พระนางไอรีน แห่งจักรวรรดิไบแซนไทน์

ราชินีในความทรงจำ

ใครบ้างจะคิดว่าการนับถือหรือไม่นับถือรูปเคารพในศาสนาจะเป็นเรื่องที่คนบางยุคบางสมัยถือว่าสำคัญมากจนสามารถเป็นเหตุให้ผู้มีความคิดต่างฝ่ายกันถึงกับต้องจัดกองทัพมารบราฆ่าฟันกัน หรือบางครั้งคนก็อ้างเรื่องนี้เป็นสาเหตุให้แย่งราชสมบัติกัน เรื่องของพระนางไอรีน (Irene) แห่งจักรวรรดิโรมันตะวันออก หรือที่เรียกว่าจักรวรรดิไบแซนไทน์ แสดงให้เราเห็นว่าการนับถือรูปเคารพในศาสนาเป็นเรื่องใหญ่มากทีเดียวในสมัยนั้น พระนางเลือกข้างถูกและได้เป็นจักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิไบแซนไทน์ เมื่อสวรรคตก็ได้รับการประกาศว่าพระองค์เป็นนักบุญ (Saint) องค์หนึ่ง ซึ่งมีวันเฉลิมฉลองในวันที่ ๙ สิงหาคม ของทุกปี

พระนางไอรีนทรงมีพระราชสมภพที่กรุงเอเธนส์ เมื่อราว ค.ศ.๗๕๒ ในตระกูลสูง ได้เสกสมรสกับพระจักรพรรดิเลโอที่ ๔ (Leo IV) ต่อมาพระจักรพรรดิเลโอที่ ๔ เสด็จสวรรคตใน ค.ศ.๗๘๐ โอรสของพระนางกับพระจักรพรรดิเลโอพระชนมายุเพิ่ง ๑๐ พรรษาได้ครองราชย์ ต่อมาเป็นพระจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ ๖ (Constantin VI) พระนางไอรีนซึ่งเป็นสมเด็จพระพันปีพระราชมารดาได้ครองราชย์ร่วมด้วย คือเป็นพระจักรพรรดิร่วม (Co-Emperor) ทรงทำหน้าที่คุ้มครองป้องกันพระจักรพรรดิอายุเยาว์อย่างเต็มที่ เพราะขณะนั้นในราชสำนักและในระบบราชการคนแบ่งออกเป็นสองฝ่าย

ฝ่ายพระจักรพรรดิเป็นผู้นับถือรูปเคารพ อีกฝ่ายหนึ่งมีหัวหน้าเป็นพระโอรสอีกองค์หนึ่งของพระจักรพรรดิเลโอที่ ๔ เกิดกับพระชายาองค์ก่อน พระโอรสองค์สำคัญองค์นี้มีอายุแก่กว่าพระจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ ๖ ทรงพระนามว่า นิเซโฟรุส (Nicephorus) เป็นผู้ต้องการราชบัลลังก์อีกเช่นกัน

เจ้าชายนิเซโฟรุสมีสมัครพรรคพวกเป็นกลุ่มที่ไม่ต้องการกราบไหว้นับถือรูปเคารพ คนพวกนี้รวมกันเป็นคณะไอคอนโนคลาสต์ เพราะไอคอน (Icon) แปลว่ารูปเคารพ และคลาสต์ (Clasts) แปลว่าทำลาย พวกไอคอนโนคลาสต์เป็นไม้เบื่อไม้เมาอย่างแรงกับพวกที่นับถือรูปเคารพ รสนิยมในทางศิลปะของชาวโรมันซึ่งเป็นชาติทหารเก่านั้นนิยมความงามแบบเรียบง่าย มีสง่า ก่อสร้างด้วยหินอ่อน และไม่มีเครื่องประดับตกแต่งรุงรัง

