ดอกไม้แห่งน้ำใจ

ดอกไม้ใกล้ตัว

รอมแพง อริยมาศ เรื่อง / ชัยวุฒิ ประเสริฐศรี ภาพ
 

แดดยามบ่ายคล้อยเริ่มราแสงอ่อนลงไปทุกขณะยามที่ฉันเดินออกมาจากอาคารผู้โดยสารขาออกของท่าอากาศยานดอนเมือง ลมร้อนยังคงพัดแผ่วอย่างอ้อยอิ่ง รอบตัวฉันคลาคล่ำไปด้วยผู้คนแปลกหน้าที่มิได้เข้ามาใช้บริการของสนามบินแห่งนี้เพื่อการเดินทางเหมือนเช่นที่เคยเป็น หากจุดหมายของผู้คนเหล่านั้นล้วนเป็นไปด้วยวัตถุประสงค์ที่เหมือนกัน นั่นคือเดินทางมาเพื่อปวารณาตนเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในอาคารผู้โดยสารขาออกแห่งนี้แออัดไปด้วยผู้คนและสิ่งของที่ได้รับบริจาคมา หลายต้อหลายคนสาละวนอยู่กับงานที่ได้รับมอบหมายมา บ้างก็คัดแยกสิ่งของเครื่องใช้ให้เป็นหมวดหมู่ ในขณะที่อีกหลายคนกำลังจัดเรียงสิ่งของเครื่องใช้ทั้งที่เป็นเครื่องอุปโภคและบริโภคบรรจุลงถุงขนาดย่อมเพื่อนำไปแจกจ่ายสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ฉันเดินผ่านฝูงชนเหล่านั้นออกมายังส่วนหน้าของอาคารและเดินต่อเพื่อไปขึ้นรถโดยสารที่จอดพักอยู่ไม่ไกลนัก แม้ร่างกายจะอ่อนล้าหากฉันยังรู้สึกได้ถึงความงามของสรรพสิ่งรอบด้าน เสียงนกร้องจู๋จี๋จู๋จี๋แว่วมาให้ยินแต่ไกล ฉันทอดน่องช้าลงเมื่อผ่านสวนหินเล็กเล็กริมทาง แล้วก็หยุดพินิจดูตวามงามเบื้องหน้า แม่จะดูรกเรื้อไปด้วยวัชพืชหลากชนิดด้วยขาดคนดูแลอย่างจริงตัง แต่สวนหินแห่งนี้ก็ยังดูสดชื่นและเขียวขจีไปด้วยไม้ใบหลากชนิดที่เน้นหนักไปทางเฟิร์นเสียเป็นส่วนมาก ท่ามกลางความเขียวขจีของไม้ใบเหล่านั้นแจ่มกระจ่างไปด้วยกลีบดอกหยักบางสีเหลืองทองของดาวกระจายที่แทรกแซมอยู่เป็นระยะ ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อย ดูสดใสน่ารักจนฉันอดยิ้มออกมาไม่ได้

ดาวกระจายเป็นไม้ดอกธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไป ตามท้องถนน ริมทางที่รกร้าง หรือในสวนข้างบ้าน เป็นไม้ดอกที่มีสีสรรสดใสชวนมอง มีหลายสีมิได้มีเพียงเแต่สีเหลืองทองสดใสที่เราคุ้นชินกันมาเนิ่นนานแล้วเท่านั้นหากยังมีสีอื่นอีกหลายสีตั้งแต่สีชมพูสดใส แดงเจิดจ้า ม่วงแสนหวาน ส้มใสสด และขาวสะอาดตา      

เพราะไม้ดอกชนิดนี้มีคุณสมบัติโดดเด่นในแง่ที่ปลุกง่าย เติบโตได้ดีในทุกสภาพอากาศ ไม่ต้องการการดุแลมากนักเมื่อเทียบกับไม้ดอกทั่วไป อีกทั้งยังแพร่พันธุ์ได้ง่ายและโว เราจึงพบเห็นดาวกระจายแบ่งบานอวดกลีบดอกสีสวยใสอยู่ทั่วไป ในท้องทุ่งที่รกร้าง ริมทางเดินข้างถนน ในสวนสาธารณะที่ใดสักแห่งหรือแม้แต่ในสวนสวยของใครบางคนก็ตาม
      

