคะแนนด้วย อาจารย์จงใจหักดิบ ดัดสันดานกลัวผิดกันหรือไงนี่!

"ไม่ตอบโดนหักคะแนนมั้ยอาจารย์" คะแนนเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ถึงไม่ถูกก็ต้องไม่ผิด รินตัดสินใจตัดช่องน้อยแต่พอตัว หนีเอาชีวิตรอดให้คนดวงซวยคนต่อไปตอบ "ผมขอใช้สิทธิ์ไม่ตอบ ข้าม"

"เธอนึกว่าเล่นเกมเศรษฐีเหรอ โง่จริง ทำไมไม่ต่อรองว่าถ้าตอบได้ขอห้าคะแนนล่ะ เอ้า ทั้งห้องว่าไง"

ทั้งห้องจะว่ายังไง มีแต่นั่งตัวลีบ วิชานี้ไม่เคยมีปัญหาเด็กคุยกันเสียงดังในชั้นสักที

"...ที่ครูพูดมานี่ถูกหรือผิด"

เงียบเป็นเป่าสากกันทั้งห้อง

"ไหน ใครว่าถูก ยกมือขึ้น"

ทุกคนเหลียวซ้ายแลขวา มองดูตากันจูนสัญญาณ แล้วยกกัน...เกือบทั้งห้อง

"ไหนใครว่าผิด"

มีสองคนยกมือ

"นิก ทำไมผิด แบบไหนถึงถูก"

"หนูหลับค่ะอาจารย์ เพิ่งตื่นมาเห็นเพื่อนยกเลยยกด้วย"

เวรกรรม!

อาจารย์หันไปทางอีกคน "ว่าไง ทำไมผิด"

"ถ้าตอบถูกแล้วอาจารย์ให้ห้าคะแนนไหมคะ" ด้านได้ อายอด เสียงรุ่นพี่เหมือนจะก้องขึ้นในความทรงจำ

เสียงฮือฮาในลำคอดังขึ้น ทุกสายจับจ้องสถานการณ์

"ได้ แต่ตอบผิดหักห้าคะแนนนะ เพื่อนเธอด้วย"

"ได้ค่ะ" เพราะตอบว่าไม่ได้คงไม่สามารถ "ไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะไม่มีการปลูกเพิ่มเติมแทนผลผลิตที่เก็บไปค่ะ กินกับขายเท่านั้น หมดแล้วหมดเลย อนาคตอาจจะไม่มีกิน"

"ถูกต้อง"

เพื่อนทั้งห้องปรบมือสนั่น

"อ้าว ครูลืมเอาสมุดคะแนนมา ตอบฟรีไปแล้วกันนะ"

สีหน้าคนตอบเหวอไปชั่ววูบ แต่รอยยิ้มกลับไม่ได้เลือนหายไปซะทีเดียว

เพราะสิ่งล้ำค่าจริงๆที่แลกมาด้วยความกล้า (หรือด้าน ในภาษาของรุ่นพี่) นั้น ไม่ใช่คะแนนหรอก

จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เรียนรู้ว่า...ไม่เห็นต้องกลัวผิดพลาด

"เรามีชีวิตอยู่ด้วยความกลัวไม่ได้" อาจารย์ชาวฟิลิปปินส์ท่านหนึ่งเคยประกาศเอาไว้ ซึ่งเมื่อคิดดูแล้วก็เป็นเรื่องจริงนะ

คนกล้าตายหนเดียว คนขลาดตายหลายหน...อันนี้ไปอ่านจากที่ไหนมาก็ไม่รู้

เราไม่ได้อยู่ในสนามรบด้วยซ้ำ ต่อให้ผิดพลาดก็ไม่ถึงกับสิ้นลมหายใจหรอก กลัวอะไรกับคำว่าผิด

บอกกับตัวเองว่าอย่ากลัว...และจำเอาไว้ให้มั่น

แต่ว่าถ้าเผลอลืมไปบ้างในห้องบรรยายพันคนที่แอร์เย็นฉ่ำ ในวิชาคาบต่อไป และต่อไปก็อย่าลืมเสีย

ว่าจงมีหัวใจที่เป็นอิสระ และปลอดจากความกลัวเถิด