ปนัดดา รุ่งเรืองศรี ผู้หญิงเก่งใน กนอ.

บุคคลสนทนา
ช่างภาพ: 

กนอ. เป็นชื่อย่อของ การนิคมอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย (Industrial Estate Authority of Thailand หรือ IEAT) หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ก่อตั้งขึ้นตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 339 เมื่อ พ.ศ.2515 มีหน้าที่พัฒนาและจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม จัดพื้นที่สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมให้เข้ารวมกันอย่างมีระบบและมีระเบียบ และเป็นกลไกของภาครัฐในการกระจายการพัฒนาอุตสาหกรรมออกไปสู่ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยมี "นิคมอุตสาหกรรม" เป็นเครื่องมือดำเนินการ การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมแห่งของประเทศไทยเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ.2516 คือ นิคมอุตสาหกรรมบางชัน ครอบคลุมเขตมีนบุรี และเขตบางกะปิ ปัจจุบันนี้นิคมอุตสาหกรรมมีถึง 48 แห่งทั่วประเทศ และนิคมอุตสาหกรรมที่มีคุณสมบัติโดดเด่นทั้งขนาดความกว้างใหญ่กว่าสองหมื่นไร่ของพื้นที่และทั้งทำเลที่ตั้งสะดวกสบายต่อการขนส่ง จนเป็นที่ดึงดูดใจของนักลงทุนให้ระดมเงินเข้ามาตั้งโรงงานประกอบการ คือนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ภายใต้การดูแลของผู้หญิงเก่งอย่าง ปนัดดา รุ่งเรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครคนใหม่ ที่เข้าร่วมดำเนินงานกับ บริษัทอมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผอ.ปนัดดาเริ่มต้นสนทนากับเราในความหมายของคำว่า "นิคมอุตสาหกรรม"

"...นิคมอุตสาหกรรม หมายถึงเขตพื้นที่ดินซึ่งจัดสรรไว้สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมเข้าไปอยู่รวมกันอย่างเป็นสัดส่วน ประกอบด้วย พื้นที่อุตสาหกรรม สิ่งอำนวยความสะดวก สาธารณูปโภค และสาธารณูปการครบ เช่น ถนน ท่อระบายน้ำ โรงกำจัดน้ำเสียส่วนกลาง ระบบป้องกันน้ำท่วม ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ นอกจากนั้นยังประกอบด้วย บริการอื่นๆที่จำเป็น เช่น ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข ธนาคาร ศูนย์การค้า ที่พักอาศัยสำหรับคนงาน สถานีบริการน้ำมัน บทบาทของนิคมอุตสาหกรรมจึงต้องพร้อมด้วยปัจจัยการผลิตซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ เป็นกลไกของรัฐในการกระจายอุตสาหกรรมและความเจริญไปสู่ภูมิภาค เป็นกลไกของรัฐในการรักษาและส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากการอุตสาหกรรม เป็นกลไกของรัฐในการป้องกันและบรรเทาอุบัติภัยอันเกิดจากอุตสาหกรรม เป็นกลไกของรัฐในการจัดระบบและระเบียบการใช้ที่ดินในพื้นที่เฉพาะและเป็นส่วนหนึ่งของการวางผังเมืองตลอดจนการใช้ที่ดิน และเป็นกลไกของรัฐในการส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรมทั่วไป อุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก และรวมถึงอุตสาหกรรมพื้นฐาน

ปัจจุบันนี้ กนอ. มีนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ48แห่ง กระจายอยู่ใน 15 จังหวัด ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ. ดำเนินการเอง จำนวน 11 นิคม และนิคมอุตสาหกรรมที่ร่วมดำเนินงานกับผู้พัฒนา จำนวน 37 นิคม ดิฉันรับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร อยู่ที่จังหวัดชลบุรี ร่วมกันดำเนินงานกับ บริษัทอมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทพัฒนา และจัดการด้านนิคมอุตสาหกรรม นำรูปแบบการบริการแบบครบวงจรเข้ามาเพื่อช่วยโรงงานต่างๆให้บริการในด้านการสร้างโรงงานสำเร็จรูป ดูแลเรื่องระบบสาธารณูปโภค เรื่องระบบการบำบัดน้ำเสีย การจ่ายน้ำ ระบบไฟฟ้า ร้านค้า คลินิกสุขภาพ โรงเรียน ร้านอาหาร และอื่นๆ ส่วนหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานนิคมฯ ดิฉันดูแลในเรื่องของกฎหมาย เป็นผู้อนุญาต อนุมัติ โรงงานที่จะมาประกอบกิจการในนิคม และบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ในแนวคิดที่ว่า 'ชุมชนอยู่ได้ อุตสาหกรรมอยู่ได้'..."

นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จัดว่าเป็นนิคมที่มีทำเลที่ดีที่สุด ณ ขณะนี้ ด้วยความโดดเด่นเรื่องการขนส่งสินค้า เนื่องจากว่าอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร เพียง 57กิโลเมตร ห่างจากสนามบินสุวรณภูมิเพียง42กิโลเมตร และไม่ไกลจากท่าเรือแหลมฉบัง ทั้งยังได้รับการ รับรอง ISO 14001โดยพื้นที่กว่าหนึ่งในสี่ของนิคมอุตสาหกรรมถูกจัดให้เป็นพื้นที่สีเขียว มีอุทยานรักษาพันธุ์นกภายใต้โครงการของมูลนิธิอมตะ "สิ่งเหล่านี้ดึงดูดความสนใจผู้ประกอบการหลายประเทศให้เข้ามาร่วมลงทุน

"...นิคมฯอมตะเป็นนิคมฯที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดในนิคมฯ48แห่งทั่วประเทศ มีขนาดสองหมื่นกว่าไร่ มีโรงงานทั้งหมด700โรงงาน ส่วนใหญ่เป็นโรงงานประเภทชิ้นส่วนยานยนต์ของหลายๆ บริษัท เช่น โตโยต้า ฮอนด้า มิตซูบิชิ จำนวนคนทำงานในอมตะนครตอนนี้มีอยู่ประมาณ 150,000 คน 'ซึ่งกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะโรงงานที่อยู่เดิม ขยายกำลังการผลิต นิคมฯอมตะมี 9เฟส ' มีโรงงานประเทศญี่ปุ่นทุกเฟส

...เรายังมีศักยภาพในการรองรับการลงทุนจากต่างประเทศได้อีกมาก เมื่อคราวน้ำท่วมปี 2554 ที่มีข่าวว่าประเทศญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิตไปนั้น ต้องเรียนให้ทราบว่า ไม่มีโรงงานไหนย้ายออกไปเลยนะคะ ในอมตะนครมีผู้ประกอบการญี่ปุ่นมากที่สุดประมาณ65เปอร์เซ็นต์ และรวมตัวกันเป็นแจแปนคลับด้วยค่ะ ดิฉันเคยสอบถามผู้ประกอบการญี่ปุ่นว่าทำไมเลือกมาลงทุนที่อมตะนคร เขาบอกว่าเพื่อนๆนักลงทุนชาวญี่ปุ่นที่มาลงทุนที่นี่ บอกต่อๆกันไป ว่าอมตะนครทำเลดี มาลงทุนที่เมืองไทยมีความทันสมัย ได้รับการดูแลอำนวยความสะดวก และ กนอ. ก็ให้สิทธิประโยชน์มากมาย เขาจึงไม่คิดย้ายฐานออกไป มีแต่จะเพิ่มเข้ามา นอกจากนี้ก็มีผู้ประกอบการคนไทย17เปอร์เซ็นต์ และชาติอื่นๆ เช่น แคนาดา อเมริกา ไต้หวัน พื้นที่สองหมื่นไร่ของอมตะนคร ตอนนี้เกือบเต็มไปแล้วค่ะ..."

