สิริพรรณ พันธุ์ศรีรัตน์ ตัดเสื้อสวยใส่เอง

สุขที่ใจรัก
ช่างภาพ: 

"สอนฟรี การตัดเย็บเสื้อผ้าเบื้องต้นและงานผ้าอื่นๆ เป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่านที่สนใจค่ะ"

เพราะประกาศความตั้งใจชัดเจนเช่นนี้เอง เพจ "งานเสื้อ เพื่อสังคม" ของ คุณสิริพรรณ พันธุ์ศรีรัตน์ หรือที่รู้จักกันดีในนามว่า "ป้าแอ๊ด" จึงมีแฟนๆ ติดตามขอความรู้ด้านการตัดเย็บเสื้อผ้าจากเธอเป็นจำนวนมาก พร้อมด้วยยอดการกดไลค์ให้อีกนับหมื่น

"จุดประสงค์ของดิฉันคือ อยากให้ผู้หญิงตัดเสื้อผ้าเป็น นี่คือความตั้งใจแรกและความตั้งใจเดียวที่มีมาตลอดตั้งแต่ต้น เพราะว่าเคยมีเด็กบางคนมาบอกว่า ค่าเสื้อผ้าปัจจุบันนี้แพงมาก ถ้าเขาเย็บใส่เองได้คงจะประหยัดลงไปได้เยอะ ในขณะที่ตัวดิฉันเองพอมีความรู้อยู่จึงเกิดความคิดว่า อยากจะสอนให้กับคนที่สนใจ โดยตั้งชื่อเพจว่า งานเสื้อ เพื่อสังคม เพื่อสื่อให้รู้ว่า เราให้ความรู้แก่คุณฟรีๆ นะ อยู่ที่ตัวคุณเองเท่านั้นว่าจะสามารถเรียนรู้ไปได้เท่าไหร่ แล้วพอมีคนส่งภาพผลงานมาให้ดู เราก็รู้สึกภูมิใจนะคะว่าถึงจะไม่ได้เห็นหน้าค่าตากัน แต่เรายังสอนเขาจนสามารถตัดเย็บเสื้อผ้าเองได้"

ป้าแอ๊ดในวันนี้เป็นสุภาพสตรีวัย ๖๓ ปี ที่ยังกระฉับกระเฉง ใช้เครื่องมืออุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ ได้คล่องแคล่วไม่แพ้เด็กรุ่นใหม่ และเนื่องจากมีชีวิตที่ลงตัวสมบูรณ์ดีแล้วในทุกด้าน ป้าแอ๊ดจึงขออุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้กับการถ่ายทอดความรู้ด้านการตัดเย็บเสื้อผ้าผ่านทางสื่อออนไลน์ยอดนิยมอย่างเฟซบุ๊คแบบเปิดเผยเต็มที่ ไม่มีปิดบังเลยแม้แต่เทคนิคเดียว

"ความจริงดิฉันเรียนจบทางด้านจิตรกรรมจากเพาะช่างมา แต่พอเรียนจบก็แต่งงานแล้วไม่ได้ทำงานเลย ช่วงที่ติดตามสามีไปประจำที่ต่างจังหวัด พอดีข้างบ้านเป็นบ้านของลูกน้องคุณพ่อ ภรรยาเขาเป็นช่างตัดเสื้อ เลยไปเรียนกับเขามานิดหน่อยไม่กี่เดือน กับซื้อตำรามาหัดเรียนตัดเย็บเอง ซื้อเก็บไว้เยอะมาก ทั้งของไทยและต่างประเทศ ซึ่งตอนหลังได้บริจาคให้คนอื่นไปทำประโยชน์ต่อ พอย้ายกลับเข้ามากรุงเทพฯ เริ่มคิดว่าถ้าจะทำให้ได้ดีควรไปเรียนจริงจังจะดีกว่า จึงไปเรียนที่โรงเรียนสอนตัดเสื้อเจียรพรรณ ของอาจารย์เจียรพรรณ โสภโณ ซึ่งท่านได้แนะนำให้เรียนจนจบหลักสูตรเลย ใช้เวลาทั้งหมดประมาณสองปี

เมื่อเรียนจบได้นั่งคุยกับอาจารย์ พอท่านรู้ว่าดิฉันมีพื้นฐานการวาดภาพอยู่จึงชวนมาทำตำราสอนตัดเย็บด้วยกัน ใช้เวลาทำอยู่หลายปีค่ะ ได้ตำราออกมาทั้งหมด ๑๒ เล่ม ต่อมาไปเจอเพื่อนอีกคนทำบริษัทโฆษณาอยู่แถวทองหล่อ เขาชวนให้มาทำงานด้วยกัน ดิฉันกำลังเบื่องานตัดเย็บเลยตกลงไปทำงานด้านโฆษณา ทำอยู่สามสี่ปีก็ลาออกมาอยู่กับบ้าน ตอนนั้นไม่ได้ทำงานด้านตัดเย็บสักเท่าไหร่ เหมือนกับว่าเราทิ้งมันไปเลย เพราะว่าร้านก็ไม่เคยเปิด เรียกว่าไม่ได้เอาวิชามาใช้ทำมาหากินเลย (หัวเราะ) ถ้าจะทำคือตัดชุดใส่เอง

จนกระทั่งอายุ ๕๐ ปี ลูกชายซึ่งเรียนจบวิศวฯคอมพิวเตอร์มาบอกว่า แม่อยู่บ้านเฉยๆ มาลองเล่นอินเทอร์เน็ตดูเถอะ เขาจะสอนให้ แต่ว่าต้องย้อนความกลับไปก่อนว่า ตอนทำงานที่บริษัทโฆษณาของเพื่อน เขาเป็นบริษัทที่ทันสมัยมาก มีการทำคอมพิวเตอร์กราฟฟิค (3D) ดังนั้น ดิฉันจึงคุ้นเคยกับอุปกรณ์พวกนี้อยู่แล้ว พอลูกชายมาสอนใช้อินเทอร์เน็ต เราก็รู้สึกว่าดีจัง จะได้เข้าไปดูโน่นนี่ โดยเฉพาะค้นคว้าเรื่องเสื้อผ้า แต่ปรากฏว่าเมื่อ ๒๕ ปีก่อนนั้น ความรู้ทางด้านเสื้อผ้าในเน็ตไม่มีเลยค่ะ พอดีไปเป็นสมาชิกในเว็บพันทิป ช่วงนั้นมีโต๊ะใหม่ชื่อ 'งานฝีมือ' เข้าไปดูเห็นมีสอนกันอยู่ไม่กี่อย่าง เช่น ถักตุ๊กตา ถักโครเชต์ แค่นั้น เราเลยมีความคิดว่าอยากจะสอนตัดเสื้อ อยากให้ผู้หญิงตัดเย็บเองเป็น นี่คือความตั้งใจเลย เพราะตอนที่ทำงานบริษัท มีเด็กผู้หญิงบางคนบอกว่าแค่สอยเสื้อยังทำไม่เป็น ต้องให้แม่ทำให้

แต่ครั้งแรกยังไม่ได้ลงมือสอนทันที เพราะหลังจากคุยกันไปคุยกันมาอยู่ในเว็บได้มีคนเสนอว่ามานัดเจอกันบ้างดีไหม แล้วเอาสิ่งที่แต่ละคนรู้มาสอนกัน เริ่มจากสอนเย็บกระเป๋าผ้า ดิฉันจึงไปดูก่อนว่าเขามีแนวยังไงไปช่วยสอนการเย็บการเนาให้บ้าง จนนานเข้าถึงได้เขียนลงไปว่า เรามีความรู้ด้านการตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่นะ ใครสนใจอยากจะเรียนบ้าง จะสอนให้ฟรีเลย ปรากฏว่ามีคนสนใจจึงได้เขียนเป็นบล็อกแก๊งในพันทิปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว สอนตั้งแต่อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการตัดเย็บ การวัดตัว โดยเขียนรูปประกอบให้ดูด้วยโปรแกรม Illustrator และ Photoshop ต่อด้วยการสร้างแพทเทิร์นแบบต่างๆ

ทำบล็อกในพันทิปอยู่นาน มีคนติดตามเยอะมาก ใครๆก็เป็นแฟนป้าแอ๊ดทั้งนั้น ที่รู้เพราะว่าตอนหลังได้จัดกิจกรรมมาเรียนทำงานฝีมือกันถึงได้เห็นว่ามีคนติดตามทุกวัยเลย แต่เมื่อมาเจอคนมักง่ายเอางานของเราไปใส่บล็อกตัวเองแล้วบอกว่าเขียนขึ้นมาเอง รู้สึกโกรธจึงตัดสินใจปิดบล็อกไป แต่สักพักมีข้อความหลังไมค์มาเต็มเลยว่า ป้าแอ๊ดปิดทำไม หนูกำลังจะตัดเสื้อผ้าอยู่พอดี บางคนก็บอก ป้ารู้ไหมหนูเปิดหน้าของป้าสามเวลาหลังอาหารเลยนะ ดิฉันจึงย้ายมาเปิดเพจในเฟซบุ๊คแทน เพราะมันทำให้เราติดต่อกันได้เร็วขึ้น อย่างบล็อกกว่าจะคลิกเข้าไปดู เขามาโพสต์ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วก็ไม่รู้กว่าเราจะมาเห็นแล้วตอบให้ แถมพอตอบไป เขาจะอ่านหรือเปล่าก็ไม่รู้อีก จึงได้ย้ายความรู้ทั้งหมดที่เขียนไว้ในบล็อกมาอยู่ที่เฟซบุ๊ค เปิดเพจชื่อ งานเสื้อ เพื่อสังคม ขึ้นมา ตอนนี้มีคนมากดไลค์ตั้งเกือบหมื่นห้าแล้ว...ขอคุยหน่อยนะคะ (หัวเราะ)

ในเพจใครสนใจเรื่องไหนสามารถคลิกเข้าไปดูได้ในแต่ละอัลบั้ม ซึ่งดิฉันจะบอกหลักเบื้องต้นให้รู้ก่อน เช่น อุปกรณ์เบื้องต้นในการตัดเย็บมีอะไรบ้าง บางคนมาบอกว่าหนูเพิ่งไปซื้อจักรมา ต้องทำยังไงบ้าง เราก็ต้องแนะนำให้ไปทำความเข้าใจกับจักรของตัวเองก่อน หรือบางคนขนาดร้อยด้าย ปลี่ยนเข็มจักรยังไม่เป็นก็ต้องบอกวิธีให้อีก คือดิฉันจะไม่ปฏิเสธคำขอหรือคำถามของใครเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน จะพยายามตอบให้หมด แต่มีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำให้ อย่างถามถึงวิธีการทำปกเสื้อซึ่งมีตั้งหลายแบบ เป็นคอบัว คอเชิ้ต หรือการทำสาบเสื้อ แขนเสื้อ ซึ่งก็มีทั้งสั้นทั้งยาว เป็นทรงโน้นทรงนี้สารพัด บางคนส่งแบบเสื้อมาเลยแล้วบอก ป้าแอ๊ดทำให้หน่อย ซึ่งถ้าดิฉันว่างก็จะทำให้ ไม่ค่อยปฏิเสธ แต่ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่า กว่าจะเขียนแบบในคอมพิวเตอร์เสร็จ กว่าจะทำแต่ละเส้นขึ้นมา แล้วยังมีการเขียนอธิบายความให้ด้วย แต่ละแบบใช้เวลาหลายวันค่ะ หรือบางคนถามว่าติดซิปยังไง เราก็เอาผ้ากับซิปมาแสดงวิธีทำให้ดู แล้วถ่ายรูปไว้ทีละขั้นตอน ทำให้ถึงขนาดนั้น จนลูกชายถามว่า แม่ทำไปทำไม เสียเวลา แถมมีคนขโมยผลงานไปให้เจ็บใจอีก แต่ดิฉันไม่คิดอย่างนั้น ถ้ามีเวลาก็ยินดีทำให้อยู่แล้ว แต่ที่จะให้ไปนัดเจอกันแล้วจัดกลุ่มสอนเหมือนก่อนคงไม่ได้ เพราะคนที่ช่วยสอนต่างคนต่างมีงาน บางคนมีลูกไปไหนไม่ได้ ดิฉันจึงหันมาใช้สื่ออย่างอินเทอร์เน็ตเป็นหลักแทน

แต่ที่ไม่เปลี่ยนตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงบัดนี้คือยังมีคนอยากมาเรียนด้วย ถามกันมาตลอดว่า ป้าแอ๊ดสอนที่ไหนจะตามมาเรียน ต้องบอกว่าตอนนี้ไม่สอนแล้วค่ะ แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนเคยมีเด็กๆ ตามมาที่บ้านตั้งแต่สมัยยังอยู่ในบล็อกแก๊ง สอนคราวละสองสามคน มาเฮกันอยู่ที่บ้าน สอนฟรีแถมเรายังเลี้ยงข้าวอีกด้วย เขาชอบมาก แต่เด็กพวกนี้ไม่ได้เอาไปทำเป็นอาชีพ แค่เย็บกันเล่นๆ มากกว่า แต่ก็มีบางกรณีที่เขียนมาบอกว่า เขามีอาชีพได้เพราะป้าแอ๊ด เพราะว่าดิฉันไม่ได้สอนแต่เรื่องเสื้อผ้า ยังมีสอนการเย็บกระเป๋า สอนตั้งการสร้างแพทเทิร์น ถ่ายรูปให้ดูทีละขั้นตอนอย่างละเอียด จนกระทั่งเขาบอกมาว่าสามารถทำกระเป๋าแบบนี้ขายเป็นอาชีพได้เลย

บางคนเขียนมาบอกว่า ได้นำวิชาที่ป้าสอนไปตัดเสื้อให้พ่อแม่แล้วถ่ายรูปส่งมาให้ดู เราอ่านก็ปลื้มใจนะคะว่า ที่เราให้ไป เขาทำออกมาได้ดีมาก จะมีฟีดแบ็คแบบนี้เยอะค่ะ ในเพจนี่เต็มไปหมด จึงตั้งใจว่าจะทำไปเรื่อยๆ ถึงผลที่ได้จะไม่มีอะไรมาก นอกจากเราชื่นใจที่มีผลงานที่เป็นความรู้ออกมา และมีผู้สามารถนำไปทำประโยชน์ได้ เท่านี้ เราก็มีความสุขแล้ว"