บ้านเล็กในป่าใหญ่ ดอยฟ้าห่มปก

สกู๊ปพิเศษ

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือสำนักงาน กปร. จัดกิจกรรมพิเศษขึ้น ในโครงการที่ชื่อว่า "สื่ออาสา...สืบสานพระราชดำริ" ณ พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำปาง

ในการนี้...เพื่อเผยแพร่แนวพระราชดำริ การร่วมสืบสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สู่สาธารณชนอย่างถูกต้อง และชัดเจนยิ่งขึ้น สำนักงาน กปร. จึงเชิญผู้สื่อข่าวและช่างภาพ ติดตามทำข่าวและสกู๊ปอีกด้วย

กปร. เป็นสำนักงาน ที่ทำหน้าที่พิจารณาโครงการ การสนองพระราชดำริ ให้เป็นไปตามแนวพระราชดำริ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชน รวมถึงจัดสรรเงินงบประมาณ ในการดำเนินงาน สนองพระราชดำริ ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมกับเป็นหน่วยงานหลัก ในการประสานงาน กับทางส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อีกทั้งยังมีการติดตามประเมินผล และจัดการประชาสัมพันธ์ ผลสำเร็จของโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์สุขสูงสุด ต่อเหล่าประชาราษฎร์อย่างยั่งยืน

เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
(สำนักงาน กปร.) สุวัฒน์ เทพอารักษ์ เกริ่นในเบื้องต้น ว่า "สำนักงาน กปร. ในฐานะที่ได้เป็นหน่วยงานกลาง ในการประสานงาน การดำเนินงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมมีหน้าที่ในการเผยแพร่ แนวพระราชดำริ และผลสำเร็จจากโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อถ่ายทอดไปสู่ประชาชน ให้ได้เป็นที่ประจักษ์ ถึงพระปรีชาสามารถ และพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ได้พระราชทานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวนกว่า 4,447 โครงการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนคนไทย อย่างหาที่สุดมิได้"

คณะสื่อมวลชน เริ่มเยี่ยมชมการดำเนินงานและความก้าวหน้า โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ ดอยฟ้าห่มปก อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ อันสืบเนื่องมาจาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระราชดำริ ให้จัดตั้งขึ้นมา แก่ราษฎรผู้ที่ยากไร้ หรือที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อจะได้มีที่อยู่ที่ทำกิน เป็นหลักแหล่งอันมั่นคง ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งในการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้คนได้อยู่ร่วมกับป่า ในลักษณะของ "บ้านเล็กในป่าใหญ่" อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟู สภาพต้นน้ำและป่าไม้ ได้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ และยังเป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทาง ของการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ให้มีความยั่งยืนตลอดไปด้วย

โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อดิศร กำเนิดศิริ กล่าวถึงชาวจังหวัดเชียงใหม่นั้น ต่างได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของราษฎรเสมอมา โดยพระราชทานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้แก่ชาวจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1,691 โครงการ อีกทั้งจังหวัดเชียงใหม่ ยังเป็นศูนย์กลาง ของการถ่ายทอดด้านความรู้ ในการพัฒนา โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้แก่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนั้นยังเป็นที่ตั้งของ สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง และโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อทำการพัฒนาคุณภาพชีวิต แก่ชาวไทยภูเขาที่อยู่ห่างไกล โดยไม่ได้มีการแบ่งชนชาติศาสนา ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง พระราชทานความช่วยเหลือ มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี โดยทรงหวังให้ราษฎร มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจน จากตัวอย่างในความสำเร็จ ของการน้อมนำแนวพระราชดำริ ไปปฏิบัติใช้ จนประสบความสำเร็จ

และเป็นอีกวาระหนึ่ง ของชาวจังหวัดเชียงใหม่ ที่อยู่ห่างไกลและลำบากยากแค้น ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยต่อราษฎร มอบสิ่งของพระราชทาน ในโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ ดอยฟ้าห่มปก อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ อีกยังได้มาติดตามความก้าวหน้าของโครงการในครั้งนี้ โดยจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันดำเนินงาน สนองพระราชดำริ และร่วมแรงร่วมใจ ในการสานต่อแนวพระราชดำริ ให้บังเกิดประโยชน์สูงสุด

ส่วนเลขาธิการ กปร. สุวัฒน์ เทพอารักษ์ รายงานถึงผลการดำเนินงาน ของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งปัจจุบันสำนักงาน กปร. ระบุว่า พื้นที่ภาคเหนือ มีจำนวนโครงการมากที่สุด จำนวนกว่าหนึ่งพันโครงการ โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ และการพัฒนาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ดังนั้น ในการจัดโครงการ "สื่ออาสา...สืบสานพระราชดำริ" เพื่อนำสื่อมวลชนจากส่วนกลาง เข้ามาศึกษาเรียนรู้ พร้อมกับนำข้อมูล ผลสำเร็จในการดำเนินงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ไปถ่ายทอดและเผยแพร่ให้กับประชาชนได้รับรู้รับทราบอย่างทั่วหน้า

สำหรับโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ ดอยฟ้าห่มปก อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่นั้น เป็นโครงการหนึ่งที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อันเกิดขึ้นจาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชดำริให้จัดหาพื้นที่ เพื่อจัดตั้งโครงการตามแนวทาง บ้านเล็กในป่าใหญ่ และ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2544 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการเป็นครั้งแรก

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำริ ให้มีการพัฒนาโครงการในพื้นที่ต่อไป ปัจจุบันผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาป่าไม้ มีการฟื้นฟูพื้นที่ป่ากว่า 3,360 ไร่ มีการพัฒนาด้านแหล่งน้ำ ด้วยการสร้างฝายแม่สาว การสร้างท่อระบบส่งน้ำ นำสู่พื้นที่การเกษตร การจัดหาอาชีพทำกินให้แก่ราษฎรในพื้นที่ เพื่อจะได้มีอาชีพและรายได้ หล่อเลี้ยงแก่ครอบครัวอย่างเพียงพอ ทั้งราษฎรได้อยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน และเป็นโครงการตัวอย่าง แก่โครงการในพื้นที่อื่นๆ มาศึกษาหรือนำแนวทางไปขยายผลต่อไป

ในขณะที่ องคมนตรีพลากร สุวรรณรัฐ หลังจากเปิดกรวยเครื่องราชสักการะ กล่าวถึงความห่วงใย ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะที่อยู่ห่างไกลว่า

"พี่น้องสมาชิกในโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ดอยฟ้าห่มปก อำเภอแม่อาย รวมถึงบรรดาพี่น้องข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร และพี่น้องสื่อมวลชน ที่รักทุกคนครับ วันนี้นับเป็นโอกาสอันดียิ่ง ที่ทางสำนักงาน กปร. จัดโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อมีกำหนดการมาเยี่ยมเยียนกับพี่น้องสมาชิกในโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ดอยฟ้าห่มปก อำเภอแม่อาย ในวันนี้ทางสำนักงาน กปร. เชิญพี่น้องสื่อมวลชนทุกฝ่าย ได้ขึ้นมาสังเกตการณ์ พร้อมรับทราบถึงการดำเนินงาน และพูดคุยกับสมาชิกในโครงการ ตลอดจนเข้าเยี่ยมชมสถานที่ ในโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ณ บนดอยสูงแห่งนี้ ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดียิ่งจริงๆ

...ผมมาเยี่ยมพวกเรา ในรอบ 10 ปี นี่เป็นครั้งที่ 7 แล้ว ก็ถือว่า ได้รู้จักกันเป็นอย่างดี แล้วทุกครั้งที่ขึ้นมา ผมเชื่อว่า ทุกคนต่างก็มีความเข้าใจ ถึงพระราชปณิธาน แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่พระราชทานแนวความคิด โครงการพัฒนาพื้นที่สูง ทางภาคเหนือในประเทศไทยของเรา มีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการด้วยกัน ก็คือ ให้พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สูงนั้น ต่างได้มีความตระหนัก และมีความสำนึกในความสำคัญของผืนป่าที่อยู่ในพื้นที่สูง อันเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของประเทศไทยเรา และประการที่สองก็คือ ต้องการให้พี่น้องที่อาศัยอยู่บนนี้ ได้อยู่กับป่าอย่างเกื้อกูลกันด้วยความยั่งยืน มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยที่อาศัยบนผืนแผ่นดินไทย ได้มีความรักและหวงแหนต่อผืนแผ่นดิน ไม่ว่าอาศัยอยู่บนเขา เชิงเขา หรือที่ราบข้างล่างต่างๆก็ตาม ทุกคนถือเป็นพสกนิกรในพระองค์ทั้งสิ้น

...พวกเราคงตระหนักกันดีว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นั้น มีพระเมตตาคุณอย่างสูงยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน ในประเทศไทยเราโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องที่เข้ามาอาศัยพระบรมโพธิสมภาร ยามที่ครอบครัวเดือดร้อน อพยพหนีลี้ภัย จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา คงจะจำได้นะครับ หลายคนที่มีอายุสามสิบ สี่สิบปีขึ้นไป ในยามที่ประเทศกัมพูชา บ้านแตกสาแหรกขาด ชาวกัมพูชาอพยพ ลี้ภัยสงครามเข้ามา ในพื้นที่ของประเทศเรา ตามชายแดนด้านตะวันออก ไม่ว่าจังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด หรือจังหวัดสระแก้วขณะนี้ ซึ่งในอดีตเป็นจังหวัดปราจีนบุรี

...จะเห็นว่า พี่น้องจากประเทศกัมพูชา อพยพเข้ามาด้วยลักษณะที่น่าสมเพชเวทนา ทั้งเจ็บป่วย ขาดอาหาร เป็นล้านล้านคน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็มิได้ทรงถือว่าเป็นคนต่างชาติ ทรงถือว่าเป็นมนุษย์เหมือนกัน ทรงโอบอุ้มช่วยเหลือดูแลเลี้ยงดูจนกระทั่งมีความแข็งแรง พอที่จะกลับไปยังประเทศของตนได้ จนบัดนี้ประเทศกัมพูชาก็เป็นบึกเป็นแผ่น มีความเจริญรุ่งเรือง ฟื้นตัวจากการเป็นประเทศที่เกือบจะล้มสลายแล้ว มาเป็นประเทศที่มีความแข็งแรง และมีอนาคต ไม่ได้เพียงชายแดนด้านกัมพูชาเท่านั้น ทั้งชายแดนด้านลาว ด้านพม่าก็เช่นเดียวกัน ยามใดที่มีความเดือดร้อน พี่น้องประชาชนจะอพยพหนีลี้ภัยเข้ามาอาศัยในบ้านเมืองของเรานั้น ก็จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณเสมอหน้าทั่วกัน

...อันนี้ถือว่า เป็นพระเมตตาธรรมอันสูงส่ง พวกเราที่อาศัยในผืนแผ่นดินไทย ผมคิดว่า พวกเราตระหนักในข้อนี้ดีอยู่แล้ว และก็ทุกคนต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง ในวันนี้ก็เช่นกันนะครับ เมื่อทราบความทุกข์ความเดือดร้อนแก่พวกเราที่อยู่บนดอยสูง ในปีนี้อากาศค่อนข้างจะหนาวเย็นนาน ก็เข้าใจว่าลูกเด็กเล็กแดง จะมีความลำบากและเดือดร้อนมาก ก็ทรงมีความห่วงใย แล้วมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ สำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง ร่วมกันจัดนำเอาผ้าห่ม เครื่องกันหนาว แจกจ่ายยังสถานีเกษตรที่สูงยังโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ และโครงการพัฒนาพื้นที่ป่าไม้ในภาคเหนือครบทุกแห่งแล้ว

...สำหรับวันนี้ ที่ดอยฟ้าห่มปก คงจะเป็นแหล่งสุดท้าย ที่มามอบผ้าห่ม หรือเครื่องกันหนาว ก็ทราบว่าอากาศยังหนาวเย็นอยู่ ก็ถือในโอกาสนี้ ขออันเชิญคุณพระศรีรัตนตรัย อำนาจสิ่งศักดิ์ทั้งหลาย ที่ท่านเคารพนับถือ ขอเดชะพระบารมี แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขอได้โปรดดลบันดาล พระราชทานพรอันประเสริฐ ให้พี่น้องสมาชิกบ้านเล็กในป่าใหญ่ ทุกท่านทุกครอบครัว ได้ประสบแต่ความสุขความเจริญ มีความผาสุกร่มเย็น ภายในครอบครัวตลอดไปครับ

โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ หมู่ที่ 15 ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ พิกัด E 518960 N 2219950 ระวางแผนที่ 4849111 ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,670 เมตร อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก โดยมีราษฎร 3 ชนเผ่า คือ อาข่า มูเซอ และลีซอ จำนวน 18 ครัวเรือน แยกเป็นชาย 38 คน หญิง 39 คน รวมทั้งสิ้น 77 คน ซึ่งได้รับประโยชน์จากโครงการ คือ มีที่อยู่อาศัย มีที่ทำการเกษตรเป็นหลักแหล่งมั่นคง ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอาชีพมีรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัว ด้วยการพึ่งพาตนเอง

แอร์-จิรนุช วุ่ยสือ เล่าถึงชีวิตของครอบครัว ว่า "เมื่อก่อนแม่จะปลูกข้าวโพด ปลูกถั่วดิน (ถั่วลิสง) ออกขายค่ะ ปีหนึ่งก็ปลูกขายได้ครั้งเดียว รายได้ก็ไม่เยอะมาก ไม่พอกินพอใช้ ภายในครอบครัว ที่มีพี่น้องรวม 4 คน ต่อเมื่อมีโครงการนี้ขึ้นมา หนูก็ได้กลับมาอยู่กับแม่กับครอบครัว ปัจจุบันรายได้ส่วนใหญ่ก็มาจากการทำไร่ทำสวน หรือจากการปลูกกาแฟ รวมถึงการปักผ้าส่งในวังขาย ซึ่งทางครอบครัวของเรามาเข้าร่วมในโครงการเมื่อประมาณปี 2544 ค่ะ นับได้ว่าเป็นโครงการที่ดีอย่างมาก ช่วยทำให้ครอบครัวชาวเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สำหรับตัวหนูเอง บางครั้งก็ได้สิทธิพิเศษ ไปออกงานในหลายสถานที่ หลายครั้งที่บอกกับใครๆว่า เราเป็นสมาชิกในโครงการ ก็มักได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีค่ะ"

โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ ดอยฟ้าห่มปก อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโครงการพระราชดำริที่มีการพัฒนาในทุกๆด้าน โดยเฉพาะการสร้างจิตสำนึกให้กับราษฎรในพื้นที่สูง อันเนื่องมาจากพระราชประสงค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ต้องการให้คนกับป่าอยู่ร่วมกัน ด้วยความเกื้อกูลซึ่งกัน โดยทางราชการประกาศให้ชาวบ้านที่อยู่ทำกินมาก่อน ยังอยู่อาศัยหรือทำมาหากินได้อย่างมีความผาสุก พร้อมกับมีความสำนึกรักษ์ในความสำคัญของป่าไม้ และแหล่งต้นน้ำลำธาร