ด้วยระบบธรรมาภิบาลของ กนอ. สามารถสร้างมาตรฐานด้านบริหารจัดการ เพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการ และชุมชน ในแผนรองรับทุกโครงการ ทั้งเรื่องของอุบัติเหตุ อุบัติภัยต่างๆ เพื่อให้ระบบการจัดการในนิคมมีมาตรฐานที่สุด ผอ.ปนัดดา กล่าวต่อไปว่า

"...โดยวิสัยทัศน์ของ กนอ. เป็นองค์กรนำในการสร้างเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ที่มีดุลยภาพและยั่งยืน เน้นความปลอดภัย ความสะอาด อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเพิ่มพื้นที่สีเขียว ชุมชนต้องอยู่ได้ เพราะเรานำความเจริญทางอุตสาหกรรมไปหาเขา เราต้องดูแลเขาทั้งเรื่องรายได้ การดำรงชีพ เช่น เราไปสอนให้เขาปลูกผักแบบไร้ดิน แนะนำเรื่องการจำหน่ายสินค้าโอท็อป เช่น การนำเศษผ้ามาเย็บเป็นของที่ระลึก สบู่สมุนไพรสำหรับล้างมือ เราหาตลาดให้เขาด้วย จาก700โรงงาน ที่อยู่ในนิคมนั่นละค่ะ เช่นว่าถ้าโรงงานต้องการของที่ระลึกในเทศกาลต่างๆ เราก็เสนอให้เขาสั่งซื้อสินค้าโอท็อปของชุมชนรอบๆนั้น อย่างเช่น คลองตำหรุ พานทอง ซึ่งเราเป็นฝ่ายประสานงาน หาสินค้าให้ได้ตามจำนวนที่ผู้ประกอบการต้องการ แล้วไปประสานกับชาวบ้านให้ช่วยกันผลิต ชาวบ้านก็ดีใจที่ขายของได้ นอกจากนี้เรายังมีวิทยากรเข้าไปสอนเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สวยงาม เป็นที่ยอมรับของต่างชาติด้วย...

... เราไปเยี่ยมเยียนชุมชนเสมอค่ะ เน้นการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน โครงการเหล่านี้เป็นนโยบายหลักของ กนอ. แล้วผู้อำนวยการแต่ละนิคมก็รับนโยบายไปขยายผลงาน ส่วนของดิฉันก็พยายามเชิญชวนให้ทางภาคเอกชนทำCSR. (Corporate Social Responsibility: ความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจ) กับชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีกับทั้งสองฝ่าย เนื่องจากแผนแม่บทด้านCSR. ของ กนอ. มี 4 ด้าน คือ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคมอย่างเช่นงานประเพณีต่างๆ เราจะเข้าไปร่วมงานด้วยเสมอ ด้านสุขภาพ จัดกีฬาแข่งขันประจำปี มีโครงการตรวจสายตาผู้สูงอายุ แล้วทำแว่นให้เขา และเรื่องเศรษฐกิจ เช่น เรื่องจำหน่ายสินค้าโอท็อป และมีการมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนในชุมชนที่เรียนดีแต่ยากจน..."

ผอ.ปนัดดา เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อปี 2556 ปริมาณฝนก็ถล่มนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครหนักหนาสาหัส จนเกิดภาวะน้ำท่วมเฉียบพลัน แม้เป็นครั้งแรกที่ต้องประสบปัญหานี้ แต่ ผอ.ปนัดดาก็ไม่หวั่น ปักหลักกินนอนอยู่ที่นิคมฯ ระดมกำลังจัดระบบระเบียบทางเดินน้ำ ไม่ให้เข้าท่วมถึงพื้นที่ประกอบการ

