สัมผัสฝ้ายนุ่มต้นทาง "คอตตอน"

หญิงไทยรายงาน

ฝ้าย...สิ่งที่มาจากธรรมชาติ สามารถทำการปลูกทดแทน และย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เส้นใยฝ้าย...มีผิวสัมผัสที่นุ่มนวล และสวมใส่สบายทุกฤดูกาล จึงนำสู่กระบวนการแปรรูป ทั้งการปั่นเป็นเส้น การทอผืนผ้า หรือการตัดเย็บเสื้อผ้า

ที่สำคัญ...ฝ้ายเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย คอตตอน อินเตอร์คอร์ปอเรท พบว่า ต้นฝ้ายที่ปลูกบนพื้นที่ 1 ไร่ ในเวลา 1 ปี ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ปริมาณถึง 2,300 กิโลกรัม อีกทั้งยังผลิตก๊าซออกซิเจน ออกไปสู่ชั้นบรรยากาศโลก ในปริมาณถึง 1,600 กิโลกรัม ซึ่งเพียงพอต่อการหายใจได้ 1 ปี สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิก 5 คน

สหรัฐอเมริกา...ประเทศที่ส่งออกฝ้าย มากเป็นอันดับ 1 ของโลก ในปริมาณการผลิตราว 2.85 ล้านตัน ส่วนประเทศไทยปลูกฝ้ายได้เพียง 1 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณในความต้องการ ทั้งกับผู้บริโภคภายในประเทศ และเพื่อการผลิตส่งออก

โดยมี คอตตอน ยูเอสเอ ที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริม แก่ผู้ประกอบการไทย ทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ กลุ่มผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป กลุ่มแบรนด์ และกลุ่มผู้ค้าปลีก ซึ่งผ่านการส่งเสริมด้านการตลาด ในรูปแบบกิจกรรมต่างๆ พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของฝ้าย โดยเฉพาะฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา รวมถึงการเผยแพร่สัญลักษณ์ของ "คอตตอน ยูเอสเอ" อันเป็นเครื่องหมายที่ได้รับการออกแบบ และเผยแพร่ในปี 1989 จาก คอตตอน เคาน์ซิล อินเตอร์เนชั่นแนล (Cotton Council International : CCI) หน่วยงานหนึ่งของ เนชั่นนัล คอตตอน เคาน์ซิล (National Cotton Council) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่บ่งบอกว่า ผลิตภัณฑ์ต่างๆมีคุณภาพ ได้ผลิตมาจากเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือมีส่วนผสมฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา ในสัดส่วนที่มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ มาเป็นวัตถุดิบการผลิตผลิตภัณฑ์

ดังนั้น เมื่อเร็วๆนี้ทาง คอตตอน ยูเอสเอ ประเทศไทย จึงจัดกิจกรรมพิเศษ "Cotton Up Your Life : 5 Things to Learn about Cotton with COTTON USA" ขึ้นมาเป็นเวลา 2 วัน เพื่อจะทำการสื่อสาร และสร้างการรับรู้ความเข้าใจ รวมถึงเป็นการเพิ่มอุปสงค์ ในกลุ่มผู้บริโภคคนไทย ณ โรงแรมโฮเทล เดอ ลา เปซ์ จังหวัดเพชรบุรี

ซึ่งภายในกิจกรรมของ Cotton Up Your Life : 5 Things to Learn about Cotton with COTTON USA เริ่มต้นด้วยการชม โรงงาน เอส.อาร์. สปินนิ่ง โดยมีรองกรรมการผู้จัดการ ชลัท บูรณตระกูล ได้อธิบายถึงข้อมูลการผลิตว่า

"โรงงานเราใช้ฝ้ายอเมริกา 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งซื้อมาจากทางเทรดเดอร์ อย่างในแถบโซนแคลิฟอร์เนีย แคโรไลนา นำส่งมาใช้ในโรงงานของเรา ที่สหรัฐอเมริกา...เก็บฝ้ายด้วยรถเก็บ แล้วลำเลียงด้วยรถ สู่กระบวนการแยกเมล็ด ส่วนการเก็บฝ้ายในที่อื่นๆ อย่างแอฟริกา อินเดีย...จะใช้คนเก็บ คนก็จะสัมผัสกับปุยฝ้าย ทำให้เสี่ยงต่อสิ่งเจือปน เช่น เส้นผม เศษผ้า ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของฝ้าย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราเลือกฝ้ายยูเอสเอ อีกเหตุผลคือ มีการตรวจสอบที่ดี และส่งตรวจจัดเป็นเกรด เพื่อให้เลือกซื้อได้ง่ายขึ้น"

