พิพิธสยามกับ อติรุจ วัชรยุคนธร

นัดพบ

ใครที่ชื่นบานกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หรือแม้กระทั่งการประดิดประดอยแบบไทยโบราณ และชอบเล่น Faecbook เชื่อว่าคุณจะต้องสะดุดตากับ Page ของชมรมพิพิธสยาม ซึ่งมาแนวแปลก โพสต์แต่เรื่องราวของประวัติศาสตร์ ชวนร่วมกิจกรรมการร้อยมาลัย ทำน้ำปรุง ประดิษฐ์ดอกไม้ไหว และมักชวนไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะสถานที่สำคัญๆในกรุงเทพฯ ซึ่งบางครั้งเราผ่านไปผ่านมาแต่หาได้ทราบความเป็นมาของสถานที่เหล่านั้นไม่ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวดีๆเหล่านี้คือ อติรุจ วัชรยุคนธร ทายาทของบ้านดุริยประณีต ซึ่งเชี่ยวชาญทางด้านดนตรีไทย ผู้รักและหลงใหลในงานศิลปะไทยทุกแขนง

ชมรมพิพิธสยามเกิดขึ้นได้อย่างไรคะ

ผมเป็นคนชอบเรื่องราวของประวัติศาสตร์ แต่ออกตัวว่าผมมิได้เรียนจบมาทางด้านนี้นะครับ ก่อนหน้าที่จะเกิดชมรมพิพิธสยามขึ้นในเฟซบุ๊ค ซึ่งตอนนั้นยังใหม่อยู่มาก ผมกับเพื่อนๆกลุ่มหนึ่งใช้ชื่อว่า กลุ่มสไมล์ ทริป เป็นในลักษณะเพื่อนชวนเพื่อนเที่ยว ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2552 ชอบชวนกันเดินเที่ยวตามสถานที่ต่างๆของกรุงเทพฯ เช่น บ้านโบราณของคหบดี วัง ตำหนัก วัดวาอาราม ฯลฯ ซึ่งล้วนเกิดขึ้นจากความสงสัยใคร่รู้ของผมกับ คุณณัฐวุธ หมายสุข เมื่อเกิดคำถามขึ้นผมมักจะใช้วิธีค้นคว้า หรือสอบถามจากผู้รู้ เพื่อช่วยอธิบายความสำคัญของสถานที่ต่างๆเหล่านั้น

บังเอิญว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง อาจารย์ระพี สาคริก ได้ให้เกียรติร่วมทริปไปด้วย ผมได้มีโอกาสขอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวที่ผมทำอยู่ กอปรกับในเวลานั้นกลุ่ม สไมล์ ทริป กำลังเริ่มถึงจุดอิ่มตัว อยากจะทำอะไรให้เป็นกิจจะลักษณะมากยิ่งขึ้น ภายหลังท่านอาจารย์ระพีก็เมตตาให้เกียรติมาเป็นที่ปรึกษาให้หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนชื่อเป็น ชมรมพิพิธสยาม ตั้งแต่นั้นมา

ทำไมคุณอติรุจ จึงใช้ชื่อว่า "ชมรมพิพิธสยาม"

ก็คงต้องเท้าความไปถึงคำว่า Smile Trip ซึ่งฟังดูแล้วสบายๆ เป็นการเที่ยวไปยิ้มไป แล้วต่างก็พกพาความสุขกลับบ้านกันไป อีกทั้งยังมีความสุขที่ได้มีมิตรไมตรีต่อกัน ได้เรียนรู้เรื่องราวของไทยๆ ไปพร้อมๆกัน และก่อนที่จะใช้ชื่อ ชมรมพิพิธสยาม หรือ Variety Siam ก็คิดไว้หลายชื่อเหมือนกัน แต่ที่สุดก็คิดว่าชื่อนี้เหมาะสมกับกิจกรรมที่เราทำอยู่มากที่สุด จำได้ว่าเปลี่ยนเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา

ปัจจุบันกิจกรรมของชมรมพิพิธสยามประกอบด้วยเรื่องใดบ้าง

เราเน้นนำกิจกรรมที่เผยแพร่เรื่องราวไทยๆที่น่าสนใจ มุ่งหวังให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้ร่วมกันอย่างลึกซึ้ง เบื้องต้นกิจกรรมจะจัดในลักษณะนำเที่ยวกลายๆ แต่ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ รวบรวมเฉพาะกลุ่มคนที่สนใจราว 10 คน มาเรียนรู้ไปด้วยกัน โดยเชิญวิทยากรท้องถิ่นมาเป็นผู้ให้ความรู้บ้างเป็นครั้งคราว

นอกจากนี้ก็จะมีกิจกรรมงานประดิดประดอยงานแบบไทยโบราณ ได้แก่ พวกงานเครื่องแขวน น้ำอบ น้ำปรุง ดอกไม้ไหว การร้อยมาลัยแบบต่างๆ ซึ่งบางอย่างผมก็ลงทุนไปเรียนด้วยตัวเองที่สวนสุนันทา เพราะบางช่วงเค้ามีการเปิดอบรมเกี่ยวกับงานพวกนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็เกิดขึ้นจากความสงสัยของผมอีกนั่นแหละครับ โดยเฉพาะเครื่องแขวนเวลาเห็นแขวนอยู่ตามหน้าต่างวัดหรือเหนือพระพุทธรูป ผมก็จะใคร่รู้ขึ้นมา และไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง

พอเริ่มทำเป็นก็อยากที่จะให้คนอื่นๆได้ทำงานพวกนี้เป็นบ้าง จึงเกิดการต่อยอดจัดกิจกรรมเหล่านี้ขึ้นมา ซึ่งผมได้ที่ปรึกษาที่ดีมากคือ อาจารย์ดอน เป็นครูสอนอยู่ในวิทยาลัยในวังชาย

แรกทีเดียวผมถามอาจารย์ดอนว่า ผมอยากจัดกิจกรรมสอนเกี่ยวกับเรื่องของการทำเครื่องแขวน พอจะกรุณามาเป็นวิทยากรให้ผมได้มั้ย ทาบทามกันอยู่พักนึง ที่สุดอาจารย์ก็ตอบตกลง มาสอนให้ที่วัดโพธิ์เมื่อเร็วๆนี้เอง แต่ก่อนหน้านี้เราก็สอนเรื่องร้อยมาลัย ทำน้ำอบ น้ำปรุงมา แป้งร่ำ กระแจะจันทร์ ฯลฯ บ้างแล้วโดยใช้สถานที่ที่วัดโพธิ์เป็นหลัก ซึ่งผมเองก็ได้รับความเมตตาจากท่านรองเจ้าอาวาสเสมอมา บางครั้งท่านก็กรุณามาเป็นวิทยากรพิเศษให้ด้วย

ทำไมต้องเลือกใช้สถานที่ที่วัดโพธิ์คะ

เพราะผมเริ่มกิจกรรมหลายๆอย่างที่วัดโพธิ์ จนได้รู้จักกับท่านรองเจ้าอาวาส (พระราชเวที) ซึ่งท่านมีหน้าที่ดูแลเรื่องการทัศนศึกษาในวัด ฉะนั้นเวลาติดต่อมาทัศนศึกษา พระท่านก็จะเมตตาในเรื่องของการขอใช้สถานที่เพื่อใช้จัดกิจกรรมแบ่งปันความรู้ ท่านไม่เคยปฏิเสธนะ เพราะถ้าสังเกตดีๆ วัดโพธิ์ไม่มีการแสวงหาผลประโยชน์เชิงพุทธพาณิชย์เช่นวัดอื่นๆ หากแต่ส่งเสริมเรื่องการเรียนรู้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 เพราะวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ท้ายวังหลวง อีกทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเมืองไทย ผมเชื่อว่าถ้าหากจะทัศนศึกษาวัดโพธิ์ให้ทั่วคงต้องใช้เวลาหลายวันทีเดียว เพราะที่นี่มีของดีให้ชมมากมาย ทางวัดจึงมีนโยบายส่งเสริมเรื่องความรู้เป็นหลักไม่เน้นเรื่องอื่น