ความงดงามสดใสของดาวกระจายที่พบเห็นอยู่ทั่วไปทุกแห่งหนทำให้ฉันหวนนึกถึงผู้คนมากหลายที่ฉันได้พบเห็นในห้วงเวลาวิกฤตที่เกิดขึ้นในสังคมหลายต่อหลายครั้ง ในปีพุทธศักราช 2547 ประเทศไทยได้เผชิญกับมหันตภัย "คลื่นยักษ์สึนามิ" ในแถบฝั่งทะเลอันดามัน ฉันและคนไทยหลายต่อหลายคนเดินทางลงใต้ไปยังจังหวัดพังงาด้วยวัตถุประสงค์เดียวกันคือ ตั้งใจไปเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ ที่วัดย่านยาว ในอ . จ.พังงา อันเป็นเหมือนจุดศูนย์กลางการอำนวยการช่วยเหลือมหันตภัยในครั้งนั้น ฉันได้เห็นความสามัคคีและน้ำใจที่หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ สารธารแห่งน้ำใจในคั้งนั้นมิได้จำกัดอยู่เพียงแค่ชาวไทยเท่านั้น อาสาสมัครจากหลายต่อหลายประเทศก็เดินทางไปทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่วัดย่านยาวนี้เช่นกัน ความช่วยเหลือทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ เทคโนโลยี่ที่ทันสมัย เครื่องอุปโภค บริโภคและเงินบริจาคไหลหลั่งมาจากสายธารแห่งน้ำใจที่ไม่มีวันเหือดหาย นับจากวันนั้นฉันไม่เคยคาดคิดว่าจะมีโอกาสได้กลับมาทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยอีกครั้งเหมือนเช่นวันนี้อีกเลย
      

ไม่มีใครเคยคาดคิดว่า ในหลายปีต่อมาหลังจากมหันตภัย "คลื่นยักษ์สึนามิ" ได้สิ้นสุดลงแล้ว ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับมหันตภัยครั้งใหญ่อีกครั้งในปีพุทธศักราช 2554 อุทกภัยที่เดิดขึ้นครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดและกินเวลายาวนานกว่า 2เดือนขึ้นไป ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนและชีวิตของผู้คนจำนวนมากจนมนที่สุดรัฐบาลจึงต้องคั้งหน่วนงานเฉพาะกิจขึ้นมาดูแลและแก้ไขปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่นี้ในชื่อของ "ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม"  ฉันจึงได้มาร่วมงานในส่วนของภาคประชาชนในฐานะอาสาสมัครคนหนึ่ง
      

ทุกวันในเวลาเช้าฉันจะเดินทางมาทำงานที่ศูนย์ปฎิบัติการฯแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคารผู้โดยสารขาออก สนามบินดอนเมือง ระหว่างทางเดินจากจุดที่ลงรถไปยังอาคารที่ทำการนั้นฉันต้องเดินผ่านสวนหย่อมเล็กเล็กที่ดารดาษไปด้วยดาวกระจายสีเหลืองอร่ามไปทั้งแปลง กลีบดอกสีเหลืองสดใสของเธอที่บานแบ่งรับตะวันยามเช้าแย้มยิ้มเหมือนหนึ่งทักทาย แล้วรอยยิ้มแย้มแบ่งบานเหล่านี้ก็ได้ทักทายฉันอีกครั้งในช่วงเย็นยามที่ฉันกลับบ้าน
      

อาจเเพราะสีสันสดใสและการแย้มบานของดาวกระจายเหล่านี้กระมังที่ทำให้ฉันรู้สึกได้ว่า ท่ามกลางความทุกข์ยากและปัญหาอันหนักหน่วงที่กำลังรายล้อมอยู่นั้น ยังมีความงามและความสดใสจากสิ่งรอบข้างปรากฎให้เห็น เพียงเราเดินให้ช้าลงอีกนิดแล้วเราจะได้เห็นความรื่นรมย์ที่แฝงอยู่รอบรอบตัวเรา เฉกเดียวกับการแบ่งบานของอกไม้เล็กเล็กในนาม "ดาวกระจาย" น้ำใจของผู้คนจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลมายังศุนย์ปฏิบัติการแห่งนี้ ในแต่ละวันจึงมีผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งหญิง ชาย เด็กและผู้ใหญ่เดินทางมาแจ้งความจำนงค์ขอเป็น "อาสาสมัครแห่งชาติ" ทำงานในหน้าที่ตามที่ได้ได้รับมอบหมายและตามความถนัดของแต่ละคน
      

