6 Tips เลือกซื้อต้นไม้สุขภาพดี

เกษตรพอเพียง

สำหรับคนรักและชอบปลูกต้นไม้ การได้ไปเดินช็อปเดินชมต้นไม้นานาพันธุ์ ที่ละลานตาอยู่ในตลาดต้นไม้ นับเป็นความสุขใจที่สามารถหาได้อย่างง่ายๆ แต่ได้ประโยชน์แบบประหยัดอีกด้วย เพราะนอกจากจะได้ความสบายตา สบายใจแล้ว ยังได้ต้นไม้มาปลูก สร้างร่มเงา สร้างแหล่งอาหาร สร้างธรรมชาติรอบบ้าน สร้างงานอดิเรกบำบัดจิตใจคลายความเครียด เรียกว่าเป็นทั้งอาหารปาก อาหารตา และอาหารใจเลยทีเดียว

แต่การที่จะได้ต้นไม้ดีๆ เอามาปลูกสักต้น เราอาจต้องเตือนตัวเองไว้เสมอว่า อย่าซื้อเพราะความสวยสะดุดตา เห็นมีดอกสวยๆ มีลูกติดต้นมา ก็คว้าทันที โดยไม่พินิจพิเคราะห์ดูรายละเอียดอย่างอื่นเลย ผลสุดท้ายก็มักจะเจอว่า เอามาปลูกแล้วไม่โต ปลูกแล้วตาย ปลูกแล้วไม่ออกดอก ออกผล เหมือนตอนวางขายอยู่ที่ร้าน นั่นก็เพราะว่าเราได้ต้นไม้ที่ดูดีแต่ภายนอก แต่เป็นต้นไม้ที่สุขภาพไม่ดี ไม่แข็งแรง

ฉบับนี้ "ผักหวาน" เลยขอนำเคล็ดลับการเลือกซื้อต้นไม้สุขภาพดี มาฝากนักปลูกมือใหม่ หรือมือสมัครเล่นว่า เวลาไปซื้อต้นไม้ เราควรจะดูตรงไหนบ้าง...


Tip 1: ดูให้ถึงราก

ดูนางให้ดูแม่ แต่ดูต้นไม้ให้ (ดี) แน่ ต้องดูกันถึงราก เพราะระบบรากที่ดีก็เปรียบเสมือนกับเครื่องยนต์ที่ได้รับการบำรุงรักษามาเป็นอย่างดี เมื่อรากดี ก็มีโอกาสที่จะเติบโตเป็นต้นไม้ที่แข็งแรง ให้ดอกให้ผลดังที่ควรจะเป็น ดังนั้น เวลาไปเลือกซื้อ หากเจอต้นที่ถูกใจ ลองยกขึ้นมาดูโดยค่อยๆ เอียงต้นไม้ออกจากถุงเพาะหรือกระถาง (ค่อยๆเอียงนะคะ อย่าคว่ำจนต้นไม้หลุดผัวะออกมา เดี๋ยวคนขายเขาจะด่าเอาค่ะ) ลักษณะรากที่ดี คือรากที่เดินดี ในลักษณะกระจายตัวไปรอบๆ วนเป็นวงสวยงาม แต่ไม่ควรซื้อ ถ้ารากเบียดกันแน่นเกินไปจนแทบไม่เห็นดิน หรือรากแทงทะลุออกมาตามรูระบายก้นกระถาง และพันกันเป็นปุ่มปม ลักษณะเช่นนี้บ่งบอกได้ว่า ถ้าเอามาปลูกต่อ ต้นไม้ก็จะไม่สามารถเติบโตต่อได้อย่างสมบูรณ์

Tip 2: ใหญ่...ใช่ว่าจะเจ๋ง

ตามประสาคนซื้อที่มักจะคำนึงถึงปริมาณควบคู่ไปกับราคา แม้จะเป็นต้นไม้ชนิดเดียวกัน และยิ่งถ้าราคาไม่ต่างกันมากด้วยแล้ว หลายคนมักจะเลือกต้นที่สูงกว่าหรือใหญ่กว่าเพราะอาจจะคิดว่าทุนเวลา ไม่ต้องมานั่งลุ้นให้โต แต่จริงๆแล้ว กลายเป็นการเสียสตางค์เปล่าก็ได้ค่ะ เพราะต้นไม้ที่โตกว่า อาจเป็นต้นที่อายุมาก แก่ หรือใกล้ตายแล้วก็ได้ แต่เวลาอยู่ที่ร้าน เราอาจจะดูไม่ออก เพราะว่าทางร้านเขาโด๊ปปุ๋ย โด๊ปสารเคมี เร่งดอกเร่งใบให้ดูสวยสะพรั่ง สะดุดตา น่าหอบกลับตั้งสวยอยู่ที่บ้าน ดังนั้น นอกจากจะเลือกต้นที่มีระบบรากแข็งแรงดีแล้ว ก็ควรเลือกลำต้นที่แข็งแรงด้วย มีสัญญาณชีวิตที่กำลังเจริญเติบโต แตกยอด แตกหน่อ เอาไปฟูมฟัก ดูแลต่อเพื่อรอชื่นชมดอกผลได้นานหลายปี

