ล่อง "เรือแม่โขง พาราไดซ์ ครูซ" นมัสการพระธาตุสองฝั่งโขงโยงใยสายสัมพันธ์ "พระธาตุพนม-พระธาตุศรีโคตรบอง"

ที่นี่...รายการตะวันหรรษา

ไทยและลาวสองประเทศเพื่อนบ้านที่มีวัฒนธรรมร่วมกัน มีเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกันเป็นอันมาก ตัวอย่างที่เห็นได้คือ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อข้ามพรมแดน ข้ามแม่น้ำโขงและแม่น้ำเหือง เกิดการเดินทางของประชาคมในท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ได้มีการเปิดตัวเรือท่องเที่ยวแม่น้ำโขงลำใหม่ ที่มีชื่อว่า "แม่โขง พาราไดซ์ ครูซ" (MeKong Paradise Cruise)

จังหวัดนครพนมของประเทศไทย ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรศรีโคตรบูร มีชื่อว่า เมืองมรุกขนคร หมายถึงเมืองที่อยู่ในดงไม้รวก มีความเจริญรุ่งเรืองและมีเมืองขึ้นมากมาย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี พระราชทานนามใหม่ว่า นครพนม ด้านทิศตะวันออกติดต่อกับเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว มี แม่น้ำโขง เป็นเส้นกั้นพรมแดน ปัจจุบันเป็นเมืองชายแดนที่มีความหลากหลายของวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุพนมอันศักดิ์สิทธิ์

ชาวอีสานมีวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับลำน้ำโขง ทั้งการทำมาหากิน ความศรัทธา มีปรากฏการณ์มหัศจรรย์เกิดขึ้นตามธรรมชาติให้ได้ตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ อย่างเช่น ในฤดูแล้ง กุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมจะเกิดเมื่อน้ำโขงลดระดับลงเต็มที่ จะเผยให้ชายตลิ่งกลายเป็น หาดทรายทองศรีโคตรบูร (หายทรายท้ายเมือง) เป็นระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร อยู่ในฝั่งอำเภอเมืองนครพนม ตรงข้ามกับเมืองท่าแขก ของ สปป.ลาว เป็น

ดิฉันได้รับเชิญจาก ธารินทร์ พันธุมัย กรรมการผู้จัดการ แม่โขง พาราไดซ์ ครูซ เพื่อร่วมกิจกรรมโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม "ล่องเรือ โยงใยสายสัมพันธ์ นมัสการพระธาตุสองฝั่งโขง" เดินทางไปพร้อมกับคณะสื่อมวลชน โดยมี กันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ ประธานสมาพันธ์สมาคมเครือข่ายท่องเที่ยวประเทศไทย (สคท.) ที่ปรึกษาด้านตลาดท่องเที่ยวในประเทศ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เป็นผู้ประสานงานในการเดินทางครั้งนี้

คณะสื่อมวลชนออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง เวลา 10.05 น. โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบิน DD9514 ถึงสนามบินนครพนม เวลา 11.15 น. ทีมงานของ แม่โขง พาราไดซ์ ครูซ มารอรับแล้วนำขึ้นรถตู้ปรับอากาศเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวัน และเข้าที่พัก โดยมี เอกรินทร์ เจริญศรี พิชัย ชัยสุนทร และ สมภพ ตั้งศิริ ทีมผู้บริหารโรงแรมเดอะ ริเวอร์ ให้การต้อนรับ จากนั้นเป็นการเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยว

สมภพ ตั้งศิริ เล่าให้ฟังว่าโรงแรมเดอะ ริเวอร์ เป็นโรงแรมแห่งใหม่ที่น่ารักน่าพัก ด้านหลังมี หาดทรายศรีโคตรบูรณ์ ทุกห้องพักมองเห็นวิวแม่น้ำโขง และหาดทรายสีทอง มีบริการห้องอาหาร ห้องประชุม และสปา การเดินทางสะดวก เยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.therivernakhonphanom.com

