หารายได้ออนไลน์ น่าสนใจแค่ไหน

เศรษฐกิจประจำบ้าน

คนที่ทำงานประจำ อาจประสบกับความไม่มั่นคงขององค์กรที่ตนเองทำอยู่ เพราะผลกระทบต่อเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและทั่วโลก แต่การที่คุณมีงานประจำทำอยู่ ก็เป็นหลักประกันให้คุณได้ว่า คุณยังมีรายได้ทุกเดือน

ในช่วงที่สภาพสังคมยังไม่นิ่งแบบนี้ คุณจึงยังไม่ควรออกจากงาน และถ้าคุณสามารถหารายได้เสริมโดยไม่กระทบกับงานประจำของคุณ โดยใช้ความรู้ ความสามารถเฉพาะที่คุณมี ทำเงินให้คุณมากยิ่งขึ้น เช่น คุณมีความรู้ในเรื่องการแต่งหน้า การทำอาหารสูตรชาววัง การเพาะเห็ด ทำสวนผักในบ้าน หรืออื่นๆ ลองสำรวจตัวเองดู ถ้าเป็นเรื่องที่คุณรู้ คุณทำได้ และคนส่วนใหญ่ยังต้องการข้อมูลเหล่านี้

อาชีพหนึ่งที่จะแนะนำโดยที่คุณไม่ต้องลงทุนอะไร เพียงแต่ใส่ความขยันและความตั้งใจ ใช้เวลาที่ว่างจากงานประจำเพียงวันละไม่กี่ชั่วโมง คุณก็ทำได้ คืออาชีพรับจ้างเขียนบทความออนไลน์ คุณจะได้รับรายได้แบบเหมาจ่าย ในเรื่องเรื่องหนึ่งคุณจะถูกกำหนดบทความว่าคุณต้องเขียนกี่บทความ และทั้งหมดเป็นเงินเท่าไร ซึ่งขึ้นอยู่กับงานของคุณเป็นที่น่าสนใจอย่างไร จุดประสงค์หลักที่เว็บไซต์เหล่านั้นต้องการจ้างให้เขียนบทความ เพราะแต่ละเว็บไซต์ต้องหมั่นหาบทความให้ทันสมัยเพื่อเป็นที่ดึงดูดให้นักท่องเว็บเข้าไปหาข้อมูล ซึ่งเจ้าของเว็บไซต์จะได้รายได้จากโฆษณาที่ปรากฏอยู่ในหน้าเว็บไซต์ โดยส่วนใหญ่ผู้จ้างเขียนบทความจะกำหนดราคาไว้ หลักรายได้จึงอยู่ในหลักร้อยถึงหลักพันต่อเรื่อง แม้ว่าปัจจุบันอาชีพนี้ยังให้รายได้กับคุณไม่มากนัก ไม่ได้ต้องการให้คุณคิดถึงเรื่องตัวเงินเป็นปัจจัยสำคัญ แต่คุณจะได้ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มขึ้น พัฒนาทักษะด้านการเขียน ได้รับประสบการณ์ และในอนาคตข้างหน้า คุณอาจจะมีพัฒนาการทางด้านงานเขียน หรือช่องทางในการเขียนบทความทางเครือข่ายออนไลน์มากขึ้นก็เป็นได้ หรือถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศ คุณอาจจะเลือกการรับแปลงานก็ได้ ซึ่งรายได้ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว คุณอาจจะได้ 300-500 บาทต่อหน้า ทำให้คุณมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างสบายๆ

ส่วนผู้ที่คิดว่าตัวเองไม่มีความสามารถทางการเขียน การแปล หรือไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไร ก็อย่าเพิ่งท้อใจไป เขียนไม่ได้แต่ก็พิมพ์ได้ใช่ไหม รับจ้างพิมพ์งานหรือคีย์ข้อมูลก็สามารถมีรายได้ดีและไม่ต้องลงทุน การพิมพ์ข้อมูลจะมีรายได้ประมาณ 10-15 บาทต่อหน้า ส่วนการคีย์ข้อมูลจะได้รายได้ในช่วง 3-5 บาทต่อหน้า สามารถรับงานได้จากช่องทางที่ประกาศโฆษณาในอินเทอร์เน็ต ส่วนที่พบเห็นทั่วไปที่มีผู้มายืนแจกใบปลิวตามสะพานลอยข้ามถนน บางแห่งอาจจะจริง แต่บางแห่งพอคุณติดต่อไปแล้ว อาจจะชักชวนคุณไปขายสินค้าแทนก็ได้ อันนี้ต้องดูดีๆ