จากการทำกิจกรรมหลายๆครั้งที่ผ่านมา กระทั่งได้มีการเคลื่อนพลไปต่างจังหวัด นั่นหมายถึงว่าเราต้องมีเครือข่ายเกิดขึ้นบ้างแล้ว

ใช่ครับ เครือข่ายที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็นผู้ใหญ่ใจดี มิตรผู้ใจดี โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะออกในแนวลักษณะเป็นเพื่อน พอคุยกันแล้วเกิดเป็นเพื่อนที่ไว้ใจกัน หรือว่าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเรา พี่ครับ ป้าครับ เดี๋ยวเดือนหน้าผมจะมีนี่ๆนะ เดี๋ยวผมจะพาคนมา หรือว่าเดือนหน้าผมมีกิจกรรมทำนองนี้ เชิญไปเป็นวิทยากรได้ไหมครับ ส่วนใหญ่ก็ยินดีทั้งนั้น ยังไม่เคยเจอใครที่ปฏิเสธ ไม่มีแม้กระทั่งการเรียกค่าตัว แต่มาโดยที่ไม่ได้คิดอะไรเลย แต่มาด้วยความยินดี และต้องการเผยแพร่ในเรื่องของสิ่งที่ท่านมีองค์ความรู้ อย่างเช่น การที่เราทำกิจกรรมเรื่อยๆ อย่างที่บอกว่ายิ่งมากวัน ยิ่งนานวันเรายิ่งเจอบุคคลสำคัญ ยิ่งเจอครูบาอาจารย์ ยิ่งเจอใครหลายๆคนที่มีในเรื่องทักษะแล้วก็ความรู้เฉพาะทางเยอะแยะไปหมด อย่างหนึ่งในที่เจอแล้วก็เป็นครูอาจารย์ที่ผมเคารพนับถือ แล้วก็เป็นบุคคลในเครือข่ายนะครับก็ อาจารย์ธงฉัตร เลขาวิจิตร ที่ท่านเป็นอดีตนายช่างศิลปกรรม ช่างสิบหมู่ของกรมศิลปากร และ พี่แอน-สุดารา สุจฉายา ที่กรุณาผมอย่างมาก งานแรกที่อาจารย์ท่านมาสอนเป็นงานลงรักปิดทอง ก็สอนที่วัดโพธิ์นี่ครับ แล้วนอกเหนือจากนี้ก็ยังมีงานประดับกระจก งานปั้นหุ่นต้นประติมากรรมต้นแบบ แล้วก็งานช่างสลักไทย งานปัก งานประดับกระจกด้วย งานปักด้วย ส่วนใหญ่เราจะใช้เรือนพิกุลแก้วที่วัดโพธิ์นั่นแหละครับ

ในชมรมช่วยงานกันหลายคนมั้ยคะ

(ยิ้ม) มีผมทำคนเดียวเกือบทุกอย่าง แม้กระทั่งการซื้อข้าวของอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการทำกิจกรรมผมก็ไปซื้อเอง จัดหาเอง ส่วนเรื่องการติดต่องานต่างๆผมทำเองทั้งหมด บางทีก็ไปนั่งรอเจ้าของบ้านเป็นวันๆ บางทีติดต่อหน่วยงานนั้นหน่วยงานนี้วิ่งไปวิ่งมาวันหนึ่งหลายรอบกว่าจะได้เข้าในที่ที่ใช้เวลาแค่เพียงประมาณสักไม่กี่ชั่วโมง แต่ว่าการติดต่อมันก็ยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งก็ไม่เคยเล่าให้ฟัง แต่เพียงแต่ว่าก็จะบอกว่า กรรมวิธีแต่ละตัวกว่าจะได้มันก็ไม่ง่าย แม้กระทั่งการซื้อของจัดกิจกรรมพวกงานฝีมือก็ไม่ง่ายเหมือนกัน

ผมไม่อยากให้วิทยากรลำบาก เราสามารถที่จะดูได้ ยกเว้นบางอย่างที่วิทยากรหรือครูต้องเตรียมเราก็อาจจะต้องรบกวนครูว่า ครูครับ ตรงนี้ผมไม่ถนัด หรือว่าผมน่าจะซื้อแล้วผิดนะ รบกวนครูดีกว่าอะไรประมาณนี้ ส่วนใหญ่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ วิ่งซื้อของเอง ประโยชน์คือผมรู้จักร้าน รู้จักแหล่งแต่ละที่ว่าจะซื้ออะไรที่ไหน ยังไงบ้าง อย่างงานเครื่องหอมนี่ตัวอย่างน้ำปรุงนี่ หรือแม้กระทั่งแป้งพวง มันจะต้องใช้ชะมดเช็ดเป็นตัวหลัก ชะมดเช็ดคืออะไรล่ะ ก็จะ Question Mark ไปนั่งหาข้อมูลใน Google บ้างอะไรบ้าง สอบถามจากครูบาอาจารย์ที่เป็นผู้สอนบ้างมันคืออะไรแล้วซื้อที่ไหน ก็ได้คำตอบแล้วก็รู้ว่าราคามันแพงนะ เดี๋ยวนี้น้ำหนักหนึ่งบาทก็ 3,000-4,000 บาทแล้ว ก็ไม่ได้เยอะอะไรมาก แต่ว่าถ้าทำเป็นเรื่องเครื่องหอมแล้วขาดมันไม่ได้ เพราะมันเป็นตัวที่เป็นตัวจับกลิ่น จำเป็นต้องใช้ แล้วก็เลยไม่แปลกใจว่า ทำไมพวกงานฝีมือไทยๆหรืองานพวกน้ำหอมทำไมมันถึงแพง

วัตถุประสงค์หลักของชมรมจริงๆ คืออะไรคะ

ชมรมจะมีจุดประสงค์อยากจะให้คนไทยหันกลับมามองในเรื่องของความเป็นไทยๆ เข้าใจรากเหง้าของตัวเอง ไม่ใช่ว่าไหว้กันตะพึดแล้วก็ขอกันแต่พร โดยที่ไม่ได้รู้ว่าสิ่งที่จะต้องทำจริงๆ คืออะไร ไม่ใช่พอใกล้สิ้นเดือน ใกล้หวยออกคุณก็มาไหว้พระกัน ถามตัวเองเหมือนกันว่า เป็น Conservative มากขึ้นหรือเปล่า เริ่มเห็นอะไรที่มันขวางหูขวางตามากขึ้นจากเมื่อก่อนเรื่องของเขาไม่เกี่ยวกับเรา หลังๆนี้พออย่างทำกิจกรรมในวัดโพธิ์หรือว่าอยู่ในวัด จะเห็นอะไรที่มันเป็นสิ่งแปลกประหลาดมหัศจรรย์ของคนไทยเข้ามาก็คือ เห็นผู้หญิงนุ่งสั้นบ้าง แขนกุดบ้างอะไรบ้าง ขัดใจมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ จริงอยู่ที่ปัจจุบันจะเป็นเรื่องของแฟชั่น แต่แฟชั่นก็สามารถที่จะทำให้เรียบร้อยได้ สถานที่ไหนควรอย่างไร เรื่องของความรู้ความเข้าใจในเรื่องของศิลปวัฒนธรรม แล้วก็เรื่องของกาลเทศะคนไทยขาดมากขึ้น แล้วก็ขาดความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้นด้วย

คุณอติรุจเรียนจบมาทางด้านนี้หรืออย่างไรจึงชอบทางด้านนี้

ผมเรียนจบมาทางด้านการตลาด แต่อาจจะด้วยว่าเป็นลูกหลานของบ้านดุริยประณีตกระมัง จึงซึมซับเรื่องเหล่านี้มา แต่ผมเล่นดนตรีไทยไม่เป็นนะครับซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก

ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมของชมรมเป็นกลุ่มไหนบ้างคะ

จริงๆแล้วตอนนี้นะครับก็หลักๆที่ตั้งโจทย์ไว้ตอนแรกก็คือกลุ่มผู้ที่สนใจในเรื่องของประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ทุกเพศทุกวัยนะครับ แต่หลังๆมานี่เนื่องจากสื่อออนไลน์มันเป็นสื่อที่มันเผยแพร่ได้รวดเร็วนะครับ แล้วก็มีการแบ่งปันกันไว ทำให้คนที่เข้ามาเกิดความหลากหลายแล้วก็เป็นอะไรที่หลายมิติ บางคนก็เป็นครูบาอาจารย์ บางคนก็เป็นนักเรียน บางคนก็เป็นข้าราชการ บางคนก็เกษียณแล้ว บางคนก็ยังอยู่ในวัยทำงาน พอมารวมกันแล้วดีอย่างครับ ไม่มีใครที่จะติดหัวโขนมาด้วย ทุกคนแบบเป็นพี่ป้า น้าอา เป็นเพื่อน เป็นอะไรกัน มาครั้งแรกอาจจะยังเกร็งๆกันอยู่ไม่รู้จักใคร แต่พอ มีมาซ้ำๆ แล้วพี่ๆหลายท่านเหล่านี้ครับก็จะเป็นตัวชูโรงผมใช้คำนี้แล้วกันนะ พอมาเสร็จปั๊บเขาก็จะช่วยกันว่า บางทีเราอาจจะต้อนรับไม่ทันก็จะมาช่วยต้อนรับ ช่วยดูแล ช่วยอะไร แล้วก็จะเป็น Navigator ให้กับทางคนที่มาใหม่ด้วยว่า นี่มันจะมีอะไรบ้าง เกิดขึ้นยังไง เดี๋ยวเขาจะพาไปไหน ไปทำอะไร ก็จะช่วยกันเผยแพร่แล้วก็ช่วยกันแนะนำกิจกรรม แล้วก็เกิดการติดตามในหน้า Page บางคนก็อาจจะแบบเพื่อนบอกมาแต่ไม่รู้ว่าเขาดูข่าวสารจากที่ไหนก็มาก่อน พอมาแล้วก็เกิดความชอบ จากนั้นก็เริ่มมีการติดตาม ก็เริ่มบินเดี่ยวได้โดยที่ไม่ต้องมีเพื่อน เดี๋ยวนี้กิจกรรมก็เริ่มจากในกรุงเทพฯออกไปต่างจังหวัด ไปแม่แจ่ม ไปน่าน ไปอุทัยธานี ไปจันทบุรี ไประยอง แล้วก็พื้นที่ใกล้เคียงกรุงเทพฯอย่างนี้ อยุธยาพวกนี้นะครับ แล้วก็เริ่มออกไปต่างประเทศก็มีหลวงพระบาง มีเวียงจันทน์ มีวังเวียง ลาว แล้วก็ตอนนี้ครั้งแรกของชมรมที่จะออกไปที่พม่าก็คือที่เมืองมัณฑะเลย์ ไปดูเรื่องของการสิ้นสุดของราชวงศ์พม่า

เพราะในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้งเราจะใช้ Story เป็นตัวนำ ว่าเราจะไปดูเรื่องอะไร อย่างการไปมัณฑะเลย์ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเพื่อไปดูเรื่องของแสงสุดท้ายก่อนสิ้นสุดของราชวงศ์พม่า คนก็ให้ความสนใจเพราะเอาตัว Story ตัวนี้มาเป็นตัวเปิด แล้วก็เอาเรื่องของเพลิงพระนางในอดีตที่เคยฉายทางช่อง 5 มาเป็นตัวให้เขาดูว่า เขาจะเห็นหน้าชไมพรขึ้นมาแล้วว่าเป็นพระนางอนัญทิพย์นี่ร้ายยังไง โหดร้ายยังไง อนัญทิพย์ก็คือตัวศุภยาลัต ในการแปลงบทแล้วก็เปลี่ยนชื่อก็กลายเป็นอนัญทิพย์

นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีเรื่องของพระเจ้าอุทุมพรของบ้านเราด้วยที่ท่านถูกเกณฑ์ไปเป็นเชลย ฉะนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจในปัจจุบันอยู่พอดี เราก็เอา Story เป็นตัวนำทำให้มันเป็นการขับเคลื่อนการเรียนรู้ได้ตรงกับวัตถุประสงค์ เพราะฉะนั้นคนไปก็จะได้รู้ว่า คุณจะไปดูเรื่องอะไร แต่ถ้าเกิดคุณไปกับทัวร์ ที่เพียงแค่ไหว้พระขอพร มีคนเคยบอกให้ชมรมจัดไหว้พระ 9 วัด เราก็บอกไปกับขสมก. ก็ได้ คือเราอยากให้เวลากับสถานที่นานๆ เพราะสิ่งที่คุณจะได้คือ ได้รับรู้เรื่องราวแล้วก็บริบทต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ รวมถึงการที่คุณจะได้ถ่ายภาพที่นั่นนานๆ เพราะบางคนชอบถ่ายภาพ

เมื่อครู่คุณอติรุจเล่าว่าเติบโตในบ้านดุริยประณีต

ครับผมเป็นเด็กในบ้านดนตรีไทย แต่ว่าถ้าเล่าก็ออกจะน่าอายนิดหนึ่งตรงที่ว่า ผมเล่นดนตรีไทยไม่เป็นเลยเนื่องจากที่บ้านเป็นครอบครัวใหญ่นะครับ ปู่ ตาทวด ยายทวด มีลูก แล้วก็จะมีรุ่นทวดอีกทีหนึ่ง รุ่นอาจารย์สุดจิต รุ่นครูสุดจิต ยายทวดผมจะเป็นลูกสาวคนโต เพราะฉะนั้นเวลาจะ เคยดูลอดลายมังกรใช่ไหมครับ พี่สาวคนโตมีลูก ลูกก็ไปทันกับน้องตัวเอง อายุใกล้เคียงกันอะไรแบบนี้ครับ มีถึงประมาณ 14 15 คน เพราะฉะนั้นแต่ละบ้านก็จะมีวิถีที่มันแตกต่างกัน ฉะนั้นอย่างบางบ้านก็อาจจะเข้าถึงตัวผู้ใหญ่ได้มากกว่า บางบ้านก็อาจจะเข้าไม่ถึง ก็เลยกลายเป็นเหมือนกับว่าบางทีอาจจะแอบน้อยใจบ้านเหมือนกันว่า บางทีย่าไม่รัก ยายไม่รัก อะไรอย่างนี้ครับ ตามประสาเด็กๆ แล้วโตมาแล้วก็รู้สึกเหมือนกับว่า มันก็เป็นเรื่องที่เป็นปกติ

แต่ก็แอบเสียดายตรงที่ว่า ทั้งๆที่ตัวเองมีต้นทุนที่ดีทางด้านศิลปวัฒนธรรม มีครูบาอาจารย์ระดับศิลปินแห่งชาติอยู่ตรงนี้ แต่เรากลับไม่ได้ในเรื่องของตรงนั้นมาประดับตัวเองเลย แต่ว่าดีที่ว่าสิ่งที่เราได้เห็นในพื้นเพในสิ่งที่ตัวเองอยู่ มันเป็นบริบทของเจ้านาย บริบทของวัดวาอารามนะครับ เพราะบ้านดุริยประณีตอยู่บางลำพูเป็นพื้นที่ที่ติดต่อกับเกาะรัตนโกสินทร์ เพราะฉะนั้นตอนเด็กๆนี่ก็จะวิ่งเล่นตามวัดบ้าง มาเล่นสนามหลวงบ้าง เดินเข้าพิพิธภัณฑ์บ้าง ดูโขน ดูละคร ดูหนังกลางแปลงที่เวลามีเฉลิมพระชนมพรรษาก็จะตั้งกันเต็มไปหมดนะครับ ก็ได้เห็นในบรรยากาศวันวาน แล้วก็ทำให้มันซึมซับเรื่องพวกนั้นมาตั้งแต่เด็กๆ โตขึ้นเราก็มี เขาเรียกว่าอะไรนะ เหมือนกับวิถีชีวิตที่อาจจะแตกต่างจากเรื่องบริบทเดิมที่เคยเห็น แต่ว่าพ่อเป็นคนเป่าปี่นะครับ เขาเรียกว่า เป็นครูคนหนึ่งที่เป่าเครื่องเป่าได้หลายชนิด ปี่มอญ ปี่ใน ปี่ชวา ขลุ่ย ฯลฯ

วันว่างๆ หรือว่าในราชการท่านก็ไปเป่าปี่อยู่ที่เวทีมวยราชดำเนิน เวทีลุมพินี ท่านจะชอบพูดว่า เดี๋ยวไปยุให้คนตีกัน ก็คือเป่าปี่มวยนะครับ เพราะฉะนั้นพ่อจะเป็นนักดนตรี ส่วนแม่ก็เป็นลูกหลานของบ้านนี้ รุ่นนู้นเท่าที่เคยฟังแม่เล่าให้ฟังว่าสมัยเขาสาวๆ ลูกหลานบ้านนี้ก็จะโดนเกณฑ์ให้ไปรำ รุ่นผู้ใหญ่ก็จะไป เล่นดนตรี ปี่พาทย์ เล่นดนตรีไทย แต่พวกรุ่นลูก รุ่นหลาน ก็จะโดนเกณฑ์ไปรำ เวลาเขามี มีรำมอญ ก็จะโดนไปสอนรำมอญ

บ้านเราจะมีเจ้านายเสด็จมาบ่อย อย่างเช่น เสด็จพระองค์ใหญ่ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร พระองค์เจ้าอนุสรมงคล บางครั้งก็จะมีเจ้าจอมของท่านตามเสด็จมาด้วย ไม่ถือองค์เลยนะครับ ก็ทำให้ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเจ้านายตามประสาเด็กๆ เราก็จะไปนั่งดู ไปนั่งๆ มองโดยที่แบบไม่รู้ว่าเป็นใครนะครับ และทำให้เข้าใจว่าเสด็จในกรมหมายถึงการเรียกเจ้านายพระองค์ใดบ้าง

สิ่งที่เราได้เห็น ได้รู้ จึงทำให้เราไม่ต้องไปนั่งจินตนาการหรือว่านึกแล้วมันเป็นยังไงอะไรนะครับ จนกระทั่งโตมาเริ่มสักประมาณขึ้นประถม ที่บ้านก็แยกออกมาจากชุมชนบางลำพูมาอยู่กันที่ดินแดง เป็นแฟลตทหารอยู่กองดุริยางค์ทหารบก เนื่องจากคุณพ่อรับราชการทหารนะครับ ก็ได้ออกมาอยู่ที่นั่น จากนั้นก็ใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไปก็คือไปเรียนไปอะไร ก็ใช้ชีวิตทางโลก ใช้ชีวิตทางโลกคือไปเที่ยวห้างเที่ยวอะไร แล้วก็เรียนบ้างอะไรอย่างนี้ จนกระทั่งจบปริญญา แต่ตอนเรียนผมจะชอบทำกิจกรรมอาสาทุกเรื่อง ประสบการณ์จากตรงนั้นช่วยทำให้ผมนำมาใช้ได้จนกระทั่งปัจจุบัน

ความสุขที่เราได้จากการทำชมรมพิพิธสยามคืออะไรบ้าง

เนื่องจากผมเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรม สิ่งที่เราคิดที่อยู่ในหัว เวลาที่ทำให้มันเป็นภาพออกมาได้เหล่านี้คือความสุข สิ่งที่เราคิด เราคิดว่าเรื่องนี้มันน่าสนใจ แล้วเราอยากให้ตรงนี้มันเป็นยังไง เราอยากให้คนมาดูอะไร หลังจากที่เราคิดเสร็จปั๊บเราพยายามที่จะถ่ายทอดแล้วดึงคนที่สนใจเข้ามาร่วมกิจกรรมได้ แล้วก็ไปเรียนรู้ร่วมกันได้ แล้วเขาเข้าใจในสิ่งที่เราจะบอกมันก็ถือว่าเป็นความสุขของคนที่พยายามที่จะดึงในแก่นของมันออกมา เพื่อให้คนเข้าใจแล้วก็รู้จักมากขึ้นกว่าการที่จะเดินผ่านไปผ่านมาแล้วไม่รู้จักว่าคืออะไร

ยกตัวอย่างวัดพระแก้ว คุณก็บอกว่าคุณก็เดินไปเดินมา ไปเที่ยวเองก็ได้ ทำไมเราต้องจัดพาเข้าไป บางทีพาเข้าไปแล้วคุณก็จะเห็นว่า ในวัดพระแก้วไม่ได้มีแค่พระแก้วมรกต แล้วมันก็ไม่ได้มีแค่แบบอันนี้สวยจัง อันนี้สวยจัง บางทีฐานของโบสถ์ มีอะไรต่อมิอะไรแฝงอยู่ แม้กระทั่งเป็นครุฑยุดนาค เป็นอะไร ทำไมต้องเป็นครุฑยึดนาคล่ะ ทำไมจะต้องมีชั้น 2 3 ชั้น ทำไมต้องมีฐานตรงปราสาทพระเทพบิดร แล้วทำไมต้องเป็นยอดปรางค์ปราสาท คุณอยากรู้เพิ่มเติมไหม

อย่างวัดโพธิ์นี่เหมือนกัน ไปแรกๆ วัดโพธิ์สวยดี แต่พอมาครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ความสวยมันก็เริ่มปกติแล้ว ต้องซอกแซกกวาดตามอง นู่นคืออะไร นี่มีอะไร นั่นยังไงบ้าง เก๋งจีนที่อยู่ข้างๆพระนอน เมื่อก่อนก็เคยใช้เป็นที่จัดอบรมทำน้ำปรุงเป็นครั้งแรกที่จัดกิจกรรมในแนวงานฝีมือ ยังไม่รู้เลยตรงนั้นมีชื่อ มารู้ตอนหลังว่าเป็นสวนมิสกวัน แล้วก็มีความรู้เพิ่มเติมเข้ามาอีกก็คือ เมื่อก่อนเคยใช้เป็นที่เรียนของเจ้านาย เจ้าฟ้ารุ่นเล็ก เพราะว่าประตูท้ายของพระราชวังเปิดเชื่อมต่อกับวัดโพธิ์ เจ้านายก็จะมาเรียนกันที่นี่ แล้วถัดไปหน่อยที่มีเป็นลักษณะเป็นเก๋งจีนคล้ายๆกัน อยู่ตรงข้ามกันข้างๆ ก็คือเป็นสระจระเข้ ใช้เป็นที่เรียนของเจ้าฟ้ารุ่นใหญ่ อายุ 14-15 ขึ้นไป เหล่านี้คือสิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากการมานั่งเฉยๆ ครั้งหนึ่ง แอนนา เลียวโนเวนส์ (Anna And The King) ก็เคยมาสอนที่นี่

เหล่านี้คือความสุขที่เราได้รับ การได้ถ่ายทอดสิ่งที่จินตนาการอยู่ในหัวออกมาจัดเป็นกิจกรรมเพื่อให้คนที่ร่วมกิจกรรมได้สัมผัส ได้รับรู้ ทั้งในเรื่องของรูป รส กลิ่น และเกิดเป็นการไปเที่ยวก็จะเป็นอะไรที่คนได้เข้าไปในสถานที่จริงแล้วได้เห็น แล้วได้ดู ได้รู้ ในเรื่องของมิติแต่ละอย่างที่มันซ่อนๆอยู่ คือความสุขที่สุดแล้วสำหรับผม...