มาร์กีส เดอ แม็งเตอน็อง

พระราชินีลับ
ราชินีในความทรงจำ

เรื่องราวของใครหนอ ฟังดูช่างแปลกประหลาด พระราชินีลับมีด้วยหรือ มีหรือไม่มี อย่างน้อยก็มีหนึ่งองค์ที่ประเทศฝรั่งเศสในศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ ในรัชกาลพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ (Louis XIV) ที่มีสมญาว่าพระสุริยเทพ (le Roi Soleil)

มาร์กีส เดอ แม็งเตอน็อง (Marquise de Maintenon) มีชื่อเดิมว่า ฟรังซวส โด บีเญ (Francoise d'Aubigne) เป็นบุตรีของ ก็องสต็องท์ โด บีเญ ชายตระกูลขุนนางผู้ไม่เคยทำอะไรสำเร็จและถูกจำขังในตารางของลูกหนี้อยู่ที่เมืองนิยอร์ (Niort) ในมณฑลปัวตู (Poitou) คนทั้งหลายคิดว่าเด็กน้อยฟรังซวสคงถือกำเนิดในเรือนจำที่บิดาต้องโทษอยู่ ได้รับศีลล้างบาปอย่างชาวคาทอลิกในวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ค.ศ.๑๖๓๕ ต่อมาบิดาพ้นโทษใน ค.ศ.๑๖๔๕ แต่แล้วก็ไม่ได้ทำงานเป็นชิ้นเป็นอัน แล้วยังเข้าใจผิดว่าตนจะได้เป็นผู้ปกครอง (Governor) ที่เกาะมารี-กาล็อง (Marie-Galante) จึงลงทุนพาครอบครัวเดินทางจะไปรับตำแหน่ง ปรากฏว่าไม่มีตำแหน่งว่างอะไรทั้งนั้น 

ก็องสต็องท์ โด บีเญ จึงต้องเดินทางกลับฝรั่งเศส และละทิ้งภรรยาและบุตรไว้ที่เกาะมาร์ตินิก (Martinique) อีกถึง ๒ ปี กว่าจะเดินทางกลับฝรั่งเศสได้ ขณะนั้นบุตรีคือ ฟรังซวสอายุราว ๑๒-๑๓ กำลังจะเข้าสู่วัยรุ่น การมีชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ เพราะบิดาตกงานอยู่เป็นปกติ ต้องอาศัยญาติรับไปเลี้ยง แต่ฟรังซวสก็ไม่ได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชูสักเท่าไร บิดาก็เจ็บไข้และมีหนี้สินล้นพ้นตัว

แต่เหตุการณ์ร้ายๆในชีวิตไม่ได้ทำให้สาวน้อยฟรังซวสหลงผิดทำตัวเสียหาย ตรงกันข้าม เธอกลับเคร่งครัดในศีลธรรมจรรยา รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักการเอาอกเอาใจคนอื่น และที่สำคัญเธอเป็นคนรักเด็ก อ่อนหวานและปรารถนาดีกับเด็กด้วยความจริงใจ เป็นคนที่อยู่ในบ้านใครก็ทำตัวเป็นพี่เลี้ยงของเด็ก ทำให้เจ้าของบ้านเบาใจ มีเวลาไปทำงานอื่น นิสัยดีข้อนี้ของฟรังซวสได้นำโชคดีมาให้แก่เธอ โดยที่ตัวเธอก็ไม่คาดฝันว่าเธอทำบุญใดไว้ ชีวิตจึงผกผันขึ้นสู่ที่สูงในเวลาต่อมา

เมื่อฟรังซวสอายุได้ ๑๖ ปี มารดาของเธอก็ถึงแก่กรรม มาดาม เดอ เนยยองท์ (Madame de Neuillant) ผู้อุปการะเธอดำริจะให้เธอเข้าคอนแวนต์บวชเป็นรูปชีเสีย จะได้ไม่มีภาระต้องเลี้ยงดูเธอต่อไป ก็พอดีเธอได้พบกับนักประพันธ์ผู้พิการนามว่า ปอล สการ์ร็อง (Paul Scarron) แม้ชายผู้นี้จะมีนิสัยไม่ดีนัก แต่ก็รับเลี้ยงดูเธอเป็นภรรยา

ปอล สการ์ร็อง แก่กว่าฟรังซวสมากถึง ๒๕ ปี คนที่เขียนประวัติของ มาดามเดอ สการ์ร็อง ก็ไม่แน่ใจนักว่าเธอได้เป็นภรรยาของสการ์ร็องจริงๆ หรือไม่ อย่างไรก็ตามสการ์ร็องได้มีส่วนทำให้ฟรังซวสเติบโตทางสติปัญญามาก เธอได้เป็นเจ้าบ้านหญิงทำหน้าที่รับแขกที่มาคบหาสมาคมกันที่ห้องรับแขก (Salon) ของสการ์ร็องอยู่นาน ได้มีโอกาสพบปะคนในสังคมจำนวนมาก ทำให้เธอมีหูตาและวิสัยทัศน์กว้างไกล

ใน ค.ศ.๑๖๖๐ สามีที่มีร่างกายพิการก็ตายจากเธอไป ฟรังซวสไม่มีทรัพย์สมบัติอยู่เลย เธอจะอยู่ได้อย่างไร เป็นโชคดีที่ในระหว่างที่เธอทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านหญิงของ ปอล สการ์ร็อง อยู่นั้นเธอได้พบกับคนชั้นสูงและคนมีเงินหลายต่อหลายคน เช่น พระนางอานน์แห่งออสเตรีย (Anne of Austria) ผู้เป็นพระพันปีหลวง คือเป็นพระราชมารดาของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ได้พระราชทานเงินแก่เธอ ๒,๐๐๐ ปอนด์ แล้วเธอยังมีโชคที่ได้งานทำคือเป็นผู้อบรมเลี้ยงดูพระองค์เจ้าเล็กๆ ที่เป็นลูกนอกสมรสของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ กับ มาดามเดอ ม็องเตสปัง (Madame de Montespan)

มาดามเดอ ม็องเตสปัง เป็นมิตรของฟรังซวสตั้งแต่เมื่อเธอยังเป็นเจ้าของซาลองเดอสการ์ร็องอยู่ พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ โปรดปรานพระสนมลับคือ มาดาม เดอ ม็องเตสปัง มาก มีบุตรนอกสมรสกับนางหลายพระองค์ พอมาดาม เดอ ม็องเตสปัง มีลูกให้พระเจ้าหลุยส์ถึงคนที่ ๓ พระเจ้าหลุยส์ก็ทรงพระกรุณาพระราชทานบ้านใหญ่ที่แซงท์-แจร์แม็งใน ค.ศ.๑๖๗๓ ครอบครัวใหญ่ของมาดาม เดอ ม็องเตสปัง จึงย้ายมาอยู่ที่บ้านใหญ่พร้อมกับนำครูพี่เลี้ยงคือมาดามสการ์ร็องมาอยู่ด้วย

เราไม่ทราบว่าในตอนนั้นพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ทรงตกหลุมรักครูพี่เลี้ยงแสนสวยและกิริยามารยาทดีพร้อมทั้งมีอารมณ์ที่อ่อนหวานนุ่มนวล สามารถปลอบประโลมใจพระองค์ในยามพระอารมณ์ไม่ดีให้กลับมีความสุขและนึกถึงพระเจ้าขึ้นมาได้ มาดามสการ์ร็องพระอภิบาลของพระองค์เจ้าเด็กนอกสมรสทั้งหลายนั้นเป็นคนใจดีและเคร่งศาสนา สามารถทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ มีจิตใจคิดถึงพระเจ้าและค่อยทุเลาความมุ่งมั่นกระหายพระราชอำนาจของพระองค์ลงได้

ในปีต่อมาคือ ค.ศ.๑๖๗๔ พระราชทานเงินให้มาดามสการ์ร็องซื้อปราสาทหรือชาโต เดอ แม็งเตอน็อง (Chateau de Maintenon) แล้วใน ค.ศ.๑๖๗๙ พระราชทานโฉนดเนื้อที่ดินของเธอ ทำให้เธอมีศักดิ์ตามที่ดินที่ถือครองเป็น มาร์กีส เดอ แม็งเตอน็อง เธอจึงเลิกใช้ชื่อมาดามสการ์ร็องซึ่งเป็นชื่อนามสกุลของสามีที่ล่วงลับไปแล้ว ในชื่อและยศศักดิ์ใหม่คือ มาร์กีส เดอ แม็งเตอน็อง เธอได้รับแต่งตั้งให้เป็นนางสนองพระโอษฐ์ของพระชายาของพระรัชทายาท

มาร์กีส เดอ แม็งเตอน็อง จึงได้มียศศักดิ์ด้วยตัวเองและไม่ต้องอยู่ในแวดวงอำนาจของมาดาม เดอ ม็องเตสปัง ต่อไป เพราะในระยะหลังสตรีทั้งสองก็มีเรื่องระหองระแหงกันอยู่บ่อยๆ

ถ้าเรื่องราวมีแต่เพียงเท่านี้ เราก็ไม่น่าต้องเรียก มาร์กีส เดอ แม็งเตอน็อง ว่าเป็นราชินีลับ แต่การณ์ปรากฏว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ โปรดนางยิ่งขึ้นทุกคืนวันที่ผ่านไป เพราะ มาร์กีส เดอ แม็งเตอน็อง เป็นคนใจดีและนิสัยดีอย่างแท้จริง ส่วนที่อยู่ของนางในพระราชวังเป็นที่ที่สงบ เต็มไปด้วยบรรยากาศของคนมีศีลที่ถวายตัวแด่พระเป็นเจ้า และนางเป็นน้ำเย็นที่คอยลูบเวลาที่พระเจ้าหลุยส์กริ้วหรือทรงมีความทะยานอยากอำนาจตามชื่อสมัญญานามของพระองค์ว่าสุริยเทพ

เราไม่ทราบว่า มาร์กีส เดอ แม็งเตอน็อง ได้ถวายตัวแก่พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ เมื่อไรแน่ ใน ค.ศ.๑๖๗๓ หรือ ๑๖๗๘ หรือ ๑๖๘๐ แต่ผู้เขียนประวัติของนางบางคนเชื่อว่าใน ค.ศ.๑๖๘๓ อันเป็นปีที่พระราชินีของพระเจ้าหลุยส์สวรรคตในวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ค.ศ.๑๖๘๓ ทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ไม่ทรงมีภริยาตามกฎหมายอีกต่อไป น่าที่คนเคร่งศาสนาอย่าง มาร์กีส เดอ แม็งเตอน็อง จะยอมตนเป็นภริยาอย่างแท้จริงของพระองค์ในระยะเวลาที่ไม่มีพระราชินีแล้ว

อย่างไรก็ตามพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ โปรดนางเป็นอย่างยิ่ง และทรงต้องการให้นางเป็นพระภริยาเจ้าคนเดียวของพระองค์ในสายพระเนตรของพระผู้เป็นเจ้า เพื่อให้นางมีศักดิ์สูงสมกับความดีของนาง พระองค์ไม่โปรดให้นางเป็นพระสนมมีหน้าที่บำเรอพระบาทอย่างนางสนมคนอื่น พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ให้นิมนต์พระมาทำพิธีแต่งงานสวมแหวนในพระราชวังในเดือนตุลาคม ค.ศ.๑๖๘๓ แล้วทรงยกย่องนางตลอดเวลาอย่างการยกย่องพระราชินี เพียงแต่ว่าไม่ได้ออกรับราชทูตและตามเสด็จไปต่างประเทศเท่านั้น

นักประวัติศาสตร์เรียกพระราชินีอย่าง มาร์กีส เดอ แม็งเตอน็อง ว่า พระราชินีลับ หรือพระราชินีที่ไม่แสดงองค์ (The Untitled Queen)

น่าคิดว่าที่พระนางเป็น Untitled Queen นั้นก็เพราะพระนางเองไม่ได้เรียกร้องต้องการจะ "ออกหน้า" ตามนิสัยนอบน้อมถ่อมตนของพระนางเอง คู่สมรสของพระราชาไม่เรียกราชินีแล้วเราจะเรียกว่าอะไร พระนางเป็นภริยาองค์ที่ ๒ ของพระราชา และตลอดพระชนมชีพของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔  พระองค์ไม่ได้ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสอีก คู่สมรสนี้ได้อยู่ด้วยกันด้วยความสุขเป็นเวลานานถึง ๓๒ ปี จนพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ สวรรคตใน ค.ศ.๑๗๑๕ พระนางเสียพระทัยไม่หายและประชวรสวรรคตตามไปภายในเวลา ๔ ปี คือจบชีวิตเมื่อ ค.ศ.๑๗๑๙

ปรากฏว่าพระราชินีไม่แสดงองค์องค์นี้ได้ทำสิ่งที่เป็นคุณเป็นประโยชน์หลายอย่างนอกจากเป็นพระอภิบาลของพระเจ้าหลุยส์แล้ว พระนางได้ให้จัดตั้งโรงเรียนสำหรับสอนเด็กหญิงที่ยากจน พระนางมีพรสวรรค์ในเรื่องการเลี้ยงเด็กและการให้การศึกษาแก่เด็ก นอกจากนั้นพระองค์ยังเขียนภาษาฝรั่งเศสได้อย่างไพเราะและได้เรื่องได้ราวอย่างยิ่ง จดหมายของพระนางที่เขียนถึงบุคคลต่างๆ มีจำนวนมาก และต่อมาพระเจ้านโปเลียนมหาราชได้ทรงชมเชยว่าจดหมายของพระนางอ่านแล้วสนุกและให้ความรู้เรื่องราวต่างๆ ได้มากกว่าจดหมายของ มาดาม เดอ เซวีนเญ่ (Mme de Sevigne ซึ่งมีชื่อเสียงว่าเขียนจดหมายเก่งที่สุด) เสียอีก