รวมพลังสื่อท้องถิ่น สืบสานพระราชดำริ

สกู๊ปพิเศษ

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือสำนักงาน กปร.นั้น เป็นหน่วยงานระดับกรม มีฐานะเป็นหน่วยงานกลาง โดยมีหน้าที่หลักในการสนองพระราชดำริ และประสานงานการดำเนินงาน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังได้ทำหน้าที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้สาธารณชนรับรู้กันอย่างถูกต้อง

โดยโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงพระราชทานพระราชดำริ ในการแก้ปัญหาทั้งดิน น้ำ ป่าไม้ การเกษตร อาชีพ สาธารณสุข ซึ่งโครงการกว่า 4,350 โครงการ กระจายทั่วภูมิภาคของประเทศ มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรมชัดเจน ทั้งเป็นต้นแบบของการเรียนรู้-การขยายผล และให้ประชาชนดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท

เพื่อทำให้สาธารณชนมีความรู้ความเข้าใจ ในข้อมูลจากแนวพระราชดำริ ร่วมถึงขยายผลหรือต่อยอดผลสำเร็จ ทั้งทำการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และแพร่หลายมากยิ่งขึ้น สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงจัดโครงการ "รวมพลังสื่อ สืบสานพระราชดำริ" (สื่อท้องถิ่น) ครั้งที่ 2 ณ ศูนย์การศึกษาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร

โครงการ...รวมพลังสื่อ สืบสานพระราชดำริ (สื่อท้องถิ่น) เป็นโครงการเพื่อรวมพลัง ของสื่อมวลชนหลายแขนง ที่อยู่ตามภูมิภาคต่างๆของประเทศ ได้เข้ามาร่วมรับรู้รับทราบ แล้วมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมทั้งยังให้การเสนอแนะ อันเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญอย่างยิ่ง ของการสืบสานตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศ์ทุกพระองค์

เลขาธิการ กปร. สุวัฒน์ เทพอารักษ์ ในฐานะประธานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ได้ให้เกียรติบรรยายสรุป "สืบสานพระราชดำริ เพื่อประโยชน์สุขของราษฎร" โดยโครงการรวมพลังสื่อ สืบสานพระราชดำริ (สื่อท้องถิ่น) เป็นภารกิจอย่างหนึ่ง ที่ตั้งใจที่จะจัดงานขึ้นมา เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างๆ ที่ทำงานสนองแนวพระราชดำริ และสื่อมวลชนในฐานะตัวแทนของประชาชน โดยเฉพาะสื่อมวลชนในท้องถิ่น ทำหน้าที่สื่อกลางใกล้ชิดกับประชาชนนั้น ได้มีการรับรู้ รับทราบ และเข้าใจ ในสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศ์ทุกพระองค์ ที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย ได้พระราชทานพระราชดำริ จัดตั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น

หากสื่อมวลชนท้องถิ่นทุกท่านราว 100 คน ต่างมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดผลสำเร็จ และคุณประโยชน์ที่เกิดขึ้น จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ไปสู่สาธารชนได้อย่างเหมาะสมดีแล้ว ก็จะเป็นพลังอันสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะสร้างความร่มเย็นเป็นสุข และประโยชน์สุขแก่ประชาชน ให้เป็นไปตามดั่งพระราชประสงค์ตลอดไปด้วย

จากนั้นเป็นการเสวนา "สร้างสำนึกรักสนองพระราชดำริ เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน" เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในการสนองพระราชดำริ โดยได้รับเกียรติ ชัชชัย ภูวิชยสัมฤทธิ์ ที่ปรึกษาด้านการประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงาน กปร. วัชรพงศ์ ศรีสำราญ นายช่างชลประทานอาวุโส ศูนย์การศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และ นสพ.วิศุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้างานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์ ศูนย์การศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมด้วย พ.ต.หญิง นันทิดา คล้ายโอภาส พิธีกรดำเนินการเสวนา

เริ่มต้นการเสวนาจาก ที่ปรึกษาด้านการประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงาน กปร. ชัชชัย ภูวิชยสัมฤทธิ์ กล่าวว่า...หน้าที่หลักๆของ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ คือ การติดตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศ์ทุกพระองค์ โดยรวบรวมพระราชดำริ ประสานหน่วยงาน และทำให้เกิดโครงการ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญด้านการพัฒนา โดยประโยชน์ท้ายที่สุด คือ ประชาชนชาวไทย ทรงเน้นเกี่ยวกับเรื่องดิน น้ำ ป่า และคน โดยเฉพาะคน...จะมีวิธีการพัฒนามากมาย คือ ต้องมีอาชีพ มีรายได้ ในการทำการเกษตร อย่างปลูกข้าว เลี้ยงเป็ด-ไก่-หมู หรือปลูกพืชผัก-สมุนไพร ที่สำคัญทรงให้รู้จักคำว่า...พอเพียง

ศูนย์การศึกษาการพัฒนาภูพานฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเลือกพื้นที่ศูนย์ฯด้วยพระองค์เอง เดิมเป็นพื้นที่มีปัญหาความแห้งแล้ง หรือเป็นดินเค็ม-ดินทราย เพื่อจะได้ศึกษาหาองค์ความรู้ แล้วเกิดกิจกรรมด้านการพัฒนา ฉะนั้นประเด็นแรก คือ งานทางด้านวิชาการ โดยมีปัจจัยหลักเกี่ยวกับดิน น้ำ ป่า ด้วยการทำวิจัย ทดลอง หรือทดสอบ ส่วนงานทางด้านการพัฒนา จะเป็นการขยายผลสำเร็จ ไปสู่แปลงเกษตรของประชาชน

ส่วนทางด้านของ วัชรพงศ์ ศรีสำราญ นายช่างชลประทานอาวุโส ศูนย์การศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า...ศูนย์การศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เป็นศูนย์ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต หมายถึงมีการเคลื่อนไหว มีการเปลี่ยนแปลง หรือเป็นวันสต๊อปเซอร์วิส คือ รู้เรื่องราวได้อย่างหลากหลาย อย่างเรื่องของป่าไม้ น้ำ ดิน กระทั่งเรื่องของการเกษตร

ในการทำงานของศูนย์ฯนั้น จะเน้นหลักของภูมิสังคม เป็นหัวใจหลักสำคัญในการพัฒนา คือ ภูมิศาสตร์...จะพิจารณาเรื่องของดิน น้ำ ลม ไฟ ส่วนสังคมศาสตร์...จะส่งเสริมด้านการเกษตร ที่สอดคล้องกับหลักของสังคม หรือขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งได้แบ่งการทำงานออกเป็นส่วนๆ อย่างในส่วนของป่าไม้...ก็มีแนวทางให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้ โดยเน้นขอบเขตในเรื่องของการอนุรักษ์ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเป็นอาชีพอย่างยั่งยืน

และสุดท้ายนายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้างานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์ ศูนย์การศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นสพ.วิศุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร กล่าวว่า...ศูนย์การศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เป็นแหล่งสะสมขององค์ความรู้ ทฤษฎีในการพัฒนา ตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะนี้มีผลสำเร็จที่โดดเด่น ในเรื่องการพัฒนา 3 ดำ คือ ไก่ดำภูพาน หมูดำภูพาน และโคเนื้อภูพาน

ความดำทั้งสาม มีความพิเศษ คือ หนึ่ง พบว่ามีสารเมลาลิน...สารสีดำ ซึ่งทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิเคราะห์เฉพาะทางพบว่า เป็นสารแอนตี้ออกซิแด๊นท์ หรือสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถรับประทานได้...ไม่เป็นมะเร็ง หรือต้านการป่วยได้ สองยังพบว่า มีสารแอนตี้เอจจิ้ง หรือสารชะลอความแก่ นอกจากนั้นมีการพัฒนาต่อยอด เป็นไก่ดำภูพาน สอง ขนสีขาวตัวดำ และไก่ดำภูพาน สาม ขนสีแดงตัวดำ ส่วนทางด้านหมูดำภูพาน พัฒนาให้มีลูกดก มีเนื้อแดงมาก หนังดำตึง เรียกว่า หมูกี้ และสุดท้ายโคเนื้อภูพาน พัฒนาเนื้อได้เกรดสี่จุดห้า

ศูนย์การศึกษาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทางสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือสำนักงาน กปร. ยังได้ให้การสนับสนุนงานวิชาการ แม้มองในเชิงการค้าหรือด้านธุรกิจ อาจจะไม่ประสบความสำเร็จนัก แต่ก็ยังต้องสนับสนุนกันอย่างต่อเนื่อง ทว่าได้มีจุดหมายอันสำคัญยิ่ง คือ ประชาชนมีอาชีพมีรายได้ ซึ่งจังหวัดสกลนคร มีจุดเด่นด้านการเลี้ยงโค ดังนั้นในการส่งเสริมด้านต่างๆ ต้องมีการขับเคลื่อนต่อไป เสมือนคล้ายกับที่เราต้อง...ทานข้าวทีละคำ เดินทีละก้าว นั่นเอง

"รวมพลังสื่อ สืบสานพระราชดำริ" (สื่อท้องถิ่น) ครั้งที่ 2 ณ ศูนย์การศึกษาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร ทางสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน อาทิ จังหวัดสกลนคร สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 1 ขอนแก่น สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร ศูนย์การศึกษาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการสนองพระราชดำริ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสื่อมวลชนทุกแขนง โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการฯและสัมมนาเชิงปฏิบัติการ จำนวนทั้งสิ้น 100 คน ทั้งมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สื่อมวลชนจะเป็นสื่อกลาง การขับเคลื่อนและสร้างพลัง ให้ประชาชนได้เรียนรู้ และสืบสานตามแนวพระราชดำริ ซึ่งบังเกิดประโยชน์ต่อประชาชน สังคม และประเทศชาติ