"...ดิฉันมาที่นี่เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2556 พอรับงานไม่เท่าไรก็เจอปัญหาน้ำท่วม จากปริมาณน้ำฝนซึ่งตกหนักมากกว่าทุกปี โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สระแก้ว และชลบุรี อำเภอพนัสนิคม มีพื้นที่สูง น้ำฝนจึงไหลบ่ามาท่วมที่จังหวัดชลบุรี และที่นิคมฯอมตะนคร เพราะทางน้ำต้องผ่านทางนี้เพื่อไปลงอำเภอพานทอง เมื่อปริมาณน้ำมากทุกพื้นที่ เราจึงต้องยอมปล่อยให้ท่วมพื้นที่บริเวณผิวจราจรในนิคมฯอมตะนคร เพื่อแบ่งเบาภาระของชาวบ้านละแวกนั้น คือเฉลี่ยพื้นที่การกระจายน้ำ แล้วในที่สุดเมื่อชาวบ้านระบายน้ำได้หมด เราก็ค่อยๆระบายตาม น้ำฝนก็ไหลผ่านไปไม่ใช่การท่วมขังเป็นเวลานาน ความเสียหายเกิดขึ้นน้อยมาก เพราะเราใช้พื้นผิวถนนเป็นฟลัดเวย์ พยายามให้น้ำอยู่บนพื้นผิวถนนให้มากที่สุด ส่วนบริเวณโรงงานเราป้องกันไม่ให้โดนท่วมเลย สิ่งที่กระทบ คือมีพนักงานบางส่วนบ้านอยู่ในอำเภอพานทอง น้ำท่วมสูงมาก พนักงานเดินทางไปทำงานลำบาก โรงงานจึงอะลุ้มอล่วยให้พนักงานหยุดงานเพื่ออยู่ดูแลบ้านที่โดนน้ำท่วม พนักงานที่พอเดินทางมาทำงานได้ เราก็ประสานไปยังทหารบกให้จัดรถจีเอ็มซีรับส่ง แต่ผลิตภัณฑ์ต่างๆไม่มีการหยุดผลิตนะคะ โรงงานเดินเครื่องทำงานตามปกติ?

...เมื่อดิฉันไปทำงานจุดใดก็ต้องออกสำรวจพื้นที่รอบๆนั้นว่าชุมชนมีความเป็นอยู่อย่างไร เขาต้องการการสนับสนุนด้านใดบ้าง "กนอ. กับบริษัทอมตะฯสามารถสนับสนุนอะไรให้ได้บ้าง ชุมชนมีความต้องการหลากหลาย ก็ต้องดูว่าเราสามารถให้อะไรที่สนองความต้องการของชุมชนส่วนรวมมากที่สุด อย่างเช่น การดูแลสุขภาพของคนแสนกว่าคน นอกจากเรามีโรงพยาบาลวิภา-ราม สาขาอมตะนคร มีโรงพยาบาลรอบๆนิคม และทางโรงงานมีการดูแลสุขอนามัยของคนในโรงงานแล้ว ทาง กนอ. กับบริษัทอมตะฯ ก็จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากโรงพยาบาลชลบุรีบ้าง จากโรงพยาบาลอำเภอพานทองบ้าง มาคอยให้บริการเรื่องสุขภาพทุกปี ถ้ามีโรคระบาดจะรีบให้ความรู้กับพนักงานในนิคมและชุมชนในพื้นที่โดยรอบ ซึ่งมีประมาณ9อบต. เราไปออกพื้นที่ได้ทุกวันไม่ซ้ำกันเลย เมื่อใดที่นิคมฯมีกิจกรรม เราก็เชิญผู้นำชุมชนเข้ามาร่วมเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นด้วย เช่น เชิญมาดูระบบบำบัดน้ำเสียในบริษัทเดนโซ่ ว่ามีกระบวนการอย่างไร ให้คนในชุมชนมั่นใจว่าทุกกระบวนการผลิต มีระบบการบำบัดน้ำเสียที่ดีได้มาตรฐาน ไม่สร้างผลเสียกับระบบนิเวศน์แน่นอน เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันอย่างยั่งยืนค่ะ..."

แม้งานในนิคมอุตสาหกรรมจะมีปัญหามากมายให้แก้ไขทุกวัน แต่ผู้หญิงเก่งคนนี้ทำงานด้วยรอยยิ้มอันสดใสอยู่ตลอดเวลา จนเราต้องแอบถามว่า "มีเคล็ดลับสร้างความสุขในการทำงานอย่างไร"

"...ทำงานด้วยใจค่ะ พอเราตั้งใจทำงาน ทุ่มเทให้กับงาน เราจะรู้สึกสนุกกับงาน แล้วความสุขก็จะเข้ามาเอง อย่างช่วงน้ำท่วมนิคมฯ ท่านผู้ว่าการ และท่านรองฯที่ดูแลอยู่ท่านก็มาช่วยให้คำปรึกษากันทุกวันค่ะ เพราะตรงนี้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เราทำงานเป็นทีมเวิร์ค เลยไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เราลุยกันอยู่หน้างาน ตั้งวอร์รูมกินนอนกันตรงนั้น ลุยเต็มที่กับงาน ใช้การตัดสินใจตลอดเวลา ลูกน้องส่วนใหญ่ก็จบมาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ การทำงานด้านบริหารคน มีรายละเอียดมากมาย ที่ต้องคิดต้องแก้ไข แต่มีลูกน้องผู้ชาย คุยกันง่ายไม่หยุมหยิมค่ะ ใครถนัดด้านเอกสารไปทำเอกสาร ใครถนัดลุยหน้างานมาลุย คุยกันง่ายแบ่งงานกันง่าย ก็ทำงานสบายใจค่ะ...