สำหรับกระบวนการผลิตเส้นฝ้าย มี 3 แบบด้วยกัน คือ 1. Combed Ring Spinning 2. Open Ended Spinning และ 3. Murata Air Jet Spinning แต่จะกล่าวในรายละเอียดเฉพาะ Combed Ring Spinning ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตสากล และมีการผลิตมากที่สุดในโลก โดยกระบวนการผลิตคร่าวๆ เริ่มจากห้อง Blow room เป็นห้องที่นำฝ้ายที่ซื้อ มาตีให้กระจายตัวออก แล้วขจัดแยกสิ่งสกปรก ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ จากนั้นนำมารวมเป็นปุยฝ้าย เพื่อลำเลียงสู่เครื่อง Carding เป็นการเรียงฝ้ายให้เป็นรูปร่าง จะเรียงให้เป็นเส้นหรือมีทิศทางแนวเดียวกัน และนำส่งไปผลิตในเครื่องรีด Drawing คือ การนำเส้นฝ้ายหลายๆเส้นรวมกัน เพื่อให้เส้นฝ้ายมีความสม่ำเสมอ และง่ายต่อการผลิตในขั้นตอนต่อไป

การผลิตเส้นฝ้ายระดับที่ดี ต้องผ่านเครื่องหวี Combing โดยหวีฝ้ายที่เส้นเล็ก หรือเส้นสั้นให้หลุดออกไป เหลือแต่ฝ้ายที่เส้นยาว จากนั้นทำให้เส้นฝ้ายเล็กลง ด้วยเครื่อง Roving ที่จะทำการบิดฝ้าย จากเส้นตรงให้เป็นเกลียว ทั้งทำให้มีขนาดเล็กลงอีก แล้วมาถึงหัวใจหลัก คือ เครื่อง Ring Spinning จะทำการยืดเส้นฝ้ายให้เล็กลง ด้วยการบิดหรือใส่เกรียวเข้าไป ให้มีความแข็งแรงขึ้น ซึ่งการทำขนาดเส้นให้เล็กใหญ่ จะขึ้นอยู่กับลูกค้าหรือตลาด หากต้องการความนุ่ม จะบิดเป็นเส้นเล็ก โดยเส้นฝ้ายยิ่งเล็ก เนื้อผ้ายิ่งนุ่มหรือมีเนื้อละเอียด และมาถึงกระบวนการสุดท้าย คือ การปั่นด้าย...Winding การกรอเส้นฝ้ายหลอดเล็ก ไปสู่เส้นด้ายหลอดที่ใหญ่ขึ้น และกลายเป็น Final Product พร้อมส่งให้กับโรงทอผ้า จัดการทำให้เป็นผ้าผืน

"ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้เกิดขึ้น ภายในโรงงานทั้งหมดนั้น มาจากการประสานงานกัน ของซัพพลายเออร์จากอเมริกา มีการจัดการโลจิสติกส์ที่ดี ชิพเมนต์ที่เชื่อถือไว้ใจได้ ส่วนที่โรงงานเอส.อาร์. ก็ทำสินค้าที่หลากหลาย ตามความต้องการของตลาด และมีกิจกรรมหรือมาร์เก็ตติ้งที่ดี อีกส่วนที่ทำให้กระบวนการทั้งหมดสำเร็จ ก็คือ 'ลูกค้า' รวมถึงทางคอตตอนยูเอส ที่คอยสนับสนุนหาลูกค้ามาตลอด" รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ทาง ไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทนคอตตอน ยูเอสเอ ในกลุ่มประเทศอาเซียน กล่าวถึงเป้าหมายในการดำเนินงาน โดยมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ ให้กับผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย ที่ผลิตผลิตภัณฑ์ด้วยเส้นใยฝ้าย 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีส่วนผสมของฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา มาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต นอกจากนั้นทางคอตตอน ยูเอสเอ ยังมีเป้าหมายในการให้ความรู้กับผู้บริโภค เกี่ยวกับคุณสมบัติของฝ้ายจากสหรัฐอเมริกาว่า เป็นเส้นใยตามธรรมชาติ สามารถปลูกทดแทนได้ และเป็นเส้นใยที่สวมใส่แล้วสบาย

"คอตตอนยูเอสเอ เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร หรือไม่มีการซื้อขายของใดๆทั้งสิ้น ซึ่งเป็นองค์กรส่งเสริมฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา เพื่อทำให้ผู้บริโภคได้เข้าใจว่า ฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา...ดีอย่างไร ทำไมคนไทยและคนทั่วโลก ควรต้องซื้อผลิตภัณฑ์ ที่ผลิตจากฝ้ายสหรัฐอเมริกา เจ้าขององค์กรคอตตอนยูเอสเอ คือ เกษตรกรหรืออุตสาหกรรม ที่ปลูกฝ้ายในสหรัฐอเมริกา รวมตัวจัดตั้งองค์กรขึ้นมา ก็เพื่อส่งเสริมการปลูกฝ้าย สำหรับในเมืองไทยเอง ผมต้องขอกล่าวอย่างนี้ครับ คนที่จ่ายเงินเดือนผมนั้น คือ เกษตรกรปลูกฝ้ายสหรัฐอเมริกา บอกกับผมว่า ทำอย่างไร...ช่วยให้ลูกค้าเค้า ไม่ว่าเป็นโรงงานปั่น แบรนด์ หรือการ์เม้นท์ที่ใช้ฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา ได้ประสบความสำเร็จ นั่นเป็นโจทย์สำคัญ ที่เกิดกิจกรรมมากมาย