ส่วนในจักรวรรดิโรมันตะวันออกนั้นรสนิยมทางศิลปะเริ่มต้นด้วยการที่พระจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ ๑ พระราชทานทรัพย์สินเงินทองที่พระองค์ตีได้จากเมืองต่างๆ เข้าเป็นศาสนบูชา พระจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ ๑ ทรงรบเก่งมาก ทรัพย์สมบัติที่พระองค์หาได้ก็มีมาก รวมทั้งทรัพย์สมบัติที่พระองค์ให้ริบมาจากโบสถ์วิหารในศาสนาดั้งเดิม ดังนั้น จะเห็นได้ว่าตั้งแต่เริ่มต้นการก่อตั้งจักรวรรดิโรมันตะวันออก ก็มีการประดับตกแต่งศาสนสถานและศาสนวัตถุด้วยแก้วแหวนเงินทองเพชรนิลจินดา การใช้โลหะมีค่า เช่น ทอง และเงินใช้ประดับอย่างไม่ต้องนับ จิตใจของศาสนิกในจักรวรรดิโรมันตะวันออกกลายไปเป็นเคารพและหลงใหลได้ปลื้มกับโลหะมีค่าและเพชรนิลจินดา จนเกือบจะลืมเลือนพระเจ้าและพระบุตร  (คือพระเยซู) ไป

วัตถุสำหรับเคารพ (Icon) ที่เคยมีแต่ภาพประดับฝาผนังเป็นภาพเหตุการณ์ในศาสนา และสิ่งของอื่นไม่มาก อย่างเช่น ถ้วย และพานสำหรับใส่ของศักดิ์สิทธิ์ ก็ขยายตัวออกเป็นเรื่องเป็นราวเป็นตุเป็นตะ มีการเที่ยวหาผ้าที่เคยห่อพระศพพระเยซู มีการตามหาชิ้นส่วนของไม้กางเขนที่เคยตรึงพระเยซู อีกทั้งตะปูซึ่งนัยว่าเคยใช้ตอกพระหัตถ์ พระบาท ของพระเยซู บ้างก็ตระเวนหาชิ้นส่วนของมงกุฎหนามที่พระเยซูเคยทรง บางพวกก็หาสิ่งของเกี่ยวกับแม่พระ (พระแม่มารี) และมีการทำรูปแม่พระและพระสาวกด้วย วัสดุมีค่า เช่น งาช้างประดับด้วยไข่มุก และอัญมณีต่างๆ ฯลฯ ประชาชนพากันกลุ้มรุมให้ความสนใจแต่เรื่องวัตถุ จนแทบจะลืมพระเจ้าและคำสอนของพระองค์กันไปเลย

มีนักศาสนาและพระจักรพรรดิของจักรวรรดิโรมันตะวันออกบางองค์มองเห็น ภัยร้ายของการหลงใหลวัตถุ ว่าจะเป็นการกลบความสำคัญของศาสนาที่แท้จริง จึงต่อต้านลัทธิการนิยมรูปเคารพ พวกที่ต่อต้านนี้เรียกว่าคณะไอคอนโนคลาสต์ การต่อต้านอย่างรุนแรงเกิดในระหว่าง ค.ศ.๗๒๕-๘๔๓ มีพระจักรพรรดิองค์หนึ่งเข้าด้วย และทรงห้ามการเคารพบูชารูปเคารพต่างๆ ใน ค.ศ.๗๓๐ นับเป็นชัยชนะของพวกต่อต้าน แต่พวกที่ยังต้องการเคารพบูชารูปเคารพก็ทำการต่อสู้ทั้งบนดินและใต้ดิน ต่อมาประเด็นเรื่องควรเคารพบูชารูปเคารพหรือไม่ถูกนำไปเกี่ยวโยงกับเรื่องทางการเมือง ดังเช่นความพยายามของพวกต่อต้านรูปเคารพที่จะนำเจ้าชายนิเซโฟรุส พระเชษฐาต่างมารดาของพระจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ ๖ มาครองบัลลังก์แทนพระจักรพรรดิ ประเด็นทางศาสนากลายเป็นประเด็นทางการเมือง ความจริงคณะของเจ้าชายนิเซโฟรุสต้องการจะทำรัฐประหารมากกว่าเรื่องต้องการจะทำลายรูปเคารพ