...อีกประการหนึ่ง คือ ดิฉันมีหลักในใจอยู่ว่า กนอ. เป็นงานที่เน้นหนักในเรื่องการให้บริการ ลูกค้าทุกคนที่เข้ามาลงทุนในนิคมฯเหมือนพระเจ้า เขาขนเงินเข้าประเทศมามากมายเพื่อกระจายรายได้ให้คนในประเทศเรา แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องดูความเป็นอยู่ของชุมชนควบคู่ไปด้วย "ดังนั้น เราต้องพยายามทำงานให้ดีที่สุดภายใต้หลักธรรมาภิบาล คือถ้ามีการร้องเรียนมา เราก็ต้องรีบไปดูแลทันที ถ้ามีอะไรที่ไม่ถูกต้อง เราต้องดำเนินการให้เขาปฏิบัติตามตัวบทกฎหมาย ถ้าเขาทำผิดรุนแรง เตือนแล้วไม่แก้ไข เราก็จะมีบทลงโทษที่รุนแรงไปตามลำดับ เช่น อาจต้องมีการสั่งปิดโรงงานเพื่อปรับปรุงระบบ ถึงเวลาใช้ไม้แข็งก็ต้องทำไปตามข้อกฎหมาย โดยจะทำเรื่องไปยังรองผู้ว่าการ กนอ. เพื่อใช้อำนาจการสั่งปิดโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน?

ในการจัดตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมนั้น แต่ละโรงงานต้องมี 'อีไอเอ' คือการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมก่อนก่อสร้าง ซึ่งต้องผ่านจากสำนักนโยบายและแผน ก่อนตั้งโรงงานคุณต้องจัดการขั้นตอน 'อีไอเอ' ให้ผ่านก่อน เมื่อคุณจัดการสิ่งเหล่านี้ได้แล้วจึงมาเดินเรื่องขอตั้งโรงงาน ซึ่งจะทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ขั้นตอนเหล่านี้เป็นตัวช่วยกรองให้เราได้โรงงานที่มีคุณภาพ ถ้า 'อีไอเอ' ไม่ผ่าน โรงงานคุณก็ตั้งไม่ได้ โรงงานส่วนใหญ่ผลิตเพื่อส่งออก เขามีระบบดูแลตัวเขาเองอยู่แล้ว อย่าง 'iso14000' ถ้าโรงงานไม่ได้ตรงนี้ทางต่างประเทศก็ไม่สั่งของคุณ เพราะจะเป็นตัวบอกว่าสินค้าทำไม่ได้มาตรฐาน ลูกค้าก็จะไม่สั่งซื้อสินค้า เป็นกลไกที่บังคับเขาอยู่ค่ะ ปัจจุบันนี้ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์คมาแรงมาก โรงงานต้องใส่ใจเรื่องชุมชนมากขึ้น เพราะเสียงของชุมชนมีความหมายมาก ก็มีบ้างที่เคยเกิดปัญหาความไม่เข้าใจกันระหว่างโรงงานกับชุมชน กนอ. ก็จะเป็นตัวกลางคอยเชื่อม คอยไกล่เกลี่ย จัดการประชุมร่วมกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและอยู่ร่วมกันได้ โดยเราต้องไม่เอียงไปทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ผู้ประกอบการ700โรงงาน หลากหลายชนชาติ คือถ้าเขาวอล์คอินมาหาเราเมื่อไร เราก็ต้องตั้งรับให้ได้ค่ะ..."

