"ต้นกล้า ตากล้อง ท่องเที่ยวไทย" ครั้งที่ 9

กับการถ่ายภาพท่องเที่ยว "เกาะสีชัง"
ที่นี่...รายการตะวันหรรษา

"ภาพหนึ่งภาพเท่ากับหนึ่งพันคำ" ช่างภาพมืออาชีพ มือสมัครเล่น หรือมือใหม่หัดถ่ายภาพ จะได้ยินคำนี้เสมอ และยังถูกนำมาใช้เกริ่นนำ เพื่อดึงความสนใจก่อนเข้าสู่การบรรยายทฤษฎีว่าด้วย การถ่ายภาพเสมอ จริงๆแล้ว การถ่ายรูปไม่มีถูกไม่มีผิด ขึ้นอยู่กับว่าเราชอบหรือไม่ชอบมากกว่า จะถ่ายภาพออกมาแบบไหนยังไง ถ้าดูแล้วตัวเรารู้สึกชอบและมีความสุขในสิ่งที่ทำ เชื่อว่าเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

 

ปัจจุบัน "การถ่ายภาพ" กับ "การเดินทางท่องเที่ยว" เป็นกิจกรรมที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้ ในยุคดิจิทัลที่การถ่ายภาพทำได้สะดวก กล้องถ่ายภาพใช้งานง่ายและมีคุณภาพดี เป็นกระแส การท่องเที่ยวเพื่อการถ่ายภาพ และภาพต่างๆถูกนำเผยแพร่ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค แบ่งปันกันชมได้รวดเร็ว

การถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยว ช่างภาพ นักข่าว สื่อมวลชน นักท่องเที่ยว ต้องเดินทางไปทั่วประเทศไปยังสถานที่ต่างๆ อาจต้องพบอุปสรรคหรือข้อจำกัดของเวลาและแสงธรรมชาติ เพื่อให้ได้มาซึ่งภาพถ่ายทุกฤดูกาล เพราะสถานที่เดียวกัน บรรยากาศในแต่ละวันไม่เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องเตรียมพร้อม คืออุปกรณ์การถ่ายภาพที่พร้อมทำงานได้ทันที

ดิฉันได้รับเชิญจาก นครพจน์ ปิ่นมิ่ง ฝ่ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ ภาคภูมิ น้อยวัฒน์ บรรณาธิการฝ่ายภาพอนุสาร อสท. ให้เดินทางไปดูกิจกรรมของโครงการ "ต้นกล้า ตากล้อง ท่องเที่ยวไทย" ครั้งที่ 9 เพื่อสอนการถ่ายภาพท่องเที่ยวด้วยกล้องดิจิทัลให้เยาวชน จำนวน 50 คน ของโรงเรียนเกาะสีชัง ตำบลเทววงษ์ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

เกาะสีชัง เป็นเกาะใหญ่มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดชลบุรี อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นที่จอดพักเรือสินค้านานาชาติ มีแหล่งท่องเที่ยวในบรรยากาศ วิถีชุมชน อยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะ และที่ตั้งของ ท่าเรือเทววงศ์ (ท่าล่าง) เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางด้วย รถสามล้อเครื่อง (สกายแล็บ) แต่ปัจจุบันไม่ค่อยพบเห็นแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นรถสองแถวให้บริการรับ-ส่ง

และเคยเป็นสถานที่เสด็จประพาส และที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน 3 พระองค์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก) สร้างพระจุฑาธุชราชฐานไว้ที่นี่ จึงทำให้เกาะสีชังเป็นเกาะแห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีพระราชวัง หรือเขตพระราชฐาน ตั้งอยู่

โครงการ "ต้นกล้า ตากล้อง ท่องเที่ยวไทย" ริเริ่มก่อตั้งขึ้นโดย ภาคภูมิ น้อยวัฒน์ บรรณาธิการฝ่ายภาพอนุสาร อสท. และ นครพจน์ ปิ่นมิ่ง ฝ่ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วัตถุประสงค์จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้มีความรู้และความเข้าใจเรื่อง การถ่ายภาพท่องเที่ยวด้วยกล้องดิจิทัล โดยคำนึงถึงการส่งเสริมท่องเที่ยวไทยให้เยาวชนได้นำเสนอผลงานและพัฒนาความสามารถด้านการถ่ายภาพให้มีสีสันโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

สื่อมวลชนและทีมงานพร้อมกันที่หน้าอาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ออกเดินทางเวลา 06.00 น. เพื่อไปท่าเรือศรีราชาแล้วขึ้นเรือโดยสารไปประมาณ 45 นาทีก็ถึงเกาะสีชัง มีรถสองแถวประจำถิ่นมารอรับและนำไปส่งที่ โรงเรียนเกาะสีชัง ซึ่งมี ดำรง เภตรา นายกเทศมนตรีเกาะสีชัง ให้การต้อนรับ

09.00 น. เยาวชนผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าโครงการต้นกล้าตากล้องฯ 50 คน มาลงทะเบียนและรับกล้องดิจิทัลอันเล็กๆไปคนละหนึ่งตัว ซึ่งกล้องเล็กในมือเด็กเหล่านี้กำลังจะสร้างภาพที่ใหญ่ให้ได้ชมในเร็วๆนี้

กิจกรรม"ต้นกล้า ตากล้อง ท่องเที่ยวไทย" ครั้งที่ 9 แบ่งเป็น ภาคเช้า ช่วงแรกเป็นการเรียนรู้หลักการ 1. แนะนำการใช้กล้องดิจิทัล เพื่อการถ่ายภาพ โดยวิทยากรของโครงการฯ ช่วงสอง ภาคภูมิ น้อยวัฒน์ 2. แนะนำการถ่ายภาพโดยนำภาพแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ เจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา มาอธิบายเรื่องการเลือกมุมมองของภาพ การจัดองค์ประกอบของภาพ การจับประเด็นสำคัญใส่ลงไปไว้ในภาพ ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการถ่ายภาพ เทคนิคการถ่ายรูปเพื่อให้ได้มาซึ่งภาพท่องเที่ยวที่สื่อสารแทนคำพูดได้

พักทานมื้อกลางวันฝีมือกลุ่มแม่บ้านคุณนายนายก อบต. ที่ต้องขอชมว่าอร่อยที่สุดในสามโลก

ภาคบ่าย 13.00-16.00 น. กิจกรรมต้นกล้าตากล้องพาลงพื้นที่ 3. ถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวในเกาะสีชัง ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่เกาะสีชัง จุฑาธุชราชฐาน หาดถ้ำเขาพัง เพื่อฝึกหัดถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยว แล้วนำกลับไปส่งมอบให้กรรมการคัดเลือกและตัดสินผลงานของแต่ละคนในครั้งนี้

เด็กๆกระจายตัวไปเลือกหามุมถ่ายภาพ บางคนแยกตัวไปคนเดียวแสวงหามุมโปรด บางคนจับคู่เดินคุย และแบบกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เป็นบรรยากาศที่น่ารักและประทับใจ สะท้อนถึงความมีน้ำใจและ ช่วยเหลือกันของเด็กๆ บางคนก็มาขอคำแนะนำและความมั่นใจจากพี่เลี้ยงและวิทยากร รวมถึงสื่อมวลชนที่ไปสังเกตการณ์และทำข่าวก็มีโอกาสชี้แนะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ไปด้วย

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่เกาะสีชัง ตั้งอยู่บนเขาห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางด้านเหนือของเกาะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ ลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถานที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีนและไทย จากบริเวณศาลมองเห็นทิวทัศน์บ้านเรือนด้านหน้าเกาะได้ชัดเจน

พิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน ห่างจากท่าเทววงศ์ลงมาทางใต้ของเกาะ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่ประทับฤดูร้อน ภายในบริเวณมีภูมิทัศน์ที่งดงาม ด้านหน้าเป็นชายหาดท่าวัง สามารถเล่นน้ำได้ ถัดขึ้นไปเป็นตึกวัฒนา พระตำหนักทรงปั้นหยา เรือนไม้ลวดลายขนมปังขิง ตึกผ่องศรี (ศาลาแปดเหลี่ยม) ตึกอภิรมย์ และวัดอัษฏางค์นิมิตร บนยอดเขา เป็นสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก พระราชวังทำด้วยไม้สักได้รื้อไปสร้างเป็นพระที่นั่งวิมานเมฆที่กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมี สระน้ำ บ่อน้ำ สะพานท่าเทียบเรือและประภาคาร

หาดถ้ำเขาพัง อยู่ด้านตะวันตกของเกาะ เป็นหาดกว้างทรายละเอียดน้ำใสสะอาด สวยงาม เล่นน้ำได้

เยาวชนต้นกล้าตากล้องฯ กลับมาที่ห้องอบรมปฏิบัติการ ด้วยความภาคภูมิใจและมั่นใจในผลงานที่ยังอยู่ภายในกล้องถ่ายรูปตัวเล็กๆของพวกเขา เพื่อ 4. โหลดภาพ บรรยากาศครึกครื้น ส่งเสียงเชียร์และชื่นชมภาพของเพื่อนๆ พวกเขาต้องฝึกการตัดสินใจ คัดเลือกภาพ ที่มั่นใจว่าดีที่สุดและตอบโจทย์ เพียงคนละหนึ่งรูปจากภาพที่ออกไปถ่ายภาพมาเป็นสิบเป็นร้อยภาพ ทำให้กลุ่มสื่อมวลชนต้องร่วมลุ้นไปด้วย

เป็นการเรียนรู้และฝึกตัดสินใจอย่างมีเหตุผล เมื่อเลือกภาพได้แล้วต้อง ตั้งชื่อภาพ เพื่อนำเสนอ ภาพพร้อมคำอธิบายจากเจ้าของผลงาน ภาคภูมิ น้อยวัฒน์ รับหน้าที่ 5. วิจารณ์ภาพ ให้คำแนะนำ สื่อมวลชนเองก็ได้รับความรู้และเข้าใจมุมมองของแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง ผ่านผลงานของเด็กๆด้วย

ทีมงานและสื่อมวลชนเข้าพักที่ เกาะสีชังรีสอร์ท ใกล้ๆมี จุดชมวิวช่องเขาขาด ชมปรากฏการณ์ พระอาทิตย์ตกน้ำ ทอแสงสีส้มทองส่องกระทบน้ำทะเลงดงามที่สุดแห่งหนึ่ง มีร้านชมตะวันอาหารถูกใจด้วยค่ะ

ช่องเขาขาด ตั้งอยู่ด้านหลังของเกาะ หากนั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา ในบริเวณมีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม นอกจากนี้บริเวณหาดจะมีหินกลมขนาดต่างๆมากมาย ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ตั้ง พลับพลาที่ประทับชมวิวของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ภาคภูมิ น้อยวัฒน์ เปิดเผยว่า โครงการต้นกล้า ตากล้อง ท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 9 เปิดโอกาสให้เยาวชนนักเรียนในจังหวัดชลบุรี-เกาะสีชัง ขาดโอกาสเรียนรู้ประสบการณ์การถ่ายภาพ ให้ได้แสดงมุมมองการถ่ายภาพ ส่งเสริมและอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยว ในฐานะนักถ่ายภาพรุ่นใหม่ สร้างสรรค์ผลงานและมุมมองที่แปลกใหม่

"เป็นความตั้งใจที่ต้องการให้ความรู้ที่ถูกต้อง และเป็นเวทีที่สร้างโอกาสให้กับเยาวชนนักเรียน ที่มีความสนในการถ่ายภาพ แต่ขาดอุปกรณ์การถ่ายภาพ ผลงานภาพถ่ายเหล่านี้ของเด็กในพื้นที่ สามารถนำไปใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักโดยเป็นมุมมองของคนในพื้นถิ่น"

