เมนูเด็ก ข้าวผัดสายรุ้ง

อาหารตาม (พ่อ) สั่ง

วันก่อนหลานๆ มาเยี่ยมคุณปู่ซึ่งก็คือคุณพ่อของตะหลิว หลานที่ว่านี่คือลูกสาวของน้องชายตะหลิว โดยอายุอานามของเจ้าตัวน้อยก็ 5 ขวบกับ 2 ขวบ ตามลำดับ

ตะหลิวรู้สึกตัวเอง "ชรา" ไปเยอะเลย ตอนที่เจ้าหลานเรียก "ลุง" ทั้งที่ใจจริงแล้วอยากให้หลานเรียกตัวเองว่า "พี่" แบบเต็มๆคำ ติดตรงที่ว่า "พ่อ" ของหลานดันเป็นน้องตะหลิวนี่แหละ

และเจ้าหลานทั้ง 2 นี่เองที่เป็นต้นกำเนิดของเมนูคราวนี้ ทั้งนี้เพราะ "ย่า" คือคุณแม่ของตะหลิวบอกกับหลานๆ ว่าจะทำ "แกงส้ม" ให้นี่แหละ เพราะพอตะหลิวได้ยินชื่อแกงส้มปุ๊บ ต้องรีบคว้าตัวหลานๆ มาอุ้มแล้วบอกว่า เดี๋ยวจะทำ "ข้าวผัดอเมริกัน" ให้ทาน

ปรากฏว่าเจ้าตัวเล็กบอก "เบื่อ" เพราะแม่ของพวกเด็กๆ ทำให้ทานบ่อยนั่นเอง

ด้วยหัวสมองอันฉับไวของตะหลิว ก็เลยรีบบอกเด็กๆไปว่า "งั้นข้าวผัดสายรุ้งล่ะ เคยทานกันไหม"

เด็กๆ เลยทำหน้าฉงน แล้วรีบตอบตกลงก่อนไปวิ่งเล่นตามประสาเด็กต่อไป

แล้วหน้าที่ของ "ลุงตะหลิว" ผู้น่ารักก็เริ่มขึ้น พร้อมกับเก็บรายละเอียดมาเล่าให้คุณผู้อ่านที่น่ารักของตะหลิวต่อไปด้วย

ก่อนอื่นเราก็มาดูส่วนประกอบกันนะจ๊ะ

เครื่องปรุง

ข้าวสวย 4-5 ทัพพี

กุ้งสดขนาดกลาง (แชบ๊วยหรือกุลาดำ) 8-10 ตัว

ไข่ไก่ 2 ฟอง

กระเทียมกลีบใหญ่ 2-5 กลีบ

ลูกเกด 2 ช้อนโต๊ะ

ผัก 3 สี 6 ช้อนโต๊ะ

เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ

เมล็ดอัลมอนด์อบแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ

มะเขือเทศลูกใหญ่ 1 ลูก

ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันผัด 1 ช้อนโต๊ะ

สำหรับกรรมวิธีในการทำข้าวผัดสายรุ้ง หรือข้าวผัดสารพัดสีนั้นก็ง่ายมาก เหมาะอย่างยิ่งที่คุณผู้อ่านจะนำทำไปให้เจ้าตัวเล็กที่บ้านทาน

อ้อ! มีเรื่องต้องบอกอีกนิดคือ ถ้าเจ้าตัวเล็กนั้นเล็กมากๆ จะไม่ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์กับอัลมอนด์ก็ได้นะจ๊ะ สงสารเด็กๆ เดี๋ยวจะเคี้ยวไม่ไหว

ขั้นตอนการทำข้าวผัดสายรุ้ง

1. ข้าวสวยก็เหมือนที่ใช้กับข้าวผัดทั่วไปจ้ะคือต้องแข็งๆ ร่วนๆ อย่าได้คิดนำข้าวแฉะมาใช้เด็ดขาด

2. กุ้งสดให้จัดการแกะเปลือกล้างน้ำ แล้วหั่นเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 1 เซ็นต์

3. นำกุ้งแช่เย็นในตู้เย็นในช่องแช่เย็นธรรมดาเก็บเอาไว้ก่อน

4. ผัก 3 สี ก็ต้องเป็นแบบที่มี ข้าวโพด ถั่วลันเตา และแครอท ซึ่งปกติก็ต้องแช่แข็งเก็บเอาไว้ ให้เอานำมาแช่น้ำพอให้ร่วนๆ หน่อย

5. กระเทียมนี่สำคัญมากเลยนะคุณผู้อ่าน ตะหลิวเห็นหลายคนชอบนำมาทุบทั้งเปลือก แบบนั้นไม่ได้เลยนะคุณผู้อ่าน เราต้องลอกเปลือกกระเทียมออกให้หมดแล้วสับเป็นชิ้นละเอียดๆ

6. มะเขือเทศให้หั่นครึ่งจากด้านบนลงด้านล่าง แล้วแบ่ง 1 ซีกแช่เย็นไว้

7. มะเขือเทศซีกที่ไม่ได้แช่เย็น ต้องหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แบบที่เรียกว่าลูกเต๋า

8. คราวนี้ก็ตั้งกระทะด้วยไฟกลาง แล้วเทน้ำมันผัดลงไป

9. ใส่กระเทียมสับลงไปเจียวจนหอม

10. นำกุ้งออกจากตู้เย็นแล้วเอาลงไปผัดในกระทะ

11. เทคนิคการผัดกุ้งคืออย่าคนนะจ๊ะ แต่ให้ใช้การพลิกกลับไปกลับมาแทน

12. พอกุ้งใกล้สุก ให้ใส่มะเขือเทศ ลูกเกด และผัก 3 สีลงไปผัด (คราวนี้คนได้แล้ว)

13. พอของที่ผัดส่งกลิ่นหอม ก็ใส่ไข่ลงไปผัดต่อจนไข่สุก

14. เร่งไฟแล้วใส่ข้าวสวยลงผัดต่อ (ผัดไฟแรง ข้าวผัดจะหอม)

15. เติมซีอิ๊วขาวลงไป ผัดให้ทั่วๆ แล้วชิมรสดู

16. ถ้ารสชาติใช้ได้แล้วให้ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์กับอัลมอนด์ลงไปผัดต่ออีกนิดหน่อย

17. ถ้าผัดทั่วดีแล้วก็ดับไฟตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟเลยจ้ะ

18. สุดท้ายมะเขือเทศครึ่งซีกที่แช่เย็นไว้ ก็นำมาหั่นสไลซ์เป็นเครื่องเคียงด้วยนะจ๊ะ

สูตรที่ตะหลิวทำให้เด็กๆ ทานกันนั้นไม่ได้ใส่ทั้งมะม่วงหิมพานต์และอัลมอนด์ ตะหลิวก็เลยต้องมาทำอีกรอบที่บ้านตัวเองแบบครบสูตร แล้วก็นำมาถ่ายรูปให้คุณผู้อ่านได้ชิมทางสายตาก่อนแบบในบทความคราวนี้จ้ะ

สุดท้ายตะหลิวต้องบอกสาเหตุที่ "แกงส้ม" ของคุณแม่ของตะหลิว (หรือคุณย่าของเด็กๆ) ไม่สมควรอยู่ในเมนูสำหรับเด็กก็เพราะว่าฝีมือแกงส้มของคุณแม่ตะหลิวนั้นออกจะจัดจ้านเกินเด็กจะรับได้ไปนิดหน่อย ขนาดตะหลิวเองถูกเลี้ยงด้วยแกงส้มมาแต่เด็ก ยังอดหวั่นใจในความเผ็ดของแกงส้มฝีมือคุณแม่ไม่ได้ทุกครั้ง (แต่ถึงเผ็ดก็อร่อยสุดๆ)