...เราจึงพยายามให้ผู้บริโภค ได้เข้าใจก่อนว่า ฝ้าย...ดีอย่างไร ทำไมควรซื้อ โดยเฉพาะเป็นฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา เรามีความคิดเห็นว่า เมื่อมีการซื้อเสื้อผ้าจากแบรนด์ ที่ได้ทำการผลิตในเมืองไทย แล้วใช้วัสดุเป็นผ้าฝ้าย จากฝ้ายสหรัฐอเมริกา มากขึ้นและประสบความสำเร็จแล้ว ก็เกิดการซื้อกับทางการ์เม้นท์ที่ใช้ผ้าฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา เมื่อโรงงานตัดเสื้อผ้า มียอดการสั่งซื้อเยอะขึ้น จะไปซื้อหาผ้าฝ้าย ที่ทำจากฝ้ายสหรัฐอเมริกา โรงงานที่ทำผ้าฝ้าย เกิดกำไรจากการผลิต ก็ซื้อเส้นฝ้ายกับทางโรงงานปั่นฝ้าย ที่ใช้ฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา ต่อเมื่อโรงงานปั่นฝ้ายมีรายได้ ก็นำเข้าฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา ที่ปลูกโดยเกษตรกรในสหรัฐอเมริกา นั่นก็คือ คนที่จ่ายเงินเดือนผม" ตัวแทนคอตตอน กลุ่มประเทศอาเซียนกล่าว

ปัจจุบันนี้ผ้าฝ้าย กลายมาเป็นไอเท็ม ที่ผู้คนทั่วโลกต่างชื่นชอบ และสวมใส่มากที่สุด ในชีวิตประจำวัน โดยจะเห็นจากการที่ผ้าฝ้าย กลายมาเป็นวัตถุดิบสำคัญ ในการตัดเย็บเสื้อผ้า อย่างหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะเสื้อผ้าประเภทแคชชวลแวร์ ที่หนุ่มๆสาวๆออฟฟิศให้ความสนใจและนิยมสวมใส่ ในที่ทำงานกันมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังมีผลสำรวจล่าสุดจาก Mark Tracking Survey 2013 พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ มีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อเสื้อผ้า ประเภทแคชชวลแวร์ มากที่สุดใน 12 เดือนข้างหน้า

โดยผู้บริโภคยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้น เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ พร้อมหันมาให้ความใส่ใจมากขึ้น กับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ของผู้บริโภคทั้งชายและหญิงชาวไทย ต่างมีการรับรู้ในระดับที่ดี เกี่ยวกับประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม และได้แสดงความคิดเห็นว่า ฝ้ายเป็นวัตถุดิบ ที่มีความเป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เพราะเป็นเส้นใยธรรมชาติ ไม่มีส่วนผสมสารเคมี ทั้งยังย่อยสลายได้ง่าย

จากการศึกษาวิจัยต่อเนื่อง เป็นประจำทุก 2 ปี ตั้งแต่ปี 2002 ยังได้พบอีกว่า กลุ่มผู้บริโภคชายและหญิงทุกช่วงอายุ มีความคิดเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับฝ้าย โดยฝ้ายที่ปลูกในสหรัฐอเมริกานั้น ยังคงเป็นคุณสมบัติในด้านความคงทน สวมใส่สบาย ดูดีมีสไตล์ และมาจากผู้ผลิตที่มีชื่อเสียง ซึ่งประมาณหนึ่งในสามของกลุ่มเป้าหมายหลักได้กล่าวว่า เคยซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากฝ้าย ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา แล้วซื้อที่มีป้ายคอตตอน ยูเอสเอ ติดอยู่บนสินค้าต่างๆ อันเหมาะแก่การนำมาทำผ้าปูเตียง ผ้าขนหนู และชุดชั้นในเป็น 3 อันดับแรก

คอตตอน ยูเอสเอ มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจ เกี่ยวกับฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา ในกลุ่มผู้บริโภคให้เพิ่มขึ้น รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา ดังนั้น กิจกรรม Cotton up Your life : 5 Things to Learn about Cotton with COTTON USA จึงเชื่อมโยงความเข้าใจ และเป็นการเพิ่มอุปสงค์ ในกลุ่มผู้บริโภคคนไทยด้วย