"แม่อารักษ์"...ของฝากสังคม

เส้นทางสายอาชีพ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พาตะลอนจังหวัดหนองคาย ที่ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 615 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินสาย 2 (มิตรภาพ) เมื่อมาถึงอำเภอสังคม ก็กะไปหามื้อเที่ยงทานกัน แต่แวะหาของทานเล่นเสียก่อน ซึ่งสินค้าที่มีชื่อเสียงอย่างมาก กระทั่งได้รับการคัดเลือกให้เป็น OTOP Product Champion นั่นก็คือ กล้วยตาก

ด้วยพื้นที่ทางทิศตะวันตก ของจังหวัดหนองคาย มีพื้นที่เป็นคลื่นลอนลาด ซึ่งมีศักยภาพของภูมิประเทศ หรือสภาพพื้นที่เหมาะสม คือมีหน้าดินโปร่ง ระบายน้ำได้ดี และน้ำยังมีเพียงพอตลอดปี จึงได้เหมาะแก่การทำนา การปลูกพืชไร่ หรือการปลูกพืชสวน โดยเฉพาะปลูกกล้วยน้ำว้า แว่วมาว่า...แต่ละปีสร้างมูลค่านับสิบล้านบาท

การปลูกกล้วยน้ำว้า ภายในอำเภอสังคมนั้น เดิมทีมีพื้นที่ปลูกถึง 30,000 ไร่ เมื่อกระแสปลูกยางพาราและปาล์มเข้ามาในปี 2550 ประกอบกับการระบาดของโรค ทำให้กล้วยตายไปเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันเหลือพื้นที่เพียง 8,000 ไร่

ทว่า...กล้วยน้ำว้า ก็ยังเป็นพืชเศรษฐกิจ เคียงคู่กับชาวบ้านมายาวนาน รวมไปถึงได้สร้างรายได้อย่างงดงาม ในรูปแบบกล้วยแปรรูป อันเป็นพิกัดของเราที่ 98 หมู่ 1 ตำบลสังคม อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ได้แก่ร้านแม่อารักษ์

ว้าว!!! น่าทานหมดเลย ผมเผลออุทานออกมา หลังจากเห็นสินค้าภายในร้าน ทั้งกล้วยตาก กล้วยอบเนย กล้วยสุกทอด กล้วยหักมุก กล้วยกรอบเค็ม หรือกล้วยไข่ฉาบริมโขง แล้วก็ยังมีลูกเดือยทอด สินค้านอกตระกูลกล้วยอีกด้วย

จากนั้นพวกเราถามหา...แม่อารักษ์ ซึ่งก็งุนงงเล็กน้อยว่า หาแม่อารักษ์...โน้น!!! กำลังตากกล้วย แต่อารักษ์...นี่ไง!!! กำลังทอดกล้วย

คำเฉลยจากพนักงานว่า อารักษ์ คันธี อายุสามสิบปลาย เป็นผู้สืบทอดการทำกล้วย จากผู้เป็นแม่ที่สูงวัยแล้ว เราจึงเข้าใจแจ่มแจ้งกัน

อารักษ์ เล่าให้ฟังว่า "ก็สงสารแม่ครับ...เลยกลับมาช่วย (หัวเราะ) ผมเพิ่งมาช่วยได้ปีกว่า ก่อนหน้านั้นเป็นฟรีแลนซ์ รับทำงานตามบริษัททั่วไป แล้วไปประเทศญี่ปุ่นมา 3 ปี อย่างว่าละครับ...ก็ไปขุดทองประมาณนั้น แต่ด้วยความที่เห็นคุณแม่มีอายุมากขึ้นแล้ว เสียดายฝีมือที่สร้างสมมานาน แล้วไม่มีใครมาสานต่อ ผมก็มีไอเดียว่าจะเอาวิชาความรู้ต่างๆของคุณแม่...มาสืบสาน และน้องชายก็มาต่อยอด ในด้านของแพ็คเกจครับ แล้วใครที่ว่า กล้วย...เป็นเรื่องกล้วยๆ เอาจริงๆแล้วไม่ได้ง่ายอย่างนั้น ผมต้องตื่นตีสี่ทุกวัน เพื่อมาเตรียมข้าวของ แล้วส่วนที่สำคัญของการทำกล้วยทอดก็คือ เราต้องรู้จังหวะในการทอดกล้วย ไม่เช่นนั้นจะไหม้หมดทั้งกระทะ แม้แต่การสไลซ์ให้เป็นแผ่น ก็ต้องทำมีความหนาบางเท่าๆกันครับ"

กล้วยน้ำว้า...ที่ปลูกในอำเภอสังคม จะไม่เหมือนกับที่อื่นๆ ที่นี่...ลูกไม่โต ไม่อ้วนนัก มีรสหวานอร่อย และมีกลิ่นหอมมากกว่า ยิ่งเวลาที่กล้วยสุก จะเห็นได้อย่างชัดเจนจากลักษณะของเปลือก คือเหลี่ยมจะลบหมด หรือจับจะนุ่มๆ

แล้วที่ว่า...ถ้าใครมาจังหวัดหนองคาย หากจะทานกล้วยตากแล้วละก็ ต้องนึกถึงกล้วยที่อำเภอสังคม ก็ดังที่ทีมงาน ททท. พามาเนี่ย

เราหยิบชิมระหว่างพูดคุย...จนรู้สึกเขิน แล้วควักตังค์อุดหนุนสักหน่อย ผมเลือกเอากล้วยตาก กับกล้วยสุกทอดครับ...ฟินสุดสุด เมื่อได้ของตามต้องการแล้ว เราถามไถ่เรื่องของกล้วยตาก ซึ่ง รัก-อารักษ์ เล่าพร้อมกับทอดกล้วยไปด้วย

"คุณแม่ทำกล้วยตากนานแล้ว ก็เมื่อประมาณปี 2554 ครับ โดยกล้วยที่เลือกมาทำกล้วยตาก จะต้องเป็นกล้วยที่แก่จัด สังเกตที่เหลี่ยมจะลบหมด เพราะผลกล้วยจะเปล่งออกเต็มที่ เราจะตากแดดเป็นเวลา 6-7 วัน ถ้าวันไหนธรรมชาติไม่เป็นใจ คือ ฝนตก-ไม่มีแดด จะนำกล้วยเข้าเตาอบ ประมาณหนึ่งอาทิตย์ ถึงได้กล้วยตากครับ"

"แล้วกล้วยสุกทอดล่ะ" ผมสงสัยถาม

ซึ่งทาง แม่อารักษ์ เล่าให้เราฟังว่า ก็เริ่มจากที่มีกล้วยน้ำว้าเยอะมาก ทางคุณแม่จึงนำมาแปรรูป...ด้วยการทอด แต่จะใช้กล้วยเริ่มห่ามๆ ไม่สุกมาก หรือใช้เวลาการบ่มสัก 2 คืน เพื่อให้ห่ามพอดีก่อน โดยความอร่อย...จะอยู่ที่การบ่มกล้วย เมื่อได้กล้วยในลักษณะตามต้องการ จากนั้นจึงนำมาสไลซ์ให้เป็นแผ่น...ด้วยฝีมือคน เพราะยังไม่มีเครื่องมือที่เหมาะสม กล้วยลูกหนึ่งสไลซ์ได้ 5-8 แผ่นครับ จากนั้นนำลงทอดในน้ำมันปาล์ม ส่วนเวลาทอดใช้ไฟร้อนเกินไป...ก็ไม่ดี จะใช้เวลาการทอดกล้วยสุก ประมาณ 15-20 นาที ด้วยมีน้ำในตัวกล้วยมาก จึงต้องใช้เวลาในการทอดนานกว่า เพื่อไล่น้ำออกให้หมด แล้วนำขึ้นเพื่อให้สะด็ดน้ำมัน ปล่อยพักไว้ให้เย็นตัว ซึ่งกล้วยจะกรอบได้เองตามธรรมชาติ สำหรับกล้วยดิบทอด...จะเป็นกล้วยที่นำมาปรุงรส ด้วยการโรยเกลือ การฉาบ หรือใส่ปาปริก้า ใช้เวลาในการทอดประมาณ 10-15 นาที แล้วนำขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน ปล่อยพักไว้ให้เย็นตัว นำมาปรุงรสชาติ และบรรจุในภาชนะอีกที

"ตอนนี้เราใช้กล้วยอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ 'กล้วยหอมส้ม' หรือที่เรียกกันว่า 'กล้วยหอมเกษตร' แล้วก็ 'กล้วยน้ำว้า' ครับ โดยกล้วยน้ำว้า...เราทำกล้วยตากเป็นหลัก บางทีกล้วยมีปริมาณมาก เราก็แปรรูปเป็นกล้วยอบเนย หรือกล้วยปาปิก้า" อารักษ์อธิบายให้ฟัง มือก็ตักกล้วยขึ้นจากกระทะ แล้วกลับมาอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า "กล้วยหอมส้ม...หลักๆทอดโรยเกลือ ทอดออกมาเหลืองน่าทาน แล้วนำไปฉาบหวาน หรือทำเป็นกล้วยอบเนย"

"กล้วยหอมเกษตรเป็นไง" ผมงงอีกแล้ว

อารักษ์...ตอบอย่างอารมณ์ดีว่า "กล้วยหอมเกษตร เปลือกจะบางและไม่มียาง จึงนำมาทอดได้ทั้งเปลือกครับ เราใช้เวลาทอดประมาณ 10-15 นาที แล้วนำขึ้นเพื่อให้สะเด็ดน้ำมัน พอเราปล่อยพักให้เย็นตัว กล้วยก็จะกรอบได้เอง แล้วค่อยๆโรยเกลือไปเล็กน้อย เค้าว่า...เปลือกกล้วยหอมเกษตร ที่มีรสฝาดๆเล็กน้อย ช่วยรักษาโรคกระเพาะ ตอนที่เราทำแรกๆออกมา ก็มีคนถามมาว่า...ทานได้ด้วยหรือ จะมีรสฝาดหรือเปล่า แต่พอได้ลองชิม...ต่างก็ว่าอร่อยกัน รสชาติเหมือนกับกินถั่วปากอ้า จากนั้นก็กลับมาซื้อกันบ่อยๆ"

และทิ้งท้ายว่า "จะขยายช่องทางการจำหน่ายให้มากขึ้น ตอนนี้มีเว็บไซต์...www.sangkhombanana.com เป็นการจำหน่ายทางออนไลน์ หรือโทร.0-4244-1567 ส่วนด้านสินค้าตัวใหม่ที่ออกมา คือกล้วยตากเคลือบช็อกโกเลตครับ" ผมถามแซงทันที "ไหนละ...ขอชิมหน่อยซิ" อารักษ์หัวเราะแล้วตอบว่า "หมดครับ...ทำไม่ทันขาย"