นครพจน์ ปิ่นมิ่ง บอกว่าการดำเนินงานประกอบด้วยกิจกรรม 1. การจัดอบรมโดยวิทยากรผู้มีประสบการณ์ด้านการถ่ายภาพ ให้ผู้เข้าร่วมโครงการ-นักเรียนจำนวน 50 คน เรียนรู้ทฤษฎีการถ่ายภาพเบื้องต้น 2. การฝึกปฏิบัติงานลงพื้นที่จริง ถ่ายรูปแหล่งท่องเที่ยวโดยมีอาสาสมัครและช่างภาพประมาณ 10 คนดูแลและถ่ายทอดประสบการณ์การถ่ายภาพให้แก่เยาวชนนักเรียน 3. การจัดนิทรรศการแสดงผลงานของเยาวชนนักเรียน เผยแพร่ผลงานของผู้เข้าร่วมอบรมในโครงการฯ ณ เกาะสีชัง

วันที่สอง อิ่มอร่อยมื้อเช้ากันแล้ว สื่อมวลชนเดินทางไป สำรวจแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ตามคำแนะนำของท่านนายกเทศมนตรีเกาะสีชัง ที่ชื่อ "หมวดศิลาเกาะสีชัง" ยังอยู่ในช่วงการปรับปรุงภูมิทัศน์ จัดหาหัวรถไฟที่ปลดระวางแล้วมาจัดแสดง คาดว่าจะเปิดได้ช่วงปลายปี 2557 การสร้างแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่จะทำให้เกาะสีชังมีศักยภาพมากขึ้น ประชาชนในท้องถิ่นมีอาชีพ และมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

หมวดศิลาเกาะสีชัง มีความเกี่ยวเนื่องกับ การก่อสร้างทางรถไฟ เมื่อ พ.ศ.2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระราชทานกิจการรถไฟขึ้นในประเทศสยามได้มีการสำรวจค้นหาวัตถุดิบเพื่อผลิตปูนซีเมนต์ มอบหมายให้วิศวกรชาวต่างประเทศ สำรวจคุณภาพหินที่เกาะสีชัง และพื้นที่บริเวณหมวดศิลา ปรากฏว่าเป็นหินที่มีคุณภาพดี เหมาะสำหรับเป็นวัตถุดิบผลิตปูนซีเมนต์ และนำไปสร้างเขื่อน จึงได้จัดตั้งสำนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทยขึ้นที่เกาะสีชัง ใช้ชื่อว่า "หมวดศิลาเกาะสีชัง"

การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ทำการระเบิดหินบริเวณนี้ แล้วนำหินที่ได้ขนไปทางเรือใบ เพื่อนำไปสร้างหมอนรองทางรถไฟที่สถานีรถไฟมักกะสัน กรุงเทพมหานคร ถือได้ว่า หมวดศิลาเกาะสีชัง-แหลมสีชัง เป็นสถานที่ที่เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์การสร้างทางรถไฟของประเทศไทย

ผลจากการระเบิดหินทำให้เกิด เศษหินก้อนเล็กก้อนน้อย ในพื้นที่บริเวณหมวดศิลากระเด็นตกลงไปในทะเล หินเหล่านี้ถูกกระแสคลื่นกระทบเป็นเวลานาน จนมีลักษณะเป็นหินกลม เกิดเป็น หาดหินกลม ขึ้นนับเป็นหาดหินที่เกิดจากธรรมชาติสร้างสรรค์ มีความสวยงามแตกต่างไปจากหาดทั่วไปที่เป็นหาดทราย เทศบาลเกาะสีชัง จึงมีนโยบายพัฒนา หมวดศิลา-แหลมสีชัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ดำเนินการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์และสร้างศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ณ บริเวณหมวดศิลา เพื่อเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการ การกำเนิดรถไฟของประเทศไทย ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และการนำหินหมวดศิลาไปสร้างทางรถไฟสถานีรถไฟมักกะสัน กรุงเทพมหานคร เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์การสร้างรางรถไฟของประเทศไทย

ภาคบ่ายเป็นการประกาศผลตัดสินภาพถ่ายท่องเที่ยวโครงการต้นกล้า ตากล้อง ท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 9 และมอบรางวัลให้กับผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ รางวัลดีเด่น และรางวัลพิเศษให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งเด็กๆทั้งหมดได้รับของที่ระลึกทุกคนค่ะ เป็นความประทับใจและสร้างแรงบันดาลใจให้กับรุ่นต่อๆไปด้วยค่ะ

ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้านเด็กๆเล่าให้ฟังถึง แหล่งท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง และความประทับใจที่มีต่อการได้เข้าร่วม กิจกรรมของโครงการต้นกล้าตากล้อง ว่าดีใจที่มีผู้ใหญ่ใจดีเปิดโอกาสให้กับเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หลายคนเพิ่งได้จับต้องกล้องถ่ายภาพเป็นครั้งแรก และดีใจที่สุดเมื่อได้เห็นภาพจากฝีมือของตนเองพิมพ์ออกมา แม้ภาพจะไม่โดดเด่นแต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีของพวกเขา ที่อาจได้ก้าวไปสู่เส้นทางช่างภาพมืออาชีพได้ หากเอาใจใส่และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

โครงการต้นกล้า ตากล้อง ท่องเที่ยวไทย ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ค้นหาความฝันของตนเอง น้องๆที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมของโครงการฯ ไม่ว่าจะอยู่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก หรือภาคใต้ สามารถโพสต์ภาพแหล่งท่องเที่ยวใกล้บ้านในท้องถิ่น เข้าไปไว้บนแฟนเพจโครงการต้นกล้าตากล้องท่องท่องเที่ยวไทย ได้ค่ะ

กติการ่วมสนุก คือถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นของตนเอง ได้แก่ วัดวาอาราม บ้านเรือน ศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติ น้ำตก ภูเขา ต้นไม้ ทะเล แม่น้ำ ลำคลองหรืออะไรที่น่าสนใจ สถานที่แปลกใหม่ ยังไม่เป็นที่รู้จัก จะได้คะแนนมาก ถ่ายภาพด้วยกล้องคอมแพค อนุโลมให้ใช้กล้องในโทรศัพท์มือถือได้ และไม่เป็นภาพที่ปรับแต่งจนผิดธรรมชาติ

ผู้ส่งต้องเป็นเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา อายุไม่เกิน 25 ปี และมีบัญชีเฟซบุ๊คเป็นของตนเอง ลงทะเบียนด้วยการเข้ามากด ถูกใจ (Like) ในแฟนเพจเฟซบุ๊คโครงการฯ ส่งได้คนละ 4 ภาพต่อเดือน หมดเขตส่งภาพทุกวันสิ้นเดือน ภาพที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะในแต่ละฉบับ จะได้รับ กล้องถ่ายภาพคอมแพค 1 ตัว เสื้อสกรีนลาย "ต้นกล้า ตากล้อง ท่องเที่ยวไทย" และอนุสาร อสท. ฉบับที่ลงผลงาน

การถ่ายภาพเป็น "บันทึกความทรงจำ" ของคนคนหนึ่ง ณ เวลาที่ถ่ายภาพนั้นไว้ หากได้นำเสนอหรือเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณชน เป็นที่นิยมชมชอบของผู้พบเห็น อาจส่งผลให้ได้รับความสนใจ นำไปสู่โอกาสและอนาคตที่ดีกว่า ตลอดจนชื่อเสียง และรางวัลต่างๆ ซึ่งนอกเหนือไปจากความภาคภูมิใจ