ในส่วนตัวของฉันนั้น ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ติดตามในกรณีที่มีผู้แจ้งขอความช่วยเหลือมายังศูนย์รับร้องเรียน ฉันและอาสาสมัครในส่วนนี้ต้องติดตามกรณีที่เป็นเรื่องเร่งด่วนและเป็นกรณีที่ควรได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ เช่นกรณีที่ครอบครัวของผู้ประสบภัยบางรายมีคนป่วย คนเจ็บ เด็กหรือผู้สูงวัยอยู่ในครอบครัว อาสามุครอย่างเราจึงต้องหาวิธีโน้มน้าวจิคใจให้ผู้ประสบภัยเหล่านั้นออกมาจากพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งนับเป็นภาระกิจที่ไม่ง่ายนัก เพราะผู้ประสบภัยส่วนมากต้องการรับความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำและยาจากศูนย์ปฎิยัติการฯและยืนยันที่จะอาศัยอยู่ในบ้านของตนต่อไป ตลอดทั้งวันอาสามัครส่วนนี้ต้องโทรศัพท์ติดตามเรื่องที่มีผู้แจ้งขอความช่วยเหลือมา หลายต่อหลายครั้งที่การติดต่อกลับไปของเราไม่ทันต่อความต้องการของผู้ประสบภัย เราจึงมักได้ยินเสียงก่นด่าและบริภาษกลับมาในทันที่ที่ติดต่อไป สิ่งที่ฉันและเพื่อนอาสาสมัครหลายต่อหลายคนทำได้ก็เพียงส่งคำขอโทษไปตามสาย แม้ว่าในใจอาจรู้สึกคุกรุ่นที่ถูกบริภาษโดยไม่เป็นธรรม แต่เราทุกคนไม่มีสิทธิ์โกรธหรือโต้ตอบผู้ประสบภัยที่กำลังตกอยู่ในภาวะฉุนเฉียวได้ หลายต่อหลายครั้งที่ฉันและเพื่อนอาสาอสมัครแทบจะถอดใจและล้มเลิกภาระที่ได้รับมอบหมายมา หากเมื่อคิดถึงความทุกข์ยากของผู้ประสบภัยที่ลำบากมากกว่าเราแล้ว ทั้งฉันและเพื่อนอาสาสมัครก็ได้แต่ยิ้มปลอบใจซึ่งกันและกัน
      

ในบางวันที่ฉันรู้สึกเครียด ฉันมักเดินออกจากห้องไปชั่วระยะหนึ่งเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ฉันจะเดินผ่อนอารมณ์ด้วยการถ่ายภาพการทำงานของผู้คนในหลายหลายอริยาบท จากจุดโน้นไปยังจุดนี้ ที่ตรงโน้นและที่ตรงนั้น ฉันได้เห็นอาสาสมัครเหล่านั้นขมักขะเม้นกับการงานอันเบิกบานที่ทำด้วยจิตใจแห่งการเสียสละ แม้จะเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้าจากการทำงานแต่หัวใจทุกดวงเต็มไปด้วยความสุขและดวงหน้าทุกดวงที่ฉันพบเห็นนั้นเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เหมือนราวดอกไม้บานอยู่ทุกแห่งหนในอาคารผู้โดยสารขาออก สนามบินดอนเมืองแห่งนี้ เหมือนดอกดาวกระจายที่ผลิดอกแย้มบานไสวอยู่ในทุกแห่งหน ทุกสภาพดินฟ้าอากาศ ไม่ว่าร้อนหรือหนาว
    

เหมือนดวงดาวบนฟากฟ้าที่ดารดาษระยิบระยับ รายเรียงเกลื่อนกลาด กระจายไปทั่วทั่งฟากฟ้า เหมือนหนึ่งน้ำใจของผู้คนที่มีให้แก่กันในยามที่เกิดภัยพิบัติโดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ ผิวพันธุ์ และความเชื่อใดใด