ในความเป็น "หญิงไทย" ต่อให้เก่งและแกร่งในหน้าที่การงานมากมายเพียงใด แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้วก็ยังเป็นแม่บ้านแม่เรือนคอยดูแล "คนที่บ้าน" ให้มีความสุข ผอ.ปนัดดา คุยเรื่องครอบครัวให้เราฟังว่า

"...โดยส่วนตัวไม่เคยเก็บงานกลับมาเครียดต่อที่บ้านค่ะ เมื่อถึงบ้านก็ต้องเว้นพื้นที่ให้กับเรื่องของครอบครัวบ้าง ดิฉันแต่งงานกับ คุณพีระวัฒน์ รุ่งเรืองศรี รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2543 ท่านรองเป็นคนทุ่มเทให้กับงานมาก ท่านดูแลสายท่าเรือมาบตาพุด ถึงเราจะทำงานกันหนักแต่เมื่อกลับถึงบ้านเราจะไม่คุยเรื่องงานกันเลย ชีวิตการทำงานเช้าจรดเย็นก็เครียดพออยู่แล้วค่ะ เลิกงานกลับมา ดิฉันก็มาทำหน้าที่แม่บ้าน ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ วันเสาร์เราพาคุณแม่ไปทานข้าว วันอาทิตย์เราสองคนก็ไปเที่ยวพักผ่อนกัน เพื่อให้สมองและจิตใจปลอดโปร่ง มีกำลังกลับไปทำงานค่ะ...

...เราอยู่กันสองคน เราไม่มีลูกค่ะ ท่านรองพีระวัฒน์ อายุมากกว่าดิฉัน9ปี ดิฉันจึงดูเหมือนเป็นเด็กๆสำหรับพี่เขา บางทีเราก็คาดหวัง ว่าเขาต้องละเอียดอ่อน ต้องทำให้เราอย่างนั้นอย่างนี้ พอเขาไม่ทำให้เหมือนใจเราคิด เราก็งอนอะไรแบบนี้ค่ะ บางทีมีอะไรกระทบนิดหน่อย เรางอนแต่ท่านใจเย็น เงียบ ไม่ตอบโต้ เราเองนี่ละจะเป็นฝ่ายมานั่งคิดว่า ที่เรางอนไปเราก็ทำไม่ถูกนะ คิดได้เราก็จะไปกอด บอกว่า 'ติ่งขอโทษนะคะ' แล้วท่านก็จะสอนเรา ซึ่งถ้าวัยเท่ากันเราอาจจะไม่ทำแบบนี้ อาจจะต่างคนต่างมีทิฐิแรงใส่กัน?

... ท่านรองให้คำปรึกษาแนะนำสิ่งดีๆให้ดิฉันมาโดยตลอดค่ะ ด้วยประสบการณ์การทำงานที่มากกว่าเวลาไปงานไหน ท่านจะสอนเรื่องการวางตัว ในตำแหน่งของดิฉันต้องไปร่วมพิธีเปิดโรงงานบ่อยมาก ต้องขึ้นพูดทั้งภาษาไทย ภาษอังกฤษ ท่านรองก็จะช่วยดู ช่วยเกลาให้สำนวนฟังดูดีขึ้น อย่างถ้าเป็นโรงงานญี่ปุ่น ท่านจะแนะนำให้ใช้ภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายของการแสดงความยินดีอย่างจริงใจ หยอดไปท้ายประโยคด้วย ชาวญี่ปุ่นจะดีใจมาก ถ้าเราพูดภาษาเขาได้ เขาก็จะปรบมือให้เรามากมายเลยค่ะ..."

บทสนทนาในบ่ายวันนั้นจบลง ด้วยเสียงหัวเราะเบาๆของ ผอ.ปนัดดา รุ่งเรืองศรี ประกายตาที่มุ่งมั่น บ่งบอกถึงพละกำลังมากมายในการริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แม้จะบอกกับเราว่าเวลาอยู่กับครอบครัวแทบจะไม่ได้คุยเรื่องงาน แต่เราเชื่อว่าคนรักงานสองคนมาอยู่ด้วยกันแล้ว คงไม่มีเรื่องอะไรที่จะสร้างความสุขให้กันได้เท่ากับการช่วยกันทำงานสร้างสิ่งดีๆให้กับสังคมและประเทศชาติ ซึ่งถือว่าเป็นความสุข ความอบอุ่นของชีวิตอย่างแท้จริงค่ะ