สำหรับคนที่ชอบขายของ หรือมีสมบัติที่เก็บไว้กองพะเนินอยู่ที่บ้าน สังเกตดูว่าของเหล่านั้นที่คุณมีสะสมไว้ สามารถแปรเปลี่ยนเป็นเงินได้หรือไม่ โดยลองประกาศขายผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตดู แบบง่ายๆ เช่น ตั้งเพจในเฟซบุ๊ค โฆษณาขายสินค้ามือสองของคุณ หรือโพสต์ลงอินสตาแกรม ใครยิ่งมีเพื่อนเยอะ แชร์ภาพได้อย่างกว้างขวาง ยิ่งสบาย การโพสต์ลงเฟซบุ๊ค ตั้งหน้าเพจส่วนตัวที่เรียกว่า Facebook Fan Page คือหน้าเพจที่คุณสามารถสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง เพื่อแสดงข้อมูลสินค้า หรือใช้เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร และสามารถสร้าง Facebook Fan Page ได้โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียว การนำข้อมูล ข่าวสาร รูปภาพที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของคุณมาโพสต์ลงไป เริ่มแรกคุณเพิ่มเพื่อนที่คุณรู้จักลงไปก่อน หรือแม้แต่คนที่ไม่รู้จัก แต่มีการแนะนำไว้ให้ทางหน้าเพจ หลังจากที่คุณทำการโพสต์ข้อมูลต่างๆลงไปได้สักพักหนึ่ง จะเริ่มมีคนมากด Like ให้กับสิ่งที่คุณแชร์ออกไป ตอนนี้คุณก็จะเริ่มมีเพื่อนมากขึ้น นอกจากคุณจะอยากให้มีคนรู้จักเพจของคุณเร็วขึ้น คุณก็สามารถใช้บริการ Facebook Ads คือบริการหนึ่งจากทางเฟซบุ๊ค ที่เปิดให้บริการแก่บุคคลธรรมดา หรือองค์กร เข้ามาลงโฆษณากับทางเฟซบุ๊คได้ เวลาคุณเล่น เฟซบุ๊ค คุณจะเห็นโฆษณาทางด้านขวามือของหน้าเพจ นั่นแหละ คือ Facebook Ads โดยคุณสามารถตั้งค่างบประมาณรายวันกับทางเฟซบุ๊คได้ด้วยตัวของคุณเองว่า ในแต่ละวันคุณสามารถจ่ายค่าโฆษณาได้มากน้อยแค่ไหน อีกทั้งคุณยังสามารถตั้งค่าต่ำสุดที่จะต้องจ่ายต่อการคลิกโฆษณาของคุณได้อีกด้วย นับได้ว่าเป็นการติดตามผลงานการทำการตลาดได้ดีทีเดียว หรือถ้าอยากจะหาช่องทางขายแบบมือโปรมากขึ้น มั่นใจว่าสินค้าของคุณสามารถขายได้ทั่วโลก ลองศึกษาข้อมูลการขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ www.e-bay.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกเพราะมีสินค้าที่นำมาขายหลากหลายที่สุด สินค้าที่เป็นที่นิยมในเว็บไซต์เหล่านี้ ได้แก่ สินค้าของศิลปินระดับโลก เช่น เอลวิส เพรสลี่ย์ วงดนตรีเดอะ บีทเทิลส์ พระเครื่อง พระพุทธรูป เครื่องรางของขลัง รวมทั้งสินค้าสะสมที่หายาก เช่น แสตมป์ ธนบัตรเก่าหรือเหรียญเก่า ส่วนสินค้าไทย เช่น อุปกรณ์มวยไทย เครื่องเงิน ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย เป็นต้น หรือคุณอาจจะหาช่องทางการขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์อื่นๆ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการชุมชน คุณสามารถติดต่อลงโฆษณาผ่านทางเว็บไซต์ที่เป็นนิยมของคนไทย เช่น www.pantip.com, www.sanook.com, www.kapook.com เป็นต้น ส่วนเว็บไซต์ของไทยที่สามารถลงโฆษณาซื้อขายได้ฟรีก็มีหลายเว็บไซต์ที่ให้บริการเช่นกัน เช่น Dealfish Tarad Thaisecondhand

