เกาะหมาก...แดนหรรษาสุดทางบูรพา

ท่องเที่ยวทั่วไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด ชวนผมไปเที่ยวด้วยกันครับ ซึ่งก็มีก๊วนนักข่าวที่สนิทมาร่วมขบวนการหรรษาครั้งนี้ด้วย

การมา "ท่องเที่ยวทั่วไทย" ในทริปนี้ พอได้ทราบมาคร่าวๆว่า จะได้ไปเที่ยวจังหวัดตราด ก็เลยให้นึกไปถึงทะเล หาดทราย ฟ้าคราม เกาะแก่ง และอาหารซีฟู้ด จึงเตรียมเนื้อเตรียมตัวเต็มที่ โดยหาเชิ้ตลายดอกสีสด เสื้อกล้ามสีขาวๆ กางเกงเลสักสองสามตัว หมวกสานกิ๊บเก๋ แว่นกันแดดเท่ๆ รองเท้าแตะลุยๆ แล้วก็นี่ด้วย...ครีมกันแดด

ตื่นเต้นครับ ณ วันที่นัดหมาย มาก่อนกำหนดเป็นชั่วโมง กำลังนั่งสะลึมสะลืออยู่เชียว หูก็แว่วยินเสียงทักว่า สวัสดีครับ...ผม "เพชร" (สนิท บุตรจินดา) จากสำนักงานตราดครับ ผมและแก๊งเพื่อนๆ ต่างส่งรอยยิ้มให้ เพื่อยินดีในมิตรภาพ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ ททท. ทั้งส่วนกลางและสำนักงาน พาเดินทางไปสู่จังหวัดตราด โดยที่การเดินทางมาจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางได้ถึง 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 บางนา-ตราด (เส้นทางหลวงหมายเลข 3) ผ่านชลบุรี-ระยอง-จันทบุรี-ตราด ระยะทางประมาณ 385 กิโลเมตร เส้นทางที่ 2 บางนา-ชลบุรี-แกลง-จันทบุรี-ตราด (เส้นทางหลวงหมายเลข 344) ระยะทางประมาณ 318 และเส้นทางที่ 3 ทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) เริ่มกิโลเมตรที่ 0 ตรงแยกถนนศรีนรินทร์ ตัดถนนรามคำแหง แล้วมาออกที่เส้นบ้านบึง-แกลง-จันทบุรี-ตราด พอห่างจากอำเภอเมืองฯ ไปยังอำเภอเกาะกูด กับระยะอีกทางราว 82 กิโลเมตร

ตราด...จังหวัดสุดท้าย ชายแดนบูรพาทิศ เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ เพราะเป็นที่ตั้งของเกาะจำนวนมาก กระทั่งได้ชื่อว่า "เมืองเกาะครึ่งร้อย"

เกาะน้อยใหญ่ รวมตัวเป็นหมู่เกาะ เรียงรายกระจาย จากใกล้ฝั่งสุด ไปจนถึงไกลห่าง ในน่านน้ำทะเล มีอยู่ถึง 52 เกาะนั้น เกาะหมาก...มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 รองมาจาก เกาะช้าง และเกาะกูด ซึ่งเป็นจุดหมายเที่ยวเตร่ของเรา

ความสรวลเสเฮฮา ได้เริ่มต้นขึ้นมาในทันที หลังจากที่เรือสปีดโบ้ท ได้ผละตัวออกห่างจากท่า แล้วแล่นสับระรอกคลื่นไปทางด้านทิศตะวันตก เพื่อร่วมกิจกรรมดำน้ำที่หมู่เกาะรัง ซึ่งห่างจากเกาะหมากออกไปก็ประมาณ 6 กิโลเมตร

แต่พลัน...ก็มีเมฆหนาลอยตัวต่ำมาบดบังดวงตะวันเอาไว้ เกลียวคลื่นม้วนตัวสีขาวโพลนอยู่ภายใต้บรรยากาศขมุกขมัว พร้อมกับลมก็พัดกระโชก ทำให้เรือทั้งลำโอนเอนไม่เป็นท่า และเมื่อม่านฝนสางลงมา นายท้ายจึงหันหัวเรือกลับฝั่ง

เฮ้อ!!! อดดำน้ำ ก็เลยหน้าหงอยตามกัน

เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน จึงพักกิจกรรมการชมปะการัง แล้วแล่นเรือมายังเกาะหมาก เพื่อทานอาหารกลางวัน ที่เกาะหมาก รีสอร์ท พร้อมเข้าไปเก็บของ ที่เดอะ ชินนาม่อน อาร์ต รีสอร์ท ซึ่งสถานที่ทั้งสองนั้น อยู่ห่างกันแค่อึดใจ

เกาะหมาก...มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 9,000 ไร่ หากได้มองจากเบื้องบนลงมา ในส่วนภูมิประเทศของเกาะหมากนั้น จะมีรูปร่างคล้ายกับดาวสี่แฉก หรือบ้างก็กล่าวว่าคล้ายกับสัญลักษณ์กากบาท (มาร์ค) จึงอาจจะเป็นที่มาของชื่อเกาะ

พื้นที่ส่วนใหญ่บนเกาะหมาก เป็นที่ราบชายฝั่งทะเล หนาแน่นด้วยสวนมะพร้าว และสวนยางพารา ส่วนรอบอ่าวมีชายหาดที่สวยงาม และน้ำใสสะอาดหลายแห่ง เช่น บริเวณหาดตานิด อ่าวไผ่ อ่าวโปร่ง อ่าวผาด อ่าวแดง โดยบริเวณชายฝั่งรอบเกาะ จะพบแนวของปะการังที่มีความสมบูรณ์และสวยงามมาก พร้อมกับมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งส่วนมากจะออกแนวรีสอร์ท ที่มีบรรยากาศเงียบสงบ และมีความเป็นส่วนตัว เฉกเช่นที่พักของเรา เดอะ ชินนาม่อน อาร์ต รีสอร์ท มีสะพานไม้เดินเชื่อมต่อระหว่างห้องพักหลังเดี่ยว พร้อมตกแต่งเป็นชานบ้าน เหมาะแก่การมานั่งพักผ่อน ภายในห้องแบ่งเป็นสัดส่วน เป็นห้องนอน ห้องแต่งตัว และห้องน้ำ ที่สำคัญ ห้องพักแต่ละหลัง ถูกโอบล้อมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์

เกลียวคลื่นซัดชายหาดซู่ซ่า ซึ่งมีเม็ดทรายเนื้อละเอียด ยามเดินย่ำจึงให้รู้สึกนุ้มนุ่ม แล้วยังเย็นสบายเนื้อตัวอีก อันเนื่องจากร่มเงาต้นมะพร้าว และมีสายลมที่พัดเรื่อยเอื่อย ส่วนฟากฟ้าที่เหนือผืนทะเลนั้น ก็มีแสงกระจ่างเล็ดลอดมา

ต่อเมื่อบรรยากาศเป็นใจให้ ทางทีมงาน ททท. จึงชักชวนให้ลงเรือสปีดโบ๊ท เพื่อกลับไปดำน้ำกันอีกครั้ง ซึ่งทางด้านของความสวยงามในโลกใต้ท้องทะเลตราด เป็นจุดขายเพียงอย่างเดียว เพราะเกาะรังเป็นเกาะเล็กๆ ไม่มีพื้นที่ราบมากพอให้กับนักท่องเที่ยวมาหย่อนใจ ทว่ากิจกรรมดำน้ำอย่างเดียว นักท่องเที่ยวก็ทะลักมาไม่น้อย

ออกแรงดำน้ำแหวกว่าย ชมธรรมชาติใต้น้ำที่สวยงาม มีทั้งปะการังอ่อน หอยเม่น ปลาเสือ ปลานกแก้ว ชมเพลินเกือบลืมโผล่ขึ้นหายใจ

เมื่อมาถึงฝากฝั่ง เร่งไปอาบน้ำ และอาหารอีกมื้อกำลังจะเริ่มขึ้น แต่เดี๋ยวก่อน...เรายังเหลือโปรแกรมท่องเที่ยว ถือเป็นการปิดท้ายรายการ

ระหว่างที่เรือกำลังแล่นไป ก็เพิ่งมาทราบจุดหมายว่า เราจะไปดูกวางป่า เอ้ย!!! กวางเกาะสิ ซึ่งอาศัยอยู่ใน เกาะดาด ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะหมาก มีพื้นที่ราว 1,800 ไร่ มีความกว้างประมาณ 1.2 กิโลเมตร และมีความยาวประมาณ 2.4 ตารางกิโลเมตร ซึ่งสัณฐานของตัวเกาะดาด แบบราบราวกับแผ่นกระดาษ จึงเป็นที่มาของชื่อเสียงเรียงนาม บ้างก็ว่า เพราะมี "ต้นกระดาด" เกิดขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากหรอก

แล้วจะยังไงดีล่ะ ประเด็นของชื่อเกาะ แต่แน่ๆเท่าที่พอสังเกตเห็นได้คือ เกาะก็ดูแบนราบจริงๆ แล้วก็มีต้นกระดาดขึ้นอยู่...แต่มีไม่มาก

เกาะดาด...เป็นเกาะแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ได้มีการออกโฉนดที่ดินถูกต้องตามตัวบดกฎหมาย มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากประเทศฝรั่งเศสได้ลุกคืบเข้ามาล่าอาณานิคม ในแถบเอเชียอาคเนย์ และพยายามยึดครองดินแดนของไทย โดยเกาะดาดแห่งนี้ ก็เป็นที่หมายปองอีกหนึ่งแห่งในการจะเข้ามายึดครองอีกด้วย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ออกโฉนดที่ดินของเกาะนี้ขึ้น