"ผักหวาน" เคยมีประสบการณ์เรื่องนี้มาแล้วค่ะ ไปเห็นต้นไม้ปลูกในกระถางใบใหญ่ ออกดอกสีม่วงพราวทั้งต้นเลย ประสบพบพักตร์ก็นึกรักทันใด ถึงจะรู้สึกว่าต้นใหญ่ไปหน่อย แต่เกิดไป ณ จังงังกับดอกสีม่วงแสนสวย เลยได้หอบเอาต้น "ม่วงมงคล" กลับมาบ้านด้วยแบบทุลักทุเลมาก ปรากฏว่าเลี้ยงได้สักประมาณเดือนเดียว หลังจากดอกที่ติดมากับต้นทยอยร่วงหมดเกลี้ยงแล้ว ใบก็เริ่มกรอบแห้งและเฉาตายไปอย่างรวดเร็ว ขนาดพยายามช่วยชีวิตสุดฤทธิ์ เธอก็ตายสนิทแบบไม่หือไม่อือขึ้นมาอีกเลยค่ะ ผู้รู้บอกว่า ต้นมันแก่มากแล้ว ตอนอยู่ที่ร้านเขาคงเร่งปุ๋ยเคมี เพื่อให้มีดอกสวยๆ ดึงดูดให้คนซื้อ (ไปซะที) ทั้งที่จริงๆแล้วคุณยายม่วงมงคลต้นนั้นคงถึงแก่อายุขัย หมดเรี่ยวหมดแรงจะออกดอกอีกแล้ว เธอตายสนิทในสภาพดอกใบร่วงโกร๋น กิ่งก้านเหี่ยวแห้ง หลับไม่ฟื้น ตื่นไม่มี จริงๆ ... RIP นะคุณยายม่วงมงคล

Tip 3: ต้นไม้สุขภาพดี

ถ้าต้นไม้ต้นนั้น ดูแล้วเป็นต้นไม้ที่เติบโตได้ไม่ดี แคระแกรน หรือดูไม่แข็งแรง ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ เช่น อาจจะมาจากต้นพันธุ์ที่อ่อนแอ หรือถูกเลี้ยงมาแบบทิ้งๆขว้างๆ และบางทีที่เห็นในร้านว่า คนขายเขาดูแลรดน้ำเป็นอย่างดีนั้น เบื้องหลังอาจจะอดน้ำมาก่อนหน้านั้นก็เป็นได้ หรืออาจจะถูกวางทิ้งๆ อยู่ในที่อับแสงมาก่อน ต้นไม้เลยอ่อนแอ ถ้าเจอแบบนี้ ไม่ควรซื้อมาหรอกค่ะ ยิ่งนักปลูกมือสมัครเล่น เอามาก็อาจตายก่อนจะโตด้วยซ้ำ หรือปลูกแล้วเห็นแต่ใบตาปีตาชาติ ไม่ออกดอก ออกผลมาให้เชยชม

Tip 4: โรคแอบแฝง

ปัญหานี้อาจไม่ค่อยพบเจอ หากซื้อจากร้านดัง ที่มีชื่อเสียง หรือร้านที่คุ้นเคย เชื่อถือได้ แต่ถ้าซื้อจากร้านทั่วไป เช่นแผงข้างถนน ร้านที่เราไม่รู้จักมาก่อน ยังไงก็ควรตรวจดูสักนิดก่อนซื้อนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นต้นที่เป็นโรคเพียงต้นเดียวอาจมาแพร่กระจายโรคติดต่อไปสู่ต้นไม้อื่นๆในสวนของเราได้

วิธีตรวจง่ายๆ เอาต้นไม้ที่คุณจะซื้อมาส่องดูในที่สว่างๆ ดูตามกิ่ง ก้าน ใบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่แตกยอดออกมาใหม่ นอกจากนั้น อย่าลืมดูที่รากด้วยนะคะ ถ้ารากเริ่มถูกกินไปแล้ว แค่ลองดึงต้นขึ้นมาเบาๆ รากก็จะหลุดขึ้นมาจากดินได้ง่ายๆ หรือรอยดำที่ใบ แสดงถึงเชื้อราที่เติบโตขึ้นจากมูลของแมลงที่มาดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นพืชและขับถ่ายทิ้งเอาไว้ หรือใบที่สีซีด มีรอยด่างขาว ก็อาจแสดงถึงการขาดสารอาหาร หรือถูกคุกคามด้วยโรคพืชต่างๆ

Tip 5: อย่าหลงเสน่ห์แม่ดอกบานฉ่ำ

ผู้หญิงเวลาเลือกซื้อไม้ดอก รายไหนรายนั้น พอต้นไหนที่มีดอกบานสะพรั่ง จะเหมือนกับถูกดูดด้วยพลังแม่เหล็กมหาศาล ให้ตรงรี่เข้าไปคว้ามาทันที แต่ช้าก่อนค่ะ ดอกที่บานมาตั้งแต่ที่ร้าน เราหอบกลับมาบ้านก็ได้ชื่นชมแป๊บเดียวเดี๋ยวก็โรย สู้เลือกต้นที่เพิ่งมีดอกตูมๆ ให้มาผลิบานที่บ้านเราดีกว่า เพราะไม่เพียงแต่เราจะได้ดอกไม้สวยๆมาประดับบ้านให้ชื่นใจได้นานๆแล้ว ข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ ต้นไม้ที่เพิ่งมีดอกตูม จะได้รับผลกระทบจากภาวะ Transplant shock (ภาวะชะงักของการเจริญเติบโต) น้อยกว่าต้นไม้ที่กำลังบานเต็มที่

Tip 6: ซื้อต้นไม้ ต้องใจเย็นๆ

การได้เดินดูต้นไม้ตามร้าน นับเป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนรักต้นไม้ แม้บางทีไม่ได้ตั้งใจจะไปซื้อหา แต่ก็ชอบที่จะเดินทอดน่อง สัมผัสความสดชื่น เจริญตาของนานาพันธุ์ไม้ซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมผ่อนคลายที่ช่วยเติมความรื่นรมย์ให้กับชีวิตได้อย่างง่ายๆ และไม่ต้องเสียสตางค์อีกด้วย แต่หากจะต้องเสียสตางค์เพราะตั้งใจไปซื้อหา ก็ยังควรจะต้องใช้หลักเดียวกันนะคะ นั่นก็คือเดินชมให้ทั่วๆก่อน ร้านต้นไม้สมัยนี้ เขานิยมรวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน ขายกันเป็นแหล่งใหญ่ๆ จนเกิดเป็นถนนสายต้นไม้ ดอกไม้ คือตั้งร้านขายกันทั้งถนนเลยทีเดียว สะดวกคนซื้อเป็นที่สุด เพราะสามารถเลือกหาได้สารพัดสารพันในที่ที่เดียว แต่เคล็ดลับก็คือ อย่าเพิ่งผลีผลาม เจออะไรถูกใจหยุดซื้อทันที เพราะอาจจบลงด้วยซื้อเกินงบ ซื้อมาแล้วไม่มีที่ปลูก ซื้อจนขนกลับบ้านไม่ไหว อะไรทำนองนี้ ทางที่ดี รอบแรกเดินดูไปเรื่อยๆ สำรวจให้ทั่วๆ เห็นอะไรถูกใจหมายตาเอาไว้ก่อน พอเดินจนทั่วแล้ว ค่อยเดินวกกลับมาอีกรอบ เพื่อเลือกซื้อของที่อยากได้

และในระหว่างที่เดินสำรวจ ควรสังเกตด้วยว่า เขาวางต้นไม้แต่ละชนิดไว้ตรงไหน ต้นไม้บางชนิดต้องการแสงเต็มที่ตลอดทั้งวัน หรือบางอย่างสามารถวางในร่มได้ ถ้าคิดจะซื้อมาก็ต้องแน่ใจว่าสภาพแวดล้อมที่บ้านของคุณเหมาะสมกับต้นไม้ชนิดนั้นๆหรือเปล่า รวมถึงเรื่องของสภาพอากาศ บางทีดอกไม้แสนสวยที่เราอยากได้มาปลูก แต่เป็นไม้ดอกที่เจริญเติบโตได้ดีในอากาศหนาว เช่น ทางเหนือ แต่บ้านคุณอยู่ในเมืองหลวง อากาศร้อนตับแลบ เอามาปลูกก็อาจไม่ได้มีโอกาสเชยชมดอกสวยๆเหมือนเห็นที่ร้าน

การใช้เวลาเดินดูและพูดคุยกับคนขาย มีข้อดีมาก เพราะไม่เพียงช่วยให้เราได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการปลูกและดูแลต้นไม้อย่างเหมาะสมเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราได้ต้นไม้ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุดอีกด้วยค่ะ