เริ่มกันที่ แหล่งเรียนรู้รอยเท้าไดโนเสาร์ ท่าอุเทน เป็นกลุ่มรอยเท้าของไดโนเสาร์ขนาดเล็ก นับร้อยรอย และแนวทางเดินไปมา สันนิษฐานว่าอยู่รวมกันเป็นฝูง และบริเวณนี้เคยเป็นที่ราบริมฝั่งแม่น้ำ ที่บรรดาสัตว์หลายชนิดลงมาหากิน อาทิ ออนิโธมิโนซอร์ วิ่งได้เร็วถึง 70 กม.ต่อชั่วโมง คอยาวเรียวเล็ก เดินสองขา มีนิ้วเท้าสามนิ้ว อิกัวโนดอน มีฟันเป็นสันนูนแถวเดียว กินพืช จระเข้ขนาดเล็ก อายุ 100-200 ล้านปี พื้นที่นี้ถูกค้นพบ เมื่อ พ.ศ. 2547 ตั้งอยู่ที่ห้วยด่านชุม ริมทางหลวงหมายเลข 212 ท่าอุเทน-บ้านแพง กม.ที่ 257

เดินทางไปจุดชมวิวแม่น้ำสองสี บ้านไชยบุรี จุดบรรจบของแม่น้ำสงครามกับแม่น้ำโขงที่มีสีสันต่างกันชัดเจน ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของปากแม่น้ำสงคราม จึงมีปลาน้ำโขงหลากหลาย ก่อเกิดเป็นวิถีชุมชนคนกับสายน้ำ มีร้านอาหาร และโฮมสเตย์ของคุณป้าใจดีชื่อกรุณา เล่าเรื่องราวแม่น้ำโขงให้เราฟังได้สนุกสนาน แวะซื้อสินค้าของชาวบ้านไชยบุรี ส้มปลาชะโด แหนมปลา ปลายอ หนังปลาทอด ฯลฯ

แม่น้ำโขง มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาหิมาลัย ไหลผ่านมณฑลชิงไห่ ประเทศจีน และบริเวณที่ราบสูงทิเบต ไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ ผ่านประเทศจีน ลาว พม่า ไทย กัมพูชา และเวียดนาม มีความยาวทั้งหมด 4,880 กิโลเมตร ช่วงที่ไหลผ่านประเทศจีน เรียกชื่อว่าแม่น้ำหลานชาง ไหลผ่านลาว เรียกว่าแม่น้ำโขง เป็นเส้นเขตแดนระหว่างประเทศไทย และ สปป.ลาว

ลักษณะสำคัญของแม่น้ำโขง มีตลิ่งสูงชันมากทั้งสองฝั่ง ไหลเลี้ยวเลาะไปตามไหล่เขา กระแสน้ำจะไหลจากเหนือลงสู่ทางใต้ตลอดปี ระดับน้ำในฤดูฝนกับฤดูแล้งจะแตกต่างกันมาก ความเร็วของกระแสน้ำขึ้นอยู่กับแต่ละฤดูกาล ดินในแม่น้ำโขงเป็นดินทราย มีเกาะแก่งน้อยใหญ่เรียงรายตลอดแม่น้ำ สัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่พบมาก คือ ปลาบึก แม่น้ำโขงอยู่ในประเทศไทยเกือบ 700 กิโลเมตร ผ่าน 8 จังหวัด เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

พระธาตุท่าอุเทน อยู่ริมแม่น้ำโขง บรรจุพระธาตุของพระอรหันต์ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง เป็นปูชนียสถานสำคัญอีกองค์หนึ่ง เป็นประธาตุประจำวันผู้เกิดวันศุกร์ องค์พระธาตุก่ออิฐถือปูนเป็นผังรูปสี่เหลี่ยม คล้ายพระธาตุพนม สร้างเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นอุโมงค์บรรจุของมีค่า ชั้น 2 สร้างครอบอุโมงค์ ชั้น 3 เป็นองค์เจดีย์ใหญ่สูง 15 เมตร พระอาจารย์ศรีทัตถ์เป็นผู้สร้าง เมื่อ พ.ศ.2454 ผู้ที่มานมัสการจะได้รับ อานิสงส์ให้ชีวิตมีความรุ่งโรจน์ เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ขึ้นยามรุ่งอรุณ

สองข้างทางมีร้านค้าขาย สับปะรดท่าอุเทน รสหวานชื่นใจใครไปถึงถิ่นต้องไม่พลาดลิ้มลอง จากนั้นเลาะริมโขงไปชมรอยพระพุทธบาทเวินปลา ซึ่งเป็นแก่งหินอยู่กลางลำน้ำโขง เสียดายนักที่มองจากฝั่งไทยจะไม่สามารถมองเห็นรอยพระพุทธบาท แต่หากมองมาจากฝั่งลาวจะเห็นรอยพระพุทธบาทได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม ด้วยความศรัทธาชาวบ้านได้สร้างรูปปั้นพญานาคราชเจ็ดเศียรไว้บนฝั่งหันหน้าลงสู่แม่น้ำโขง

มื้อค่ำอิ่มอร่อยที่ ร้านริเวอร์ บีช มีผู้ใหญ่ใจดี ธารินทร์ พันธุมัย บอกเล่าถึงที่มาของโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม และการจัดกิจกรรม ล่องเรือนมัสการพระธาตุสองฝั่งโขง โยงใยสายสัมพันธ์ ในครั้งนี้ว่า เรือแม่โขง พาราไดซ์ ครูซ ให้บริการเสมือนภัตตาคารลอยน้ำ นำชมสองฟากฝั่งแม่น้ำโขงในเขตเมืองนครพนมประเทศไทย และเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว สามารถจอดแวะพักขึ้นชมองค์พระธาตุศรีโคตรบอง (พระธาตุศรีโคตรบูร) และพระธาตุพนมได้ในการให้บริการช่วงวันหยุด

เช้าวันรุ่งขึ้น 09.00 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ชาญยุทธ อุปพงษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม สิทธิศักดิ์ วีระเสรีชัย รองประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม ธารินทร์ พันธุมัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม นำคณะผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนและภาครัฐ เยี่ยมชม "เรือแม่โขง พาราไดซ์ ครูซ" สรวงสวรรค์กลางสายน้ำโขง โดยมี บุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครพนม และ สิทธิพร ศิริวรเดชกุล รองประธานฝ่ายการศึกษาและวัฒนธรรม หอการค้าจังหวัดนครพนม ร่วมเดินทางด้วย

เรือแม่โขง พาราไดซ์ ครูซ (Makong Paradise Cruise) เป็นเรือเหล็กขนาดใหญ่ กว้าง 7 เมตร ยาว 42 เมตร แบ่งเป็น 3 ชั้น มีชั้นดาดฟ้าเป็นไฮไลท์ นั่งชมวิวสองฝั่งโขงได้สุดสายตา รองรับการจัดเลี้ยงดินเนอร์ 80 คน ชั้นกลางเป็นห้องภาคบันเทิง มีเครื่องชมภาพยนตร์ที่เชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตต่างๆครบครัน รองรับ 90 คน ชั้นแรกเป็นห้องประชุมสัมมนา และจัดเลี้ยงบริการอาหารรองรับได้ 80 คน โดยรวมแล้วรองรับได้คราวละประมาณ 250 คน และมีแพ็คเกจท่องเที่ยวให้เลือกสรรหลากหลาย สนใจใช้บริการเรือของ แม่โขง พาราไดซ์ ครูซ สอบถามได้ที่โทรศัพท์ 0-4251-5551 และ 081-380-4673 ค่ะ

การเดินเรือมี 4 เส้นทาง 1. เมืองงามสองฝั่งโขง หน้าเมือง Side Seeing 2. สะพานมิตรภาพ 3 เมืองนครพนม-สะพานฯ 3. ไหว้พระธาตุพนม-ชมเมืองเรณู นครพนม-ธาตุพนม นมัสการพระธาตุนคร-พระธาตุศรีโคตรบอง กลางแม่น้ำโขง-ชมเมืองเชียงหวาง ชุมชาวคริสต์-ผ่านดอนปลาแดก-เมืองธาตุพนม-ขึ้นนมัสการพระธาตุพนม-ชมเมืองภูไท เรณูนคร และ 4. ไหว้พระธาตุ ขึ้นภู ดูน้ำตก นครพนม-ท่าอุเทน-บ้านแพง โปรแกรมชมตลาดลาว เมืองอุเทน-นมัสการพระธาตุท่าอุเทน-แม่น้ำสองสี-ชุมชนไชยบุรี เมืองเก่าไทญ้อ-รอยตีนไดโนเสาร์-ภูลังกา น้ำตกตาดขาม-น้ำตกตาดโพธิ์

อดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานฯ นำคณะภาครัฐและเอกชนในจังหวัดนครพนม เดินทางด้วย เรือแม่โขง พาราไดซ์ ครูซ ร่วมกิจกรรม โครงการล่องเรือสายสายใยสัมพันธ์นมัสการพระธาตุสองฝั่งโขง โดยมี สมชาย วิทย์ดำรง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยคณะของ ท่านสมใจ เพ็ดสีนวล รองเจ้าแขวงคำม่วน ร่วมเดินทางไปด้วย

เรือแม่โขง พาราไดซ์ ครูซ นำคณะล่องท่องลำน้ำโขงเข้ามาเทียบท่า วัดพระธาตุศรีโคตรบอง เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน คณะขึ้นจากเรือเพื่อทอดผ้าป่า ถวายพานพุ่มบายศรี ดอกไม้เงินดอกไม้ทอง โดยมี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานฯ ร่วมกับ รองเจ้าแขวงคำม่วน แล้วนำนมัสการพระธาตุศรีโคตรบอง เลือกชมและซื้อสินค้าที่ระลึกแล้วกลับมาลงเรือ เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน ชมทัศนียภาพลำน้ำโขง อาทิ ดอน หาดทราย บ้านเชียงหวาง อนุสรณ์สถานโฮจิมินท์ วิถีชีวิตริมน้ำของประชาชนสองฝั่งโขง

และฟังเรื่องเล่า พระยาศรีโคตร ทรงฤทธานุภาพฆ่าไม่ตาย ลากท่อนซุงขนาดใหญ่มาทำกระบองปราบช้างป่านับล้านตัว ให้กับอาณาจักรเวียงจันทน์ จนเป็นที่มาของอาณาจักรล้านช้าง

วัดพระธาตุศรีโคตรบอง (ศรีโคตรบูร) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองท่าแขกประมาณ 6 กิโลเมตร สร้างขึ้นในสมัยที่ยังใช้ชื่อว่าเมืองศรีโคตรบูร เป็นที่ตั้งขององค์พระธาตุศรีโคตรบอง เชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้านันทเสนแห่งเมืองศรีโคตรบูร ต่อมาได้รับการบูรณะครั้งแรกในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ช่วงงานเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ ชาวบ้านจะจัดงานวัดยิ่งใหญ่บริเวณลานวัด และทำบุญเหมือนประเทศไทย ภายในวิหารมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ พระเจ้าอนุวงศ์ แห่งเวียงจันทน์ เป็นผู้สร้างไว้

มาขึ้นฝั่งที่ท่าน้ำหน้าวัดพระธาตุพนม นายอำเภอธาตุพนม พร้อมขบวนแห่นางรำมาต้อนรับ และนำเดินลอดซุ้มประตูโขงไปสู่องค์พระธาตุ เพื่อสักการะองค์พระธาตุพนม ถวายกองบุญ เวียนเทียนรอบองค์พระธาตุ ห่มผ้าพระธาตุ คณะผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และรองเจ้าแขวง เข้าถวายดอกไม้เงิน ดอกไม้ทองในองค์พระธาตุ เป็นอันเสร็จพิธีการเปิดตัวเรือพาราไดซ์ ครูซ อย่างเป็นทางการ

 

เดินทางไปร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีผู้ไทของชาวเรณูนคร ที่โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล เมืองเว อำเภอเรณูนคร นายอำเภอและนายกเทศมนตรีเมืองเรณูให้การต้อนรับ นำนมัสการ องค์พระธาตุเรณูนคร ฟังบรรยายเรื่องของชาวเรณูผู้ไท ร่วมงานเลี้ยงพาแลง ชมการแสดงฟ้อนภูไท บริเวณลานวัฒนธรรมเมืองเรณูนคร เสร็จสิ้นงานเลี้ยงแล้วเดินทางไปส่งคณะรองเจ้าแขวงที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ตั้งอยู่ที่บ้านห้อม ตำบลอาจสามารถ อยู่ตรงข้ามบ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก แล้วกลับที่พักพักผ่อนตามอัธยาศัย

พระธาตุเรณู เป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดวันจันทร์ ภายในเป็นโพรงบรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน ของมีค่า ภายในโบสถ์ประดิษฐานพระเจ้าองค์แสน พระพุทธรูปทองคำศิลปะแบบลาว ปางสมาธิ อานิสงค์ส์ของการนมัสการส่งผลให้มีวรรณะงดงามผุดผ่องดั่งแสงจันทร์

เรณูนครเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวผู้ไท ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมท้องถิ่น อาทิ การบายศรีสู่ขวัญ การเลี้ยงอาหารแบบพาแลง การชวนดูดอุ (สุราอีสาน) การฟ้อนผู้ไท สมัยก่อนฟ้อนรำตามความถนัดของแต่ละบุคคล ผู้ชายจับกลุ่มฟ้อนรำเพื่ออวดสาวๆ ปัจจุบันเป็นการฟ้อนรำของชายหญิงคู่กัน ได้รับการยอมรับว่าเป็นกระบวนรำสุดยอดชุดหนึ่งของภาคอีสานและจังหวัดนครพนม

เช้าวันที่สาม รับประทานมื้อเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม และบันทึกภาพหาดทรายสีทองยามเช้าแล้ว บุณยานุช วรรณยิ่ง ผอ.ททท.นครพนม ให้สัมภาษณ์ว่า นครพนมมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงศาสนา การท่องเที่ยวเชื่อมโยงสองฝั่งโขง การเปิดตัวเรือแม่โขง พาราไดซ์ ครูซ ก็จะทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ และคาดว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้จะได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวไทยและลาว

ชาวไทยและชาวลาวมีความเชื่อว่า ณ ที่แห่งใดที่มีพระธาตุหลักแล้ว บริเวณรอบๆก็จะมีพระธาตุบริวาร เกิดขึ้นเป็นพระธาตุที่แตกตัวออกจากพระบรมธาตุ และมีเทวดาประจำวันคุ้มครองปกปักรักษาอยู่ ได้แก่ พระธาตุพนม พระมหาธาตุเจดีย์เป็นพระธาตุหลัก ตามตำนานระบุว่า ประดิษฐานพระอุรังคธาตุ หรือกระดูกส่วนยอดอกของพระพุทธเจ้า (สมณโคดม) คู่บ้านคู่เมืองนครพนม เป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ และประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีวอก

เลียบเลาะริมโขงชม ตลาดอินโดจีน สักการะพระติ้ว-พระเทียม ที่วัดโอกาส (ศรีบัวบาน) มีพุทธลักษณะปางมารวิชัย สร้างด้วยไม้มงคล ในสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรรุ่งเรือง คู่บ้านคู่เมืองนครบุรีศรีโคตรบูรหลวง อานิสงส์ผู้มาสักการะจะแคล้วคลาดปลอดภัย อยู่เย็นเป็นสุข แล้วเดินทางไปสนามบินนครพนมเพื่อกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบิน DD951 และถึงสนามบินนานาชาติดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ

แม่น้ำโขงเชื่อมโยงบ้านพี่เมืองน้อง "ไทย-ลาว" หลายคนอาจคุ้นเคยแล้ว ทว่าท่านที่ยังไม่เคยไปเยือน ดิฉันอยากเชิญชวนให้ไปสัมผัส "นครพนม" ซึ่งขอยืนยันว่าเมื่อได้รู้จักแล้วจะหลงรักนครพนม ค่ะ