ถ้าคุณลองทำดูแล้วประสบความสำเร็จในการขายเป็นอย่างดี คุณต้องการจริงจังในการหารายได้ออนไลน์มากขึ้น คุณก็สามารถสร้างเว็บไซต์ขายสินค้าของตัวคุณเอง เพราะแนวโน้มของคนในปัจจุบันนิยมซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น คุณสามารถจ้างคนสร้างเว็บไซต์ให้คุณ และสอนให้คุณดูแลบริหารเว็บไซต์ของคุณ หรือคุณสามารถศึกษาข้อมูลการสร้างเว็บไซต์ด้วยตนเอง โดยใช้โปรแกรมสำหรับเขียนเว็บไซต์ แบบ Dreamweaver ทำให้คุณสร้างเว็บไซต์ได้ด้วยการลากวางได้ง่าย ไม่ต่างจากการทำ Power Point ซึ่งทำให้การสร้างเว็บไซต์ คุณก็สามารถทำได้สวยงามได้อย่างมืออาชีพ ส่วนสินค้าที่คนไทยนิยมค้นหาทางอินเทอร์เน็ตและซื้อกันมากที่สุด ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ สินค้าแบรนด์เนม เสื้อผ้า เกมส์ กล้องดิจิทัล พระเครื่อง ซีดีเพลง และของสะสมต่างๆที่หายาก ช่องทางในการประชาสัมพันธ์ และการให้ข้อมูลสินค้าของคุณ นับว่าเป็นสิ่งสำคัญ ควรสร้างเว็บไซต์ที่มีชื่อบ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าคุณให้มากที่สุด เพื่อช่วยในการให้ผู้อื่นสามารถค้นหาได้สะดวกและง่ายที่สุด สิ่งสำคัญคุณต้องทำระบบการชำระเงินและการจัดส่งสินค้าให้มีความปลอดภัยด้วย

เมื่อคุณมีเว็บไซต์ของตัวเองแล้ว และอยากให้เว็บไซต์ของคุณสามารถค้นหาง่าย โดยเฉพาะพฤติกรรมของคนท่องอินเทอร์เน็ตสมัยนี้ เวลาค้นหาข้อมูล นิยมที่จะค้นหาผ่าน Search Engine และเว็บไซต์ที่เป็นที่นิยมก็คงหนีไม่พ้น กูเกิ้ล (Google) ในปัจจุบันคุณสามารถใช้กูเกิ้ลแอดเซนส์ (Google Adsense) ซึ่งเป็นบริการที่ทางกูเกิ้ลเปิดให้ผู้คนที่มีเว็บไซต์ และมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เป็นจำนวนมาก สามารถหารายได้โดยการนำ Code ที่ได้จากการสมัครเป็นสมาชิกของ Google มาใส่ไว้ที่เว็บไซต์ของตนเอง เมื่อได้รับการอนุมัติจาก Google ในการเข้าร่วมเป็นเครือข่ายโฆษณาแล้ว Google จะส่ง Code มาให้ ซึ่งจะเป็นโฆษณาที่ส่งมาจาก Google โดยโฆษณานั้นๆ จะเป็นโฆษณาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ของคุณ ตัวอย่างเช่น ถ้าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับอาหารไทย โฆษณาที่ส่งมาจาก Google ก็อาจเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหาร เป็นต้น โฆษณาที่ส่งมาจาก Google นั้นๆ มีทั้งแบบข้อความ (Text) รูปภาพ และมีหลายขนาดให้คุณได้เลือก นอกจากนั้นยังสามารถเลือกรูปแบบสีได้ตามความต้องการ เพื่อความเหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณ โดยคุณสามารถสมัครผ่านระบบออนไลน์ แล้วเมื่อมีคนคลิกในส่วนของกูเกิ้ลแอดเซนส์บนเว็บไซต์นั้นๆแล้ว คุณก็จะได้รับส่วนแบ่งรายได้จาก Google ไปโดยอัตโนมัติ หากท่านใดสนใจ ลองคลิกเข้าไปดูได้ที่ www.google.com/adsense

สำหรับผู้ที่ใช้โทรศัพท์พวกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ปัจจุบันก็มีแอพพลิเคชั่นที่สามารถโหลดมาลงบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดหรือการขายผ่านออนไลน์ได้มากขึ้น เช่น ไลน์ (Line) เป็นแอพพลิเคชั่นหนึ่งที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะสามารถติดต่อสื่อสารโดยสามารถส่งข้อความ และสามารถส่งภาพ รวมถึงสามารถคุยกันเป็นกลุ่ม (Group Chat)ได้ เป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้กับคุณอีกด้วย ส่วนแอพพลิเคชั่นตัวใหม่ที่อยากแนะนำ คือ แอพพลิเคชั่น Shopspot ใช้งานง่าย เพียงแค่โพสต์ภาพและใส่รายละเอียดสินค้าที่ต้องการขายลงไป คล้ายๆกับการที่เราถ่ายรูปอะไรก็ตามและก็อัพโหลดภาพลงเฟซบุ๊ค แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย ถ้าคุณสนใจการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์นี้ คุณก็สามารถหาข้อมูลได้ทั่วไปที่มีคนแนะนำไว้ในอินเทอร์เน็ตหรือตามแผงหนังสือประเภทการทำธุรกิจออนไลน์ในร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป