จากมหัศจรรย์วันวานถึง "วันธรรมดาน่าเที่ยว"

ปริศนาของ "นางอัปสรา" ตระการตา "ศิวะนาฏราช" ร่ายรำ ชมระบำดอกไม้หลากสีสันวันสบายๆสไตล์ "เพ ลา เพลิน"
ที่นี่...รายการตะวันหรรษา

ทุกครั้งที่เดินทางมาบุรีรัมย์แล้ว อีกไม่นานก็จะมีเหตุให้ได้กลับไปที่แห่งนั้นอีกเสมอ ราวกับต้องมนต์ของเหล่านางอัปสรา ที่เพรียกหาให้กลับไปค้นหาปริศนาที่ยังซ่อนเร้นอยู่ ณ ดินแดนแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิต สถานที่ที่สร้างขึ้นด้วยใจสมองและสองมือ

บุรีรัมย์ไม่ธรรมดา แตกต่างจากบุรีรัมย์เมื่อวันวาน มิติใหม่ของดินแดนอีสานใต้ นับจากนี้เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนจะต้องไปถ่ายภาพคู่กับสนามฟุตบอลของทีมดัง ตื่นตะลึงกับอุทยานไม้ดอก อันเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์การเรียนรู้แนวใหม่นอกห้องเรียน เปิดประสบการณ์ความสุข สนุก เรียนรู้ร่วมกันในรูปแบบเพลินๆ ปราสาทหินที่งดงามยิ่งใหญ่ บ่งบอกถึงอารยธรรมขอมโบราณนานกว่าพันปี

ดิฉันเดินทางไปกับทีมนักเขียนและช่างภาพ อนุสาร อสท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นิตยสารท่องเที่ยวที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของเมืองไทย โดยการนำของ อภินันท์ บัวหภักดี บรรณาธิการ กับสองช่างภาพฝีมือดี อดุล ตัณฑโกศัย และ เจษฎาภรณ์ บัวสาย เพื่อจัดทำ สารคดีส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ ใน 4 แหล่งท่องเที่ยวสำคัญคือ ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ สนามฟุตบอลไอ-โมบายสเตเดี้ยม อุทยานไม้ดอก เพ ลา เพลิน เพื่อพิมพ์ลงฉบับเดือนพฤษภาคม 2557 ในฐานะผู้ประสานงานให้กับทีมงาน

ข่าวการจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง 2557 และแหล่งท่องเที่ยวมิติใหม่ของบุรีรัมย์ นำมาสู่การจัดทำ สารคดีท่องเที่ยวบุรีรัมย์ของ อนุสาร อสท. ตามแนวความคิด "วันธรรมดาน่าเที่ยว" โดย วิมล ชอบสุข ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ ประสานงานการเข้าใช้สถานที่เพื่อถ่ายภาพ จิราวัฒน์ สุวรรณนิธิภัทร์ ผจก. ฝ่ายการตลาด โรงแรมพนมรุ้งปุรี และ อุษณีย์ อัษฎาธร กรรมการผู้จัดการ เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ แคมป์ อำนวยความสะดวกด้านที่พักให้กับทีมนักเขียนและช่างภาพ อสท.

การทำงานเริ่มตั้งแต่เวลาตี 4 ออกเดินทางไป อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ที่ตั้งของ ปราสาทพนมรุ้ง สร้างขึ้นด้วย หินทรายสีชมพู เพื่อเป็นเทวาลัยที่ประทับของพระศิวะ มีหลักฐานการก่อสร้างต่อเนื่องกันมาราวพุทธศตวรรษที่ 15-18 ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17 นเรนทราทิตย์ ได้สร้างปราสาทพนมรุ้งขึ้น ภายหลังทรงปราบเหล่าอริราชศัตรูแล้วได้สละออกมาบำเพ็ญพรตเป็นโยคี มีภาพจำหลักปางมหาโยคี (ทักษิณามูรติ) ที่หน้าบันของโคปุระด้านทิศตะวันออก

อภินันท์ บัวหภักดี เปิดเผยว่าสารคดีท่องเที่ยวเรื่องนี้ จะนำเสนอเรื่องราวความสำคัญของปราสาทพนมรุ้ง บอกถึงเหตุผลที่พระนางภูปตินทรลักษมีเทวี พระมารดาของกษัตริย์นเรนทราทิตย์ นำขบวนเครื่องบูชาและบริวารเสด็จจากเมืองพระนครหลวง ผ่านเส้นทางช่องเขาและปราสาทที่เรียงราย เพื่อมายังปราสาทพนมรุ้งซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้ง หรือวนัมรุง (แปลว่า ภูเขาอันกว้างใหญ่) อันเป็นที่มาของการจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งของจังหวัดบุรีรัมย์ ตามที่ปรากฏในศิลาจารึกพนมรุ้งหลักที่ 2 หลักที่ 4 และ K1090

"จากภาพจำหลักของปราสาท เรากำหนดให้มีการปรากฏตัวขึ้นของ นเรนทราทิตย์ พระนางภูปตินทรลักษมีเทวี นางจริยา ตามข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับการสร้างปราสาทพนมรุ้งและประเพณีการขึ้นเขาพนมรุ้ง หน้าบันมี ศิวะนาฏราช สิบกรฟ้อนรำอยู่บนเขาไกรลาศ มี นางอัปสรา ออกมาร่ายรำ ถอดแบบภาพจำหลักมาเปรียบเทียบกับการมีผู้แสดงแบบ เป็นการสื่อสารผ่านภาพถ่ายให้ดูมีชีวิตชีวา โดยมี ปราสาทพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำเป็นสถานที่ถ่ายทอดเรื่องราวด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีของบุรีรัมย์"

การทำงานสารคดีท่องเที่ยวบุรีรัมย์ครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก อาจารย์ตั้ม-ปิยพล วงศ์ประสิทธิ์ กับ อาจารย์ทนงศักดิ์ ขันทกรรม และทีมงานเพาะรัก เวดดิ้งสตูดิโอ แอนด์ ออร์แกไนเซชั่น คัดเลือกผู้แสดงแบบ จัดหาเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ และดูแลเสื้อผ้าหน้าผม แล้วยังมี ชมรมคนรักการถ่ายภาพจังหวัดบุรีรัมย์ (Buriram Photo-Lover Club) มาร่วมถ่ายภาพ และแนะนำแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆในพื้นที่ให้ด้วยค่ะ

การถ่ายภาพที่ปราสาทพนมรุ้งทีมช่างภาพเลือกทำงานในช่วงเช้า 08.00-11.00 น. ซึ่งมีแสงสว่างงามตามธรรมชาติที่นุ่มนวล ภาพที่ได้มีความคมชัดงดงามแล้วยังมองดูได้เพลินตาสบายใจ ส่วนที่ ปราสาทเมืองต่ำ เป็นช่วงเย็นถึงค่ำ 15.00-19.00 น. ได้ภาพสีสันสดใส แล้วค่อยๆไล่โทนสีลงไปตามพลังของแสงอาทิตย์

เบื้องหลังการทำงานที่ต้องแข่งกับเวลาและทิศทางของแสงธรรมชาติ ความงดงามของมิตรภาพก็ไม่ด้อยไปกว่าภาพถ่ายของทีมช่างภาพ ซึ่งต้องขอบคุณ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งที่อนุญาตให้ใช้สถานที่บริเวณปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านมาชื่นชมและให้กำลังใจ

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง มี ปราสาทพนมรุ้ง เป็นโบราณสถานตั้งตระหง่านอยู่บนยอดสูงสุดของเขาพนมรุ้ง (383 เมตร) ในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ รูปแบบศิลปะขอมโบราณ งดงามด้านสถาปัตยกรรมและจำหลักลวดลาย แผนผังองค์ประกอบของอาคารสร้างเรียงตัวกันเป็นแนวเส้นตรงพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลางคือปราสาทประธาน เป็นงานก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ ชวนให้สงสัยว่าคนสมัยโบราณสร้างปราสาทหลังนี้ขึ้นมาได้อย่างไร แล้วยังเกิดปรากฏการณ์ "มหัศจรรย์ สุริยะสาดส่อง 15 ช่องประตู" ทุกปี ปีละ 4 ครั้งด้วย

กล่าวกันว่าที่ใดมีปราสาทขอม ที่แห่งนั้นต้องมี นางอัปสรา ผู้ถือกำเนิดขึ้นจากพิธีกวนเกษียรสมุทร ร่ายรำอำนวยพรให้กับเทวดาและอสูร ไม่เคยมีตัวตนให้ได้พบเห็น นอกจากประติมากรรมบนปราสาทของขอม ศิลปินสร้างไว้ตามจินตนาการ เป็นหญิงรูปงามน้ำเสียงไพเราะมีเสน่ห์จริตกิริยาที่เหนือกว่านางฟ้าและมนุษย์ เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง บางถิ่นกลับเชื่อว่านางมีอำนาจแห่งความชั่วร้ายแอบแฝงอยู่

นางอัปสรา มีนัยน์ตาคมคล้ายชำเลืองมองดู ผู้คนที่ผ่านไปมา และจะสบตาหากมีใครจ้องมอง เกล้าผมเรียบประดับด้วยศิราภรณ์ ตุ้มหูคล้ายพวงอุบะ (มาลัย) ยาวเพียงไหล่ ผ้านุ่งกะเปาจีบด้านหน้า รอบสะโพกมีพวงดอกไม้สดประดับส่งกลิ่นหอมรอบเรือนร่าง นักวิชาการเชื่อว่า นางอัปสราต้องมีความสัมพันธ์กับสตรีชาวขอม อันเป็น ต้นแบบนางอัปสรา ผู้เปี่ยมเสน่ห์และงดงาม จึงทำให้ผู้พบได้เห็นต้องตะลึงดั่งต้องมนต์

นาฏศิลป์กัมพูชาถอดแบบภาพจำหลักนางอัปสราปราสาทนครวัด มาจัดเป็นการแสดงระบำอัปสรา มีกระบวนท่าร่ายรำที่งามสง่าและแปลกตา สวมเครื่องประดับศีรษะสีทอง มีดอกฉัตรพระอินทร์เหนือเศียร บอกสถานะเป็น นางในราชสำนัก โดยอ้างอิงภาพขบวนแห่ของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ซึ่งปรากฏอยู่ที่ระเบียงคดด้านทิศใต้ของปราสาทนครวัด จะเห็นว่าการแต่งกายนั้นพ้องกับนางอัปสราที่สลักอยู่รายรอบปราสาท

ปราสาทพนมรุ้งมีหน้าบันสลัก ศิวนาฏราช บนเขาไกรลาศ มีสิบกรทรงร่ายรำอยู่บนแท่น ล้อมรอบด้วยพระคเนศ พระพรหม พระวิษณุ พระอุมา นางกาไลกาลัมไมยณ์ ถอดรหัสได้ความหมายว่าการฟ้อนรำของพระศิวะเป็นการสร้างและทำลาย หากร่ายรำด้วยจังหวะที่พอดี โลกก็จะมีความสงบสุข แต่หากฟ้อนรำด้วยจังหวะที่ร้อนแรงก็จะทำให้โลกต้องพบกับภัยพิบัติจนถึงขั้นทำลายโลกให้พินาศลงได้

ปราสาทเมืองต่ำ งามตามแบบศิลปะขอมบาปวน ในอำเภอประโคนชัย ห่างจากปราสาทพนมรุ้ง 8 กิโลเมตร เป็นศาสนสถานประจำเมือง อยู่บนเส้นทางอารยธรรมขอม จากเมืองพระนครในประเทศกัมพูชา ขึ้นสู่ทางเหนือผ่านเทือกเขาพนมดงรัก ผ่านกลุ่มปราสาทตาเมือน จังหวัดสุรินทร์ ผ่านปราสาทเมืองต่ำสู่ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ไปยังปราสาทพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

ลานปราสาทและสระน้ำ ล้อมรอบด้วยกำแพงสองชั้น ชั้นในก่อด้วยหินทรายเป็นห้องแคบๆยาวต่อเนื่อง เรียกว่า ระเบียงคด ชั้นนอกเป็นศิลาแลง ซุ้มประตูและเสาติดผนังสลักลวดลายใบไม้ดอกไม้ เรียกว่า ลายพันธุ์พฤกษา มี ทับหลังรูปพระกฤษณะปราบนาคกาลิยะ สลักเหตุการณ์นาค 7 เศียรคายพิษลงในแม่น้ำทำให้น้ำเป็นพิษ ชาวเมืองเดือดร้อน พระกฤษณะเสด็จไปปราบโดยใช้มือและเท้าเข้าต่อสู้จนนาคพ่ายแพ้