พระจักรพรรดินีไอรีนทรงต่อต้านพวกไอคอนโนคลาสต์อย่างชาญฉลาด ทหารฝ่ายของพระองค์บดขยี้ทหารฝ่ายไอคอนโนคลาสต์ ใน ค.ศ.๗๘๐ เป็นผลสำเร็จ แล้วพระองค์ประกาศให้นับถือรูปเคารพได้ตามเดิม แล้วพระองค์ทรงจัดการให้พระที่เป็นพรรคพวกของพระองค์รูปหนึ่งชื่อทาราสิอุส (Tarasius) ได้รับเลือกเป็นพระสังฆราชแห่งกรุงคอนสแตนนิโนเปิล แล้วพระองค์จัดให้มีการประชุมทางศาสนาเพื่อพิจารณาประเด็นเรื่องการเคารพบูชารูปเคารพ ใน ค.ศ.๗๘๖ แล้วจัดการประชุมทางศาสนาครั้งใหญ่ The Seventh Ecumenical Council การประชุมใหญ่รวมกันทุกนิกายที่เมืองนีเซีย (Nicaea) ซึ่งนับถือกันว่าเป็นเมืองที่สำคัญเพราะได้เคยเป็นสถานที่จัดประชุมใหญ่ทุกนิกายเป็นครั้งแรกเมื่อนานมาแล้ว ในการประชุม ค.ศ.๗๘๗ นี้ นิกายโรมันคาทอลิก (Roman Catholic) ก็มาร่วมประชุมกับนิกายออทอดอกซ์ตะวันออก (Eastern Orthodox) ด้วย ที่ประชุมตกลงให้รักษาการเคารพบูชารูปเคารพไว้ นับว่าพระจักรพรรดินีไอรีนทรงชนะศัตรูทางการเมืองของพระองค์ จักรวรรดิโรมันตะวันออกจึงยังรักษาการเคารพบูชารูปเคารพไว้ได้

พระจักรพรรดินีไอรีนทรงชนะศึกนอกบ้าน แต่พระองค์ก็ต้องทรงยอมพระโอรสของพระองค์เอง เมื่อพระจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ ๖ ทรงเจริญวัยขึ้น ไม่ทรงต้องการให้พระราชมารดามามีพระหัตถ์วุ่นวายทางการเมืองอีก พระโอรสจึงพยายามยึดอำนาจในพระราชวัง แต่พระราชมารดาก็ปราบได้

หลังจากชนะพระโอรสแล้ว พระนางไอรีนได้ครองราชย์เป็นพระจักรพรรดิ (Emperor พระองค์ไม่ใช้คำว่าจักรพรรดินี Empress) อีกเป็นเวลา ๕ ปี มีสิ่งที่น่าสนใจในตอนนี้ คือพระองค์ได้ติดต่อเชื่อมสัมพันธไมตรีกับ พระเจ้าชาร์เลอมาญ (Charlemagne) ซึ่งเป็นพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (The Holy Roman Empire) ซึ่งตั้งขึ้นมาแทนที่จักรวรรดิโรมันตะวันตกที่ล่มสลายไปแล้ว การเชื่อมสัมพันธไมตรีเป็นไปอย่างดียิ่ง ใน  ค.ศ.๘๐๒ เคยมีแผนการว่าจะมีการอภิเษก พระจักรพรรดิทั้งสององค์เข้าด้วยกัน แต่แผนนี้ได้ล้มเลิกไป แล้วดวงพระชาตาของพระนางไอรีนก็เข้าที่ตกอับ พระองค์ถูกข้าราชการและนายทหารปฏิบัติ เจ้าชายนิเซโฟรุสซึ่งรับตำแหน่งเสนาบดีคลังอยู่ได้ราชสมบัติต่อ พระนางไอรีนถูกเนรเทศไปอยู่บนเกาะปรินกิโป (Prinkipo) แล้วต่อไปได้ถูกเนรเทศไปเกาะเลสโบส (Lesbos) แล้วสวรรคต ณ ที่นั้น ใน ค.ศ.๘๐๓