กระทบแต่ไม่กระเทือน

ตะวันชายบ่ายคล้อย
ช่างภาพ: 

ฉันเป็นคนโชคดี เมื่อเด็กเป็นหลานคนแรกของรุ่น เกิดทันได้รู้จักญาติผู้ใหญ่ ยังจำแต่ละท่านได้เป็นอย่างดี ทั้งรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่บ่งบอกถึงความแตกต่างกัน

คุณย่าแท้ๆของฉันชื่อประชุม เป็นภรรยาของสรรพากรจังหวัดทางใต้ บทบาทของท่านจึงเป็นในลักษณะบริหารจัดการในทางโลก ส่วนพี่ของคุณย่าชื่อทับทิม ถูกส่งเข้าวังตั้งแต่ยังเล็ก กิริยามารยาทแช่มช้อย รักสวยรักงามแบบชาววัง ทั้งสองท่านมีบุคลิกที่ต่างกันอย่างชัดเจน นอกจากนี้ฉันยังทันได้รู้จักกับทั้งคุณแม่และคุณแม่สามีของคุณย่าซึ่งมีชื่อเรียกเล่นจากความต่างของสีผิวท่านว่า คุณชวดดำกับคุณชวดขาว

ฉันสนิทกับคุณชวดขาวมากกว่าคุณชวดดำ รักท่านมาก มีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่กับท่านที่ต่างจังหวัดช่วงปิดเทอมบ่อยๆ จำได้ดีว่ากิจกรรมที่ชอบมากที่สุดและทำให้อบอุ่นใจมากคือการได้นอนหนุนตักชวด ลูบแขนที่เหี่ยวย่นของท่านเล่น บางครั้งก็อาสาช่วยป้ายพลู ตำหมาก หรือไม่ก็หนุนตักคุยกันจนหลับไป ฉันชอบให้คุณชวดขาวเล่าเรื่องที่ชอบไปวัด ไปทำอะไรบ้างที่วัด ชวดจะเล่าให้ฟังเรื่องการไปนั่งสมาธิ ไปเพ่งเทียนเพื่อให้ใจสงบ พร้อมทั้งเล่าถึงสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในชีวิต คุณชวดขาวเป็นหญิงสูงอายุที่มีสีหน้าเรียบนิ่ง คาดว่าความนิ่งนี้เกิดจากความมีเมตตาสูงของท่านที่สัมผัสได้ จึงชวนให้อยากอยู่ใกล้ชิด และคิดถึงเมื่อต้องห่างไกล

ทุกวันนี้เห็นหมากพลูที่ใดก็ใจสะดุด คิดถึงชวดและตักของชวดทุกครั้ง มาย้อนคิดดูเมื่อโตแล้ว จึงเข้าถึงความเรียบนิ่งและเยือกเย็นของชวด ว่าเกิดจากการปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่นในอุปาทาน กระทบแต่ไม่กระเทือน ต่อผู้คนและสิ่งต่างๆรอบตัว

วลีนี้น้อมรับมาจากการไปปฏิบัติธรรมในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา เมื่อได้ฟังครั้งแรกก็รู้สึกจับใจ เมื่อพิจารณาตามก็รู้สึกถึงพลังและความหมายที่ซ่อนอยู่ กระทบแต่ไม่กระเทือน

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มีอะไรมากระทบก็รับรู้แต่ปล่อยวาง ณ ตรงนั้นโดยเร็ว ไม่ยอมให้วิ่งเข้ามากระเทือนใจข้างใน วลีนี้เตือนสติให้ได้คิดและพยายามนำไปปฏิบัติ เพราะรู้สึกได้ถึงคุณประโยชน์มหาศาลในการดำรงชีวิตอยู่ เป็นเหมือนคาถาคุ้มครองตัว คุ้มครองใจไม่ให้หม่นหมองรวนเร เมื่อมีสิ่งใดมากระทบ ทั้งภายนอกและภายในใจของตัวเอง ไม่ลูบคลำแต่ปล่อยวาง

คุณชวดท่านผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน ท่านปฏิบัติเรื่อง "กระทบแต่ไม่กระเทือน" นี้มามากพอ ท่านจึงมีแต่ความเย็นและความอบอุ่นที่ทุกคนสัมผัสได้เกินถ้อยคำที่ใช้พูดสื่อสาร

ฉันนำแนวคิด "กระทบแต่ไม่กระเทือน" นี้ไปใช้ในการดูแลแม่ซึ่งป่วยเป็นอัลไซเมอร์ นานประมาณเกือบยี่สิบปี ได้ผลส่วนหนึ่งคือ จิตใจไม่โทมนัสมากเกินไป เข้าถึงเรื่องขันธ์ ๕ และความไม่เที่ยงมากขึ้น ตามดูความเป็นไป ใจสงบในการหาวิธีรับมือกับการเปลี่ยนแปลงซึ่งมีแต่จะแย่ลงทุกวัน ตั้งรับเมื่อมองเห็นล่วงหน้าและพร้อมเผชิญกับปัญหาต่างๆ แยกเรื่อง แยกประเด็น มีสติในการจัดการ ฟูมฟายน้อยลงกว่าเดิม เชื่อถือเรื่องของ บาปบุญคุณโทษและมีศรัทธาเต็มเปี่ยมในพระพุทธศาสนา

เมื่อนำวลีนี้ไปบอกกล่าวเล่าสู่ให้เพื่อนศิลปินดีไซเนอร์ที่กำลังประสบปัญหาทุกข์ โทมนัสเกี่ยวกับ ความบาดหมางใจและข้อกล่าวหาจากบุคคลอื่นที่เคยใกล้ชิดเป็นที่รัก พบว่าเขาก็เต็มตื้นจับใจกับ "กระทบแต่ไม่กระเทือน" และบอกว่าจะลองนำไปใช้แก้ปัญหาที่หนักอึ้งในใจ เวลาผ่านไปเดือนเศษ พบเขาครั้งหลังสุด เขาพูดสั้นๆว่า "เรื่องจบแล้วครับ แต่ยังมีบ้างประปรายจากคนรอบข้าง" ฉันรับรู้ได้ว่า เรื่องที่มากระทบเขานั้นไม่กระเทือนใจเขา ไม่หนักหนาสาหัสอีกต่อไป

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ฉันเคยทุกข์ใจเพราะคิดไม่ตกกับการกระทำของคนอื่น ไม่เข้าใจทั้งด้วยเหตุและด้วยผล ยิ่งใช้อารมณ์ความรู้สึกไปจับที่ปัญหา ก็ยิ่งเป็นทุกข์เสียเหลือเกิน ทำใจไม่ได้ ทำใจไม่เป็น โทมนัสปริ่มน้ำตาตลอดเวลา จำได้ว่าเดินทางไปประชุมที่อังกฤษ ระหว่างพักทานน้ำชา เดินออกไปนั่งในสวน ความทุกข์เรื่องเดิมก็เข้ามาในใจ นั่งน้ำตาไหลอยู่คนเดียว

แต่แล้วจู่ๆก็เกิดสติแวบขึ้นมา มองไปรอบตัวใน สวนสาธารณะที่สวยงามด้วยไม้ดอกของฤดูใบไม้ผลิ เสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว บอกตัวเองว่า ในบรรยากาศงดงามเช่นนี้ ฉันควรที่จะอยู่ท่ามกลางคนที่ฉันรักเท่านั้น เดินทางมาตั้งไกลถึงลอนดอน เรื่องอะไรจึงมัวแต่นึกถึงคนที่ไม่รักฉันและฉันก็ไม่รักเขา พาเขามาด้วยในใจทำไม เขาไม่มีสิทธิ์มาอยู่กับฉันในที่สวยงามแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย คิดได้ดังนั้น ก็เหมือนกับก้อนหินที่ทับหนักอยู่ในใจถูกโยนทิ้งไป ฉันยิ้มออกและมองความทุกข์เลือนหายไป เหลือเพียงควันจางๆไว้เตือนใจ กระทบแต่ไม่กระเทือนอีกต่อไป

เหตุการณ์บ้านเมืองของเราขณะนี้มีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่ง ประเทศแตกแยกเป็นเสี่ยง ความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันเสื่อมถอยอย่างน่าใจหาย เกิดวิกฤตศรัทธาในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และคุณธรรมความดี ผู้คนตั้งคำถามว่าประเทศจะไปทางไหน จะหันหน้าไปพึ่งใคร อะไรคือความดีงาม อะไรคือความชั่วร้าย บาปบุญคุณโทษและเวรกรรมมีจริงหรือไม่ ความหวังและทางออกอยู่ที่ใด สงครามน้ำลาย ข้อกล่าวหา ความจริง ความเท็จ ความดีงาม ความคดโกง การใส่ร้ายป้ายสี ความเกลียดชัง การดึงดันยึดติดแต่กับความเห็นของฝ่ายตน ล้วนก่อให้เกิดการมองต่างมุมโดยสิ้นเชิง เรื่องเดียวกันพูดไปคนละทางสองทาง หลายคนหลายฝ่ายเจ็บปวด ท้อแท้ สิ้นหวัง สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบกระเทือน จนยากที่จะทำใจให้ "กระทบแต่ไม่กระเทือน"

อย่างไรก็ตามฉันเชื่อมั่นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคุ้มครองบ้านเมืองอย่างที่เป็นมาโดยตลอด และความบริสุทธิ์ใจจริงแท้จะนำพาให้ประเทศไทยที่รักไม่กระทบกระเทือนจนแตกสลาย