สระน้ำ ขุดเป็นสี่เหลี่ยมหักมุมตามแนวกำแพง กรุขอบสระด้วยแท่งศิลาแลง ก่อเรียงเป็นขั้นบันไดไปก้นสระ ขอบบนเป็นลำตัว นาค 5 เศียรเกลี้ยงๆไม่มีเครื่องประดับ ชูคอแผ่พังพานอยู่ที่มุมสระ มีข้อความในจารึกที่เสาของซุ้มประตูแก้วด้านทิศตะวันออกไว้ว่า สายน้ำเป็นเครื่องรักษาเทวสถาน

สองวันเต็มที่ทำงานอยู่ในปราสาทขอม ก็มาถึงคิวไปเยือนปราสาทอีกค่ะ แต่เป็น ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ I-Moblie Stadium สนามฟุตบอลแห่งความภาคภูมิใจ สถานที่ท่องเที่ยวมิติใหม่ที่ต้องมาสัมผัส นักเขียนและช่างภาพ อสท.ได้เข้าไปบันทึกภาพบรรยากาศการแข่งขันที่ตื่นตาตื่นใจ ฝีเท้าที่วิ่งไล่เจ้าลูกกลมๆ อย่างมีศิลปะ สีสันของกองเชียร์สาวสวย ด้านนอกมีลานเอ็กซ์ตรีมให้ฝึกซ้อมและออกกำลังกาย ขอบคุณ ประมูลชัย นพสุวรรณวงศ์ ผู้จัดการสนามฟุตบอล อำนวยความสะดวกให้ทีมงานฯ

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ในอำเภอประโคนชัย เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับนานาชาติ มีพื้นที่ 3,568 ไร่ เป็นแหล่งผลิตน้ำประปาและประมงน้ำจืด มีนกน้ำ 79 ชนิด นกป่านกทุ่ง 135 ชนิด ได้แก่ นกเป็ดหงส์ เป็ดปีกเขียว นกกาบบัว นกอ้ายงั่ว ที่นี่เราได้พบ นกกระเรียนพันธุ์ไทย สัตว์ป่าสงวน รูปร่างคล้ายนกกระสาคอยาวขายาวจงอยปากยาวตรง ขนเป็นสีเทา คอตอนบนและหัวเป็นหนังเปลือยเปล่าสีแดง อยู่ในโครงการเพาะขยายพันธุ์ฯ เพื่อทดลองปล่อยจากกรงเพาะเลี้ยงคืนสู่พื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมชาติ

เช้าวันรุ่งขึ้นออกเดินทางไปสำรวจ จุดผ่อนปรนด่านการค้าชายแดนช่องสายตะกู อำเภอบ้านกรวด ควรมาถึงก่อน 09.00 น. ซึ่งเปิดด่านให้พ่อค้าแม่ค้าและนักท่องเที่ยวเดินข้ามแดนไปมา ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักมาก สินค้าที่จำหน่ายมีทั้งผลิตผลทางการเกษตร ผลไม้ สมุนไพร และของที่ระลึก ฯลฯ ที่นี่ใช้เงินบาทไทยในการจับจ่ายซื้อของในตลาดเขมรได้ ราคาสินค้าต่างๆ อยู่ที่ 10-20 บาทไปจนถึงร้อยกว่าบาท

ด่านสายตะกู บ้านกรวด ห่างจากนครวัด-นครธม เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา เพียง 193 กม. คาดว่าในอนาคตจะพัฒนายกระดับให้เป็นด่านถาวรที่จะรองรับนักท่องเที่ยวเชื่อมโยง เป็น "ศูนย์กลางการท่องเที่ยวอารยธรรมขอม" เส้นทาง ด่านอรัญประเทศ-นครวัด-นครธม-ด่านสายตะกู อ.บ้านกรวด-ปราสาทพนมรุ้ง-ปราสาทเมืองต่ำ-ปราสาทพิมาย

บนแผนที่ทางหลวงและแผนที่ดิจิทัลพบจุดเล็กๆปรากฏอยู่คือ กลุ่มปราสาทตาเมือน ตั้งอยู่ตรงรอยต่อเขตชายแดนไทย-กัมพูชา จึงตามไปดูแล้วพบว่า ปราสาทตาเมือนธมหลังใหญ่ยังมีร่องรอยของความงดงามที่สลักบนหน้าบันซุ้มประตูและเสา ในวันนี้ไม่มีนักท่องเที่ยว นอกจากทหารของทั้งสองฝ่ายขึ้นมาเฝ้าร่วมกัน ใกล้กันมี ปราสาทตาเมือนโต๊ด อโรคยาศาลา และปราสาทตาเมือน เป็นบ้านมีไฟ-ธรรมศาลา หรือที่พักคนเดินทาง ผู้รู้บอกว่าปราสาทกลุ่มนี้เคยงดงามและมีนักท่องเที่ยวมาก แต่เมื่อเกิดเหตุกรณีพิพาทก็ลดลง

เดินทางมุ่งหน้าสู่อำเภอคูเมืองไป "เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท" และ "อุทยานไม้ดอก เพ ลา เพลิน" ห่างจากตัวเมือง 32 กิโลเมตร เต๋-ภูผา ประชาสัมพันธ์การตลาด เป็นผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวกให้กับทีมนักเขียนและช่างภาพ อสท. แล้วยังมีน้องๆที่มาเป็นนายแบบนางแบบได้น่ารักสดใสมีชีวิตชีวา สะท้อนความเป็นศูนย์การเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่พร้อมส่งมอบความรู้ส่งผ่านความสุขสนุกและเพลิดเพลินให้กับผู้ที่มาเยือนได้สัมผัสประสบการณ์ในรูปแบบใหม่ๆ

พรทิพย์ อัษฎาธร กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า เพ ลา เพลิน ต่อเนื่องมาจากการขยาย โครงการ Schoo Project มาที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีรูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และหลักสูตรสองภาษา (English Program-EP) ในรูปแบบ Field Tripหรือ Camp และการทัศนศึกษา ซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาผู้เรียนรู้แบบยั่งยืน เพราะประสบการณ์ตรงจะเป็นการกระตุ้นให้เด็กศึกษาเรียนรู้ ค้นคว้าด้วยตัวเด็กเอง เสริมสร้างจินตนาการให้เด็กมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ และนำไปสู่การเป็นผู้นำที่ดีในอนาคต

อุทยานไม้ดอก เพ ลา เพลิน (The Flora @ Play La Pleon) ภายใน เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท มีพื้นที่ประมาณ 130 ไร่ ประกอบด้วยอาคาร 7 หลัง จัดแสดงพันธุ์ดอกไม้เมืองหนาว พันธุ์เฟิร์นสกุลต่างๆ พันธุ์สับปะรดประดับ พันธุ์กล้วยไม้ พันธุ์ไม้ดอกเขตร้อน พันธุ์ไม้ทะเลทรายและกระบองเพชร การจัดแสดงพันธุ์ไม้ได้ผสมผสานศิลปะเข้ากับความเป็นธรรมชาติ มีความโดดเด่นเป็นแห่งแรกในภาคอีสาน

เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท มี 20 ห้อง เน้นการตกแต่งภายในห้องพักให้มีเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ ชั้นล่าง Zone Asia 10 ห้อง ตกแต่งแบบเอเชีย 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย จีน ลาว กัมพูชา มาเลเซีย เป็นต้น ชั้นบน Zone Europe 10 ห้อง ตกแต่งแบบยุโรป มีของใช้นำเข้ามาจากประเทศนั้นๆ เช่น ห้องลอนดอน (อังกฤษ) ปารีส (ฝรั่งเศส) โรม (อิตาลี) เป็นต้น

อีสานใต้ในวันนี้สะท้อนความทันสมัย และเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) การคมนาคมที่สะดวก มีถนนลาดยางเข้าถึงทุกที่ ผู้คนมีอัธยาศัยไมตรีพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ตลาดการค้าชายแดนเริ่มเติบโตสู่ความเป็นด่านการค้าสำคัญในอนาคต วัฒนธรรมประจำถิ่นและโบราณสถานที่มีความงดงามยิ่งใหญ่ มีพื้นที่ดินดำน้ำชุ่ม อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน "บุรีรัมย์" จึงเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจไปพักผ่อนและท่องเที่ยวได้แม้เป็นวันธรรมดาค่ะ