โดยทั่วไปลักษณะของเกาะดาดนั้น นอกจากมีหาดทรายยาวขาวสะอาด หรือแนวปะการังอันสวยงามตลอดทั้งฝั่ง ยังมีจุดที่โดดเด่นอยู่ คือลักษณะของพื้นที่ ซึ่งสภาพส่วนใหญ่แล้ว มีความคล้ายทุ่งหญ้าสะวันนา คือในช่วงฤดูฝน...จะเขียวขจีสวยงาม ส่วนช่วงฤดูร้อน...จะเป็นสีน้ำตาล ที่กว้างขวางนับร้อยไร่ ก็แลดูงดงามไปอีกแบบ

แล้วกวางล่ะ...ทีแรกก็นึกว่า มีแค่ตัวสองตัว ที่ไหนได้...มีตั้งหลายฝูงเลย ก็ราวๆพันตัวนะที่ปล่อยให้ดำรงชีวิตตามธรรมชาติ บ้างก็ว่ากันว่า มันว่ายน้ำเข้ามาอาศัย แล้วขยายพันธุ์มากมาย หรือบางทีก็ว่าเป็นฝูงกวางที่รัชกาลที่ 5 ทรงนำมาปล่อยบนเกาะ ในครั้งเสด็จฯมาออกโฉนด เพื่อซื้อที่กันชาวฝรั่งเศสที่ต้องการเข้าครอบครอง

แล้วจะยังไงดีอีกล่ะเกี่ยวกับฝูงกวางนับพัน แต่ที่แน่ๆ...ก็มีชาวบ้านคนหนึ่ง ชวนให้เราขึ้นไปบนบ้าน เพื่อชมภาพถ่ายที่เก่าแก่ และเป็นภาพที่เคารพบูชา โดยภายในภาพถ่ายนั้น มีล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 เสด็จฯมาประทับ ณ หาดหลังเกาะนี้

ในการมาดูฝูงกวางนั้น มีรถแทรกเตอร์ต่อพวง สำหรับบริการพานำชม ในระยะทางก็ราว 1 กิโลเมตร เมื่อเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม แล้วเริ่มเคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้า สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ที่สลับกับทุ่งโล่งๆ แล้วก็เห็นเกลื่อนตาไปหมด คือต้นมะพร้าว และก็ว่ากันว่าอีกละที่เกาะดาดแห่งนี้ ทำธุรกิจด้านมะพร้าว แต่ก็ช่างเถอะ...ขอหากวางให้เจอก่อน ด้วยสีสันตามตัวกวางนั้น ดูกลมกลืนกับต้นไม้ช่วงหน้าแล้งเหลือเกิน

มาสุดทางที่หาดท้ายเกาะ ก็เลยได้ลงเปลี่ยนอิริยาบถกัน เสน่ห์ของชายหาดแห่งนี้ ที่หลายคนลงความเห็นตรงกัน คือต้นมะพร้าว...ที่ลักษณะแลดูแปลกตา โดยลำต้นจะพุ่งตรงสู่ทะเล แล้วหักศอกพุ่งขึ้นฟ้า ตรงบริเวณกลางของลำต้น

เมื่อมีลักษณะเป็นเช่นนั้น ก็ไม่น่าแปลกใจที่บรรดานักท่องเที่ยวมักปีนป่ายขึ้นไปนั่งค้อม แล้วก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก...แต่ก็ระวังตกนะ

กลับมาที่รีสอร์ทอีกครั้งหนึ่ง มีอาหารการกินไว้รอท่า ในบรรยากาศกำลังโพ้เพ้ พร้อมแสงไฟสลัวระยิบระยับ ปิดท้ายจากที่เคยทานของหวาน สลับเปลี่ยนมาสนทนาพูดจา เรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีทั้งเห็นพ้องและคิดต่าง

อย่างไรก็ตาม ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ยังเป็นวัตถุประสงค์หลัก และเพื่อให้สัมฤทธิผลสำเร็จ จะต้องมีความร่วมมือจากทุกคน ทุกฝ่าย เสน่ห์ถิ่นฐานแดนบูรพา จึงเป็นเงื่อนไขทางการท่องเที่ยว ทั้งยังสร้างโอกาสให้องค์กร หรือชุมชนในท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทสำคัญในการวางแผน การจัดทิศทางหรือการพัฒนาไปพร้อมๆกัน

สำหรับการท่องเที่ยวทั่วไทย กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด ให้ความสนุกสนานมากมาย เพราะยิ่งใช้เวลาสัมผัสนานวัน มนต์เสน่ห์ในแดนทิศบูรพา กลับก่อตัวเพิ่มทวีขึ้นเช่นกัน ก็อย่างที่ว่ากันว่า เมื่อกำหนดนาฬิกาชีวิตให้เดินได้ช้าลง เพื่อจะค่อยๆละเลียด หรือมีเวลาสัมผัสความสุข ความสุขก็จะทวีขึ้นทุกขณะ

เสียดาย!!! ที่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ขณะที่ความสุข ความหรรษา ก็มักจะอยู่กับเราไม่ได้นาน เพราะรุ่งขึ้น...เราต้องเร